Sunday, August 21, 2011

แรงใจและไฟฝัน ชาร์ลส์ ดิกเกนส์

คอลัมน์ บุ๊กสโตร์
ผู้สื่อข่าวหรรษา


ผล งานเรื่องเยี่ยมของ ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ ในฉบับภาษาไทยฉบับสมบูรณ์ครั้งแรก แปลโดย รังสิมา ดีสวัสดิ์ จากวรรณกรรมเรื่องดังเรื่องหนึ่งของดิกเกนส์ คือ Great Expectations ซึ่งได้รับยกย่องเป็น "นวนิยายคลาสสิค" เล่มหนึ่งของโลก

ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ เป็นนักเขียนแนวสัจนิยมของอังกฤษ เขียนวรรณกรรมเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในค.ศ.1860 (พ.ศ. 2403) หรือประมาณ 150 ปีมาแล้ว

เหตุการณ์ในท้องเรื่องเกิดขึ้นในยุควิกตอเรียน สมัยท้องถนนมหานครลอนดอนปูด้วยหินกรวด ได้ยินเสียงเกือกม้ากุบกับก้องไปทั่ว ผสานเสียงหวูดและควันจากเรือกลไฟ อันเป็นสภาพแวดล้อมที่ดิกเกนส์คุ้นเคยตั้งแต่เยาว์วัย

เล่าเรื่องเด็กหนุ่มนามฟิลลิป หรือพิพ ลูกกำพร้าที่อาศัยอยู่กับพี่สาวในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งของอังกฤษ ต่อมาโชคชะตาทำให้เขาโคจรพบสาวงามนาม เอสเตลลา หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป

เอสเตลลา เสมือนสายลมชื่นพัดกระพือให้ฟิลลิปเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้า ในการไขว่คว้าหาชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม และออกเดินตามความฝันของตัวเอง

นอกจากความรักที่ลึกล้ำตราตรึงใจแล้ว ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ ยังเสียดสีการแบ่งแยกชนชั้นในสังคมวิกตอเรียนของอังกฤษอย่างจงใจ โดยเฉพาะการตีราคาคนจากภายนอก ความหรูหราร่ำรวยฟุ่มเฟือย มากกว่าจะประเมินถึงจิตใจ และคุณงามความดีในส่วนลึกอย่างแท้จริง

วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครเวที ตลอดจนซีรีส์โทรทัศน์ไม่ต่ำกว่า 250 ครั้ง

ภาพยนตร์เวอร์ชั่นล่าสุดของฮอลลีวู้ดออกฉายเมื่อพ.ศ.2541 นำแสดงโดยพระ เอกหนุ่มมาดเซอร์ อีธาน ฮอว์ก และ กวินเน็ธ พัลโทรว์

พร้อมเพลงประกอบสุดแสนไพเราะ Life In Mono ที่เชื่อว่ายังดังก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ และในหัวใจของทุกๆ คน ที่รักในเนื้อหาและความสวยงามของภาพ ยนตร์เรื่องนี้

แต่นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของความสวยงามที่ทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ตีความจากหนังสือต้นฉบับเท่านั้น

ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ เขียนวรรณกรรมเรื่องนี้มากว่าร้อยปี แต่สิ่งที่เขาสะท้อนไว้ในเรื่องนี้ไม่ได้ล้าสมัยแต่อย่างใดเลย

เพราะว่าเขาเขียนเรื่องของ "คน" โดยเฉพาะผู้คนในสังคมชั้นสูงที่ให้ความสำคัญกับเปลือกนอก มากกว่า "ความงดงาม" ของหัวใจ

และนอกจากความรักน่าประทับใจของตัวละครเอกในเรื่องแล้ว

"แรงใจและไฟฝัน" จะเรียกน้ำตาแห่งความสุขจากผู้อ่านผู้มีหัวใจรักบริสุทธิ์ได้อย่างแน่นอน



....เปิด บุ๊กสโตร์ "ข่าวสด" อาทิตย์นี้กับอนุสาร "อสท" พาเที่ยว "บึงกาฬ" จังหวัดน้องใหม่ที่แยกออกมาจากหนองคายสดๆ ร้อนๆ มีคำขวัญจังหวัดว่า "สองนางศาลศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อใหญ่ แหล่งน้ำใสหนองกุดทิง สุดใหญ่ยิ่งแข่งเรือยาว หาดทรายขาวเป็นสง่า น่าทัศนาแก่งอาฮง งามน้ำโขงที่บึงกาฬ สุขสำราญที่ได้ยล"

....บึงกาฬอยู่ทางเหนือสุด ของแดนอีสาน มีพื้นที่ติดแขวงบอลิคำไซของสาธารณรัฐประชา ธิปไตยประชาชนลาว อุดมด้วยความงด งามตามธรรมชาติ ผืนน้ำ ขุนเขา และวัฒนธรรมประเพณีของคนสองฝั่งโขง มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง เช่น ตลาดนัดไทย-ลาว เขตรักษาสัตว์ป่าภูวัว, น้ำตกถ้ำฝุ่น, น้ำตกเจ็ดสี, ศาลเจ้าแม่สองนาง, บึงโขงหลง, แก่งอาฮง และวัดสำคัญๆ เช่น วัดภูทอก, วัดอาฮงศิลาวาส, วัดสว่าง อารมณ์ (ศรีธน) ฯลฯ

....พ่อเมือง สมพงษ์ อรุณโรจน์ปัญญา บอกว่า นอกจากแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอันงดงามแล้ว อีกอย่างที่บึงกาฬโดดเด่นเหนือกว่าที่อื่นก็คือ อากาศสดชื่น แจ่มใส เย็นสบายตลอดปี เพราะตั้งอยู่ตรงจุดละติจูดที่สูงที่สุดในภูมิภาคอีสาน ที่สำคัญมีแม่น้ำโขงและภูวัว เป็นเครื่องฟอกอากาศอย่างดี หนาวนี้เตรียมวางโปรแกรมได้เลย

....แต่งบ้านกันหน่อย "ลิฟวิ่ง เอ็ทเซ็ททร้า" เปิดบ้านงานศิลป์ของคู่สามีภรรยาแห่งออสเตรเลีย ตกแต่งด้วยงานศิลปะบนผนังและประติมากรรม อ่านเทคนิคจัดวางและแขวนรูปภาพ เลือกซื้อโซฟา แบบไหนที่ใช่

...."วิภาษา" แนะนำ ฌีลส์ เดอเลิซ นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสผู้มีอิทธิพลสูงยิ่งในปลายศตวรรษ 20 มีผลงานหลายสาขา ทั้งปรัชญา วรรณกรรม ภาพยนตร์ ศิลปะ ผลงานสำคัญสองเล่มของเขาว่าด้วยระบบทุนนิยมกับจิตเภท

....อมรินทร์ ธรรมะ "โยคะ ธรรมะ สมดุล ชีวิต" โดย วรรณวิภา มาลัยนวล นำเสนอเรื่องโยคะที่เกี่ยวโยงกับธรรมะและชีวิต เพื่อดึงศาสตร์โยคะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากการฝึกฝนท่าทางร่างกายในแบบที่เรียกว่า "อาสนะ" ในห้องเรียนโยคะ

...."1 พระอาจารย์ 9 มารร้าย ปิดอบายใน 1 พรรษา" เรื่องราวของพระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตฺติปญฺโญ พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดัง กับ 9 พระลูกศิษย์ ก่อนบวชแต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา ใช้ชีวิตผิดๆ สุดขั้ว กระทั่งมาฝึกวิปัสสนากับพระอาจารย์ก็พบแสงสว่างในชีวิต

....อมรินทร์ คอมมิกส์ วางเรื่องชุดวิทยาศาสตร์แสนอร่อย "สูตรลับตำรับดาวินชี" เติมความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แก่เด็กๆ ผ่านสูตรอาหารของ เลโอนาร์โด ดาวินชี อัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะของโลก เด็กๆ จะได้เรียนรู้ทฤษฎีวิทยาศาสตร์สนุกๆ มากมายที่ซ่อนอยู่ในสูตรลับตำรับดาวินชี ทั้งยังช่วยให้เกิดทัศนคติที่ดีกับวิชาวิทยาศาสตร์ด้วย สิราภา เสริมสันติวาณิช แปล

....นานมีบุ๊คส์ มีชุด Who? การ์ตูน บุคคลสำคัญของโลก "เจ.เค.โรว์ลิ่ง" ชีว ประวัตินักเขียนสตรีชื่อดังแห่งศตวรรษ ผู้ทำให้ "แฮร์รี่ พอตเตอร์" เป็นขวัญใจของเด็กๆ ทั่วโลก ด้วยยอดขายถล่มทลายมากกว่า 400 ล้านเล่ม ส่งผลให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีใหม่อีกคนของโลกในพริบตา อารีวรรณ ธรรมธร แปล

....ชุด วิทยาศาสตร์ และชุดสอนภาษา "แก๊งซ่าท้าทดลอง" เล่ม 10 ตอน "ปริศนาความร้อน" ลี จิตจำรัสรัตน์ แปล และ "เอล วิส & ลักกี้ คู่ซี้อังกฤษสุดฮา" ตอน "ไวยา กรณ์สุดซ่า vs วลีสุดแซบ" กนกพร ชื่นบาน แปล

....ล่าสุดของ ชัยกร หาญไฟฟ้า นักเขียนมือรางวัล "แปดขา สามคน บนโลกสองใบ" เรื่องของกระแตกำพร้าสองตัวที่ใช้ชีวิตร่วมกับคนอย่างเป็นธรรมชาติ โดยแพรวเยาวชน

....จากวีเลิร์น "เปิดห้องเรียนวิชาความสุข" สรุปเนื้อหาจากหลักสูตรยอดนิยมของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่นักศึกษาแห่ลงทะเบียนเรียนกันมืดฟ้ามัวดิน และพลิกโฉมการเรียนการสอนของสถาบันเก่าแก่ของอังกฤษแห่งนี้ไปตลอดกาล เขียนโดย ดร.ทาล เบน-ชาฮาร์ อาจารย์สาขาจิตวิทยา เจ้าของหลักสูตร พรเลิศ อิฐฐ์ แปล

....เนื่องในวาระครบรอบ 1 ทศวรรษรางวัล "พานแว่นฟ้า" โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ประกาศรางวัล "พานแว่นฟ้าเกียรติยศ" 10 รางวัล ดังนี้ 1."ขอบฟ้าขลิบทอง" โดย อุชเชนี (ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา) 2."คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน" ป๋วย อึ๊งภากรณ์ 3."แด่วัยอรุณของชีวิต" ทวีปวร (ทวีป วรดิลก) 4."ทานตะวันดอกหนึ่ง" เสนีย์ เสาวพงศ์ (ศักดิชัย บำรุงพงศ์) 5."ธรรมาธิปไตย : หลักปฏิบัติศาสนาและศีลธรรม" (ตัดตอนจาก คู่มือมนุษย์ ฉบับปฏิบัติธรรม) โดย พุทธทาสภิกขุ หรือพระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) 6."นักกานเมือง" ลาว คำหอม (คำสิงห์ ศรีนอก) 7."เปิบข้าว" (ตัดตอนจาก วิญญาณหนังสือพิมพ์ คำเตือนจากเพื่อนเก่าอีกครั้ง) โดย จิตร ภูมิศักดิ์ 8."หมาตำรวจ" ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช 9."อาชญากรผู้ปล่อยนกพิราบ" ดอกประทุม (กุหลาบ สายประดิษฐ์) และ 10."อีศาน" โดย นายผี (อัศนี พลจันทร)

...."ความ ต่ำต้อยน้อยหน้าของศิลปะแขนงต่างๆ ทุกแขนงมันมีสาเหตุมาจากข้อจำกัดทางประวัติศาสตร์ของสังคมไทย ที่มันไม่เปิดโอกาสให้เรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่าและคุณค่า ที่แท้จริง ตอนนี้คิดได้แต่เพียงว่ามูลค่าเท่านั้นคือความสุข คุณค่าไม่ถูกนำเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กลับไปคิดว่าหากมีมูลค่าคุณค่าก็จะตามมาเอง เช่น ถ้ามีเงินก็มีคนยกมือไหว้ นี่คือที่มาของความไร้วัฒนธรรม" (สถาพร ศรีสัจจัง, วารสารหนังสือใต้ดิน, มี.ค.2549)

....พบกันใหม่อาทิตย์หน้า สวัสดี

No comments:

Post a Comment