โปรดเกล้าฯครม.ปู พท.ป่วน 'อภิวันท์'ซึมโดนหัก

Wednesday, August 10, 2011

ประชดไม่รับเก้าอี้รองนายกฯ แม้ว-อ้อขอยำเองรอบสุดท้าย

โปรด เกล้าฯครม.ยิ่งลักษณ์1 แล้ว เผยนายกฯหญิงร่วมเคาะบัญชีกับ คุณหญิงอ้อ ก่อนส่งทักษิณ เห็นชอบปล่อยนักวิ่งเร่งสปีดส่งท้าย กว่าฝุ่นจางหายสลับหลายเก้าอี้“อภิวันท์” โดนเตะเป็นรองนายกฯ นาทีสุดท้าย “วรวัจน์” เสียบศธ.แทน เลยแค้นลั่นไม่รับตำแหน่ง “ดร.ปึ้ง” โผล่นั่งบัวแก้ว “ปลอดประสพ” ได้ลุ้นรมว.วิทยาศาสตร์ฯ “ปรีชา” เบียดกระทรวงทรัพยากรฯ แฉเบื้องหลัง “คุณหญิงหน่อย” กับ “เจ๊แดง” ดันเด็กในคาถาชิงเก้าอี้ ขบกันมันหยดติ๋ง “ยิ่งลักษณ์” มั่นใจพร้อมชี้แจง ยอมรับโฉมไม่งามวอนให้ดูฝีมือการทำงาน “เสื้อแดง” รับได้ไม่มีเก้าอี้ “วิภูแถลง” เชื่อมีอำนาจพิเศษบงการเบื้องหลัง ปป.พร้อมตั้งครม.เงาประกบ “อภิสิทธิ์” เผยให้เวลา “ยิ่งลักษณ์” พิสูจน์ฝีมือ “บิ๊กตู่” ย้ำทหารไม่เลือกนาย เชื่อ “บิ๊กอ๊อด” เข้าใจ ส.อ.ท.กังวลมือศก.ไม่เจ๋ง เครือข่าย รพ. โล่ง “วิทยา” มานั่งกระทรวงหมอ ส่วน ภท.ไม่กลัวเช็กบิล “กรณ์” จี้สรรพากรเก็บภาษีหุ้นชินฯ

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งครม.

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. เวลา 21.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 5 ส.ค. 2554 แล้วนั้น
   
บัดนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว
   
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
   
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย
   
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรองนายกฯ
   
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นรองนายกฯ
   
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์
   
นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯ และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
   
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
   
น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ เป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
   
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรมว.กลาโหม
   
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็นรมว.คลัง
   
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นรมช.คลัง
   
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เป็นรมช.คลัง   
   
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรมว.การต่างประเทศ
   
นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
   
นายธีระ วงศ์สมุทร เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์   
   
นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ เป็นรมช.เกษตรฯ
   
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรมว.คมนาคม
   
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เป็นรมช.คมนาคม
   
นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ เป็นรมช.คมนาคม
   
นายปรีชา เร่งสมูบรณ์สุข เป็นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
   
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
   
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรมว.พลังงาน
   
นายภูมิ สาระผล เป็นรมช.พาณิชย์
   
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็นรมช.พาณิชย์
   
นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ เป็นรมช.มหาด ไทย
   
นายฐานิสร์ เทียนทอง เป็นรมช.มหาด ไทย
   
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรมว.ยุติธรรม
   
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์  เป็นรมว.แรงงาน
   
นางสุกุมล คุณปลื้ม เป็นรมว.วัฒนธรรม
   
นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
   
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นรมว.ศึกษาธิการ
   
นางบุญรื่น ศรีธเรศ เป็นรมช.ศึกษา     ธิการ
   
นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล เป็นรมช.มหาดไทย
   
นายวิทยา บุรณศิริ เป็นรมว.สาธารณสุข
   
นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น เป็นรมช.สาธารณสุข
    
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นรมว.อุตสาหกรรม
   
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 9 ส.ค. 2554 เป็นปีที่ 66 ในรัชกาลปัจจุบัน
   
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

นำรมต.เฝ้าฯถวายสัตย์

ทั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจความพร้อมในห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ถ่ายรูปทำบัตรรมต.และจัดเตรียมบริเวณห้องโถงเพื่อใช้ เป็นสถานที่เลี้ยงน้ำชาระหว่างรอพักเพื่อถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน
   
จากนั้น หลังถ่ายรูปหมู่ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะนำรมต.ทั้งหมดเดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ ที่โรงพยาบาลศิริราช เวลา 17.30 น.

ภารกิจแรกรับทูตอวยพร
    
ที่พรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี เวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับ นางยู ออย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ที่เข้าพบเพื่อแสดงความยินดี ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ในการหารือเอกอัครราชทูตกัมพูชา ได้แสดงความยินดี ต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย โดยได้มอบหนังสือแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการจาก สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ด้วย มีเนื้อหาสรุปความว่า มั่นใจว่าความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ จะให้ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และจะร่วมกันแก้ไขปัญหาชายแดนได้
   
จากนั้นนายโมฮัมหมัด ฮัตตา เอก อัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ โดยทางทูตอินโดนีเซีย ได้แสดงความยินดีที่ได้รับโปรดเกล้าฯดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้อ่านคำกล่าวแสดงความยินดีจากประธานาธิบดีอินโดนีเซียให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับฟัง และยังได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เยือนประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ และร่วมงานจัดประชุม ASEAN Summit ที่หมู่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงวันที่ 17-19 พ.ย.นี้ ต่อมาคณะทูตจากลาติน อเมริกา 6 ประเทศ ประกอบด้วย อาร์เจนตินา บราซิล เปรู เม็กซิโก ชิลี และปานามา ได้มาเข้าพบแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่ง โดยเอกอัครราชทูตเปรูได้มอบเหรียญที่ระลึก “Seal of Amazon” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย

แย้มให้อดใจชมโฉมครม.

 สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในช่วงที่สังคมกำลังจับตาเรื่องของการตั้งครม. โดยเป็นวันแรกหลังจากที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่เวลา 09.20 น. โดยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และกล่าวทักทายกับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกหลังเป็น นายกฯ วันแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวเพียงแต่ส่งยิ้มหวานให้ด้วยอาการเขินอาย

หน้าตาอาจไม่ดีให้ดูฝีมือ
    
เมื่อถามว่าใน ครม. มีชื่อของแกนนำคนเสื้อแดงด้วยใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวรอดูทีเดียวดีกว่า” เมื่อถามว่าจะมีตำแหน่งรองนายกฯควบเก้าอี้รัฐมนตรีกี่ตำแหน่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า มีไม่มาก ประมาณ 2-3 ตำแหน่ง เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นหัวหน้าทีมดูแลงานด้านเศรษฐกิจด้วยตัวเอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวรอดูโฉมหน้า ครม. เองดีหรือไม่ เพราะดิฉันเองก็ตั้งใจว่าอยากจะมอบหมายภารกิจในแต่ละส่วนให้ทุก ๆ รองนายกฯ ส่วนตัวดิฉันเองก็คงจะทำหน้าที่ในการติดตามงานในภาพรวม และติดตามในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจภาพรวม เพื่อเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะวันนี้ภารกิจต่าง ๆ ก็มีค่อนข้างมาก”
    
เมื่อถามว่าพอใจในภาพรวมการจัด ครม.ครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน และคิดว่าประชาชน สังคมและนักลงทุน จะยอมรับหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นและพอใจ เพราะได้พยายามที่จะทำอย่างดีที่สุด บางครั้งเราต้องให้โอกาสในเรื่องของ ครม.ใหม่ได้เข้าไปทำงานก่อน บางครั้งหน้าตาของ ครม.ไม่สำคัญเท่าผลงานที่จะออกมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดโผ ครม. ครั้งนี้
   
เผยจัดบัญชีรมต.ถึงตีสอง
    
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่าสำหรับการจัดโผ “ครม.ยิ่งลักษณ์ 1” มีการพลิกโผจนนาทีสุดท้าย โดยหลังเสร็จพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงคืนวันที่ 8 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำสำคัญ ซึ่งรวมถึงคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร ได้พิจารณาจัดโผอีกครั้งก่อนส่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พิจารณา ทั้งนี้การหารือใช้เวลาจนล่วงเลยจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 9 ส.ค. ทำให้หลายตำแหน่งเกิดการพลิกโผในโค้งสุดท้าย เนื่องจากแกนนำแต่ละกลุ่มพยายามผลักดันคนในสังกัด จากนั้นได้ชิงส่งให้เลขาธิการครม.เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ในเช้าวันที่ 9 ส.ค. ทันทีเพื่อป้องกันการวิ่งเต้นและต่อรอง ทำให้หลายคนเพิ่งมารู้ว่าตัวเองถูกเบียดไปอยู่ในตำแหน่งอื่น ขณะที่หลายรายชื่อหลุดออกจากโผ 
   
สำหรับตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนในนาทีสุดท้ายจนสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าตัว และผู้สนับสนุน คือ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเดิมชื่อของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ค่อนข้างนิ่งและ พ.อ.อภิวันท์ก็เตรียมตัวที่จะรับตำแหน่งและมั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ได้เพราะ อย่างน้อยก็เคยเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มาก่อน แต่ปรากฏเมื่อกลางดึกที่ผ่านมานางเยาวภา สามารถผลักดันนายวรวัจน์ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าวจนสำเร็จ ส่วน พ.อ.อภิวันท์ ถูกโยกขึ้นไปนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีแทน

“อภิวันท์” ปิ๋วแต่ยันไม่งอแง
    
อย่างไรก็ตามเช้าวันที่ 9 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำพรรคได้เชิญ พ.อ.อภิวันท์ มาพูดคุยทำความเข้าใจ ที่ชั้น 8 อาคารที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยพยายามเกลี้ยกล่อม หว่านล้อมจะให้อำนาจกำกับดูแลทั้งงานด้านความมั่นคง และต่างประเทศ แต่ พ.อ.อภิวันท์ ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง แกนนำก็ได้เจรจาเพิ่มอำนาจกำกับดูแลงานด้านการศึกษาให้ด้วย ซึ่ง พ.อ.อภิวันท์ ได้กล่าวทำนองตัดพ้อว่า “ทำไมไม่ให้นายวรวัจน์ดูล่ะ” อย่างไรก็ตาม พ.อ.อภิวันท์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคืนวันที่ 8 ส.ค. และไม่มีเรื่องของการน้อยใจหรือตัดพ้อแต่อย่างใด
   
รายงานข่าวแจ้งว่า พ.อ.อภิวันท์ ได้ให้เหตุผลในการปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งรองนายกฯว่าไม่ถนัดในงานเหล่านั้น พร้อมยืนกรานไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้นโดยจะประกาศเป็นทางการผ่านสื่อมวลชน แม้ว่าแกนนำพรรคจะพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ จากนั้น พ.อ.อภิวันท์ ได้ลงมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยประกาศถอนตัวไม่รับตำแหน่งใด ๆ นอกจากการเป็นเพียง ส.ส.ในสภาเท่านั้น อย่างไรก็ตามผลจากการที่ พ.อ.อภิวันท์ ถอนตัวทำให้ไม่มีชื่อของตัวแทนแกนนำกลุ่ม นปช.หรือคนเสื้อแดงอยู่ในโผ “ครม.ยิ่งลักษณ์ 1” แม้แต่รายเดียว เพราะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่มีชื่อเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้หลุดจากโผไปแล้วเช่นกัน

“หน่อย-แดง”ขบกันมันหยด
   
สำหรับเก้าอี้ รมว.เทคโนโลยีสาร สนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งเป็นการเบียดชิงระหว่าง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ คนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ คนสนิทนางเยาวภา ซึ่งสุดท้ายการเจรจาลงตัวที่การให้ น.อ.อนุดิษฐ์ ได้นั่งในเก้าอี้ รมว.ไอซีที ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอ เพียงตำแหน่งเดียว เนื่องจากมี ส.ส.กรุงเทพฯ เพียง 10 คน ทำให้นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ที่ถูกเสนอชื่อในโควตาของภาค กทม.ต้องหลุดจากโผไป
   
รายงานข่าวแจ้งว่าขณะที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ ซึ่งขับเคี่ยวตำแหน่ง รมว.คมนาคม แต่สุดท้ายไม่สามารถเบียด พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตผู้ช่วย ผบ.ทอ. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมเตรียมทหาร 10 (ตท.10) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และยังสนิทสนมกับนายพงษ์ศักดิ์ได้ แม้ต่อมานายสันติจะไปพยายามวิ่งเต้นเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ แต่ไม่สามารถเบียดนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งเป็นเพื่อนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่นเดียวกัน ท้ายที่จึงลงตัวที่เก้าอี้ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดบีเท่านั้น นอกจากนี้ ส.ส.ที่ไม่มีสังกัดอย่าง นายภูมิ สาระผล ส.ส.ขอนแก่น ก็ถูกสลับเก้าอี้หลายครั้ง ก่อนที่จะลงตัวที่ตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

“หญิงอ้อ”ดีดลูกคิดร่วมจัดโผ
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโผ ครม.   “ยิ่งลักษณ์ 1” หากดูจากสายสัมพันธ์ความใกล้ชิด มีทั้งที่มีความใกล้ชิดกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อาทิ นายวรวัจน์, นายบุญทรง, นายสุร พงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายสันติ พร้อมพัฒน์ รวมถึงนายวิทยา บุรณศิริ นอกจากนี้ก็ยังมีความใกล้ชิดกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาลซึ่งเป็นคนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ อาทิ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต นายสุรพงษ์ อึ้งอำพรวิไล นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส่วนนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นั้นถือเป็นสายตรงของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร ขณะที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ถือเป็นโควตาของนายยงยุทธ ติยะไพรัช
   
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า การจัดโผ ครม. ครั้งนี้ มีการแจ้งไปยังบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการทาบทามเข้าร่วม ครม. ถึง 70 คน ให้ส่งประวัติเพื่อเตรียมไว้สำหรับใช้ยื่นให้ทางสำนักงานเลขาธิการ ครม. ตรวจสอบ โดยมีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย ร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการจัดบัญชีรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่ง รมต. แต่ไม่มีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วย จึงทำให้หลายคนที่ได้รับการทาบทาม ต่างทราบเพียงว่าตัวเองอาจจะได้ดำรงตำแหน่ง รมต.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่ากระทรวงไหน จึงทำให้มีกระแสข่าวที่สร้างความสับสนเรื่องโควตา รมต.ของแต่ละสายการเมือง

กระเพื่อม 4 เก้าอี้วิ่งไม่หยุด
   
นอกจากนี้ เกิดข่าวสะพัดภายในพรรคเพื่อไทยว่าอาจจะมีการสลับตัวในกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการต่างประเทศ และตำแหน่งรองนายกฯ หลังพ.อ.อภิวันท์ ประกาศถอนตัว ขณะที่แกนนำพรรคและ ส.ส.ต่างโทรศัพท์สอบถามเรื่องนี้กันวุ่นวายตลอดทั้งวัน ทำให้มีการเสนอชื่อ น.ส.กฤษณา เข้ามาแทน โดยให้ดำรงตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ
   
รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับเก้าอี้ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งนางเยาวภา ผลักดันให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว แต่ท้ายสุดมีแนวโน้มว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพ จะเป็นฝ่ายได้เก้าอี้นี้ไปนั้นมี คุณหญิงพจมานเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยมีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต พ.ต.ท.ทักษิณ และมีความสนิทสนมกับกลุ่ม ส.ส.กรุงเทพฯ กลุ่ม น.อ.อนุดิษฐ์ และ นายศิธา ทิวารี อดีตโฆษกพรรคไทยรักไทย ช่วยพูดคุยและสนับสนุนอีกแรง

“อภิวันท์”แอ่นรับมีตำหนิ
    
สำหรับบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย ตลอดทั้งวันได้มีบุคคลใกล้ชิด ทยอยนำกระเช้าดอกไม้มาแสดงความยินดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากนั้นเวลา 15.00 น. มีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ซึ่งบรรดา ส.ส. ที่มีชื่อติดโผเป็นว่าที่รัฐมนตรี ต่างทยอยเดินทางมาเข้าร่วมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าการประชุมพรรคครั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำสำคัญของคนเสื้อแดง ไม่ได้เดินทางมาร่วมด้วย ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน
   
รายงานข่าวแจ้งว่า ในระหว่างการประชุม พ.อ.อภิวันท์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ได้ขอถอนตัวไม่รับตำแหน่งใด ๆ ในครม.แล้ว โดยตอนแรกจะให้ตนไปอยู่กระทรวงศึกษาธิการ แต่ตอนหลังให้ตนไปเป็นรองนายกฯดูแลกระทรวงกลาโหม ซึ่งอาจจะถูกโจมตีได้ง่าย “ผมมีตำหนิ ผมรู้ตัวดี ผมจึงขอถอนตัวออกมา” ทั้งนี้เมื่อพ.อ.อภิวันท์พูดจบ ส.ส.ที่เข้าร่วมประชุมต่างปรบมือกันเสียงดัง

“ปู”มั่นใจแจงจัดทีมครม.
   
จากนั้นเวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางออกจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อกลับไปพักผ่อนที่บ้านพัก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ขอกลับไปพักผ่อนหน่อยค่ะ” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประกาศไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ ใน ครม.ว่า คงไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา พ.อ.อภิวันท์ก็อยากจะช่วยงานด้านอื่น โดยเป็นความประสงค์ของ พ.อ.อภิวันท์
   
เมื่อถามว่าสรุปแล้วชื่อ พ.อ.อภิวันท์ไม่ได้อยู่ในโผครม.ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวยอมรับว่า “ค่ะ” เมื่อถามว่าได้เตรียมชี้แจงการแต่งตั้งครม.ในตำแหน่งต่าง ๆ หรือยัง โดยเฉพาะ รมว.การต่างประเทศที่ีเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะค่อย ๆ เรียนให้ทราบ ถ้ามีการโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว จะสามารถอธิบายได้ ส่วนในวันที่ 10 ส.ค. จะเดินทางเข้าร่วมประชุมสภาทำหน้าที่ของเราในสภาไปตามปกติ ส่วนวันเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนนั้นยังไม่ทราบว่าจะเป็นวันที่ 10 ส.ค.หรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับแจ้งกำหนดการ และหลังจากที่งานพระราชพิธีเสร็จ ก็คงจะเดินทางลงพื้นที่ดูแลผู้ประสบอุทกภัยทันที

“เสื้อแดง” รับได้ไม่มีเก้าอี้
   
ที่พรรคเพื่อไทย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังปรากฏเป็นข่าวว่าถูกเบียดจากเก้าอี้รมว.ศึกษาธิการ ไปเป็นรองนายกฯในโค้งสุดท้ายของการจัดโผครม.ว่า ตนได้ขอถอนตัวไม่รับตำแหน่งใด ๆ ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ โดยได้โทรศัพท์ไปแจ้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ส.ค. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังปรากฏเป็นข่าวว่ามีชื่อตนเป็น 1 ใน 6 ของตำแหน่งรองนายกฯ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายและคนในพรรค โดยตนจะขอดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงตำแหน่งเดียว จะไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ อีก
   
นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. กล่าวถึงกรณีที่ไม่มีคนเสื้อแดงในรายชื่อครม. ที่เตรียมทูลเกล้าฯว่า ทางคนเสื้อแดงไม่ได้สนใจว่าจะมีใครเข้าไปนั่งใน ครม.หรือไม่ แต่สนใจในประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้องและความคาดหวังของประชาชน ในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องความยุติธรรมได้หรือไม่ หากมีตัวแทนเข้าไปเป็น รมต.แล้วทำตามข้อเรียกร้องของประชาชนไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ การได้เป็นหรือไม่ได้เป็นรัฐมนตรีจึงไม่สำคัญเท่ากับการทำงานตามข้อเรียก ร้องของประชาชน เรื่องนี้มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกคือคนเสื้อแดงมีความสุขที่มีตัวแทนเข้าไปอยู่ในรัฐบาล แต่ด้านลบคือความคาดหวังที่ประชาชนมีต่อคนที่เป็นรมต.

เชื่อมีอำนาจพิเศษบงการ
   
นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมกลุ่มคนรักอุดร ในฐานะแนวร่วมกลุ่ม นปช.กล่าวถึงกรณีที่ไม่มีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงติดในโผ “ครม.ยิ่งลักษณ์ 1” ว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ขอรอดูความชัดเจนเสียก่อน ทั้งนี้ไม่อยากให้นำตนไปผูกโยงกับกลุ่มนปช. เพราะตนทำงานมวลชนในนามของกลุ่มคนรักอุดร หากสุดท้ายแล้วอะไรออกมาไม่ดีตนก็จะออกมาตั้งเวทีด้วยตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร หรือถ้าครม.ออกมาหน้าตาไม่ดี สังคมรับไม่ได้ ก็จะวิพากษ์วิจารณ์
   
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแกนนำกลุ่มนปช. กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าอำนาจพิเศษยังอยู่เหนือพรรคเพื่อไทย และเหนืออำนาจประชาชน 15 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทย โดยอำนาจพิเศษนี้เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้พรรคเพื่อไทยไม่มีอิสระเลือกและไม่ เลือกใครก็ได้ อย่างกรณี พ.อ.อภิวันท์ ก็ทราบมาว่าผู้มีอำนาจมีอิทธิพลทางการเมืองไทยไม่สบายใจที่จะให้ไปรับ ตำแหน่งในฝ่ายบริหาร แต่สิ่งที่ตนวิตกคือห่วงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีใช้เรื่องของการแต่งตั้ง รัฐมนตรี สร้างประเด็นตอกลิ่มให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับผู้สนับสนุน พวกตนในฐานะแกนนำต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้กับประชาชนต่อไป เชื่อว่าพี่น้องจะเข้าใจและไม่เกิดปัญหาอะไร

ปชป.ตั้งครม.เงาประกบ
   
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคนัดแรกว่า การตั้ง ครม.เงานั้น พรรคจะตั้งครบทุกกระทรวง โดยจะดูความจำเป็นของเนื้อหา ซึ่งบางเรื่องหรือบางหน่วยงานที่มีงานมากและสามารถแบ่งออกได้ เราอาจจะมีรัฐมนตรีช่วย (รมช.) เงา การตั้ง ครม.เงา ส่วนหนึ่งจะมีตั้งบุคคลที่เป็นอดีตรัฐมนตรีเข้ามา แต่อาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ ครม.เงาจะเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว โดยการติดตามจะมุ่งเน้นนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้และแถลงต่อรัฐสภา เช่น การติดตามปัญหาตามสถานการณ์ และตรวจสอบปัญหาการใช้อำนาจในทางไม่ชอบ ทั้งการทุจริตและความพยายามช่วยพวกพ้อง
   
เมื่อถามว่าคนที่ถูกเลือกมาเป็นรัฐมนตรีนั้น ดูเหมือนจะเข้ามาทำการเมือง ไม่ใช่มาทำนโยบายเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องมีการอภิปรายว่าที่จริงแล้วการนำเสนอนโยบายที่กระทบกับคน หมู่มาก กลับดูเหมือนไม่มีการ เตรียมการและไม่มีความพร้อมที่จะทำ ก็จะเป็นปัญหา และที่จริงแล้ว ไม่ว่าใครจะเข้ามาในรัฐบาลยังคงมีหน้าที่ตอบสนองและแก้ปัญหาตามที่สัญญาไว้ กับประชาชน ถ้าเขาทำไม่ได้ ก็ถือว่าเขาไม่ซื่อตรงต่อประชาชนที่เป็นผู้ให้โอกาสเขาเข้ามาทำงาน อีกทั้ง บททดสอบแรกของรัฐบาลคือการแถลงนโยบายและการตอบข้อซักถามในการแถลงนโยบายต่อ รัฐสภา

ให้ “ยิ่งลักษณ์”โชว์กึ๋นก่อน
   
ต่อข้อถามว่าเชื่อหรือไม่ต่อสิ่งที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ แถลงว่าจะไม่ทำงานให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้เราต้องให้โอกาส แต่การกระทำจะเป็นเครื่องพิสูจน์ และตนยืนยันในฐานะฝ่ายค้านว่าเราจะไม่ยอมให้ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็มีความรับผิดชอบเต็ม ๆ กับการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่อาจไปอ้างคนอื่นได้ในการตัดสินใจ เมื่อถามว่ามีสิ่งท้าทายในการทำงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าความเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่น่าหนักใจคือปัญหาของผลประโยชน์ที่มีความซ้อนกันอยู่ ซึ่งปฏิเสธได้ยาก
   
นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการชดเชยแก่เกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนมาใช้นโยบายการรับจำนำพืชผลทางเกษตรกรว่า ขณะนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรเริ่มเดินแล้ว รัฐบาลจึงต้องมีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด ตนยืนยันว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรจะเป็นประโยชน์ในพื้นที่ที่ได้รับ ความเสียหายจากน้ำท่วม ถ้ายกเลิกโครงการนี้ เกษตรกรจะหมดสิทธิได้รับการชดเชย เมื่อรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการรับจำนำ โครงการประกันรายได้เกษตรกรจึงเดินต่อไป ดังนั้นรัฐบาลต้องมีความชัดเจน

“บิ๊กตู่” ยันทหารไม่เลือกนาย
   
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ ว่า ก็ดูดี พูดจาอะไรก็เป็นหลักเป็นฐาน ต้องรอให้ท่านนายกฯ ได้ทำงาน และคงเรียกตนไปชี้แจงว่างานที่กองทัพบกทำมีอะไรบ้าง ซึ่งตนเตรียมข้อมูลไว้แล้วว่าจะนำเรียนอย่างไร ทุกอย่างทำไปตามกฎหมาย ไม่ได้ทำด้วยตัวเอง คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงเข้าใจ ผู้หญิงผู้ชายทั้งโลกก็เก่งเท่ากัน เมื่อถามว่า ถ้าเขาทำงานไม่เข้าตาจะต้องพูดคุยหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “ใครไม่เข้าตาใคร ผมไม่เข้าตาเขามากกว่ามั้ง”
   
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการคาดว่า พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา จะมาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ รู้แล้วหรือว่าเป็นใคร ตนยังไม่รู้เลย อย่างไรก็ตาม พล.อ.ยุทธศักดิ์ เคยเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว เคยทำงานกันด้วยระบบ ระเบียบ กฎหมาย เรื่องตัวบุคคลเป็นเรื่องที่สอง ซึ่งตนเคยสอนผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอว่า เราเลือกผู้บังคับบัญชาไม่ได้ แต่ผู้บังคับบัญชาเลือกเราได้ ดังนั้นเราต้องทำตัวให้มีประโยชน์ ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ผู้บังคับบัญชาก็ต้องใช้เรา ทั้งนี้คิดว่า การที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นทหารน่าจะเข้าใจกองทัพมากกว่าคนที่ไม่ใช่ทหาร
                   
เป็นห่วงทีมศก.ไม่เจ๋งจริง
   
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) กล่าวถึงโผ ครม.ในส่วนของทีมเศรษฐกิจว่า ความเห็นส่วนตัวแล้วเป็นห่วงทีมเศรษฐกิจรัฐบาลที่พิจารณาแล้วยังไม่มีมือดี ๆ โดยเฉพาะนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ที่จะเป็น รมว.คลัง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอยขณะ นี้บุคคลที่จะมาดูแลคลังจะต้องมีความรู้ที่กว้างไม่ใช่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
   
นายธนิต ระบุว่า เห็นทีมเศรษฐกิจแล้วก็หนักใจ แต่ภาพรวมรัฐบาลนี้มีเสถียรภาพก็น่าจะประคองภาพรวมไปได้ อย่างไรก็ตามขอเสนอแนะให้รัฐบาลควรจะถอดการเป็นนักการเมืองออกบ้าง หากนโยบายที่หาเสียงแล้วเห็นว่าเวลานี้ไม่เหมาะสมก็ชะลอไปก่อน นอกจากนี้ส่วนของกระทรวงพาณิชย์เองมีความเป็นห่วงในเรื่องของการส่งออกไตร มาส 4 ที่ตลาดโลกอาจชะลอตัว ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาจะต้องทำงานเชิงรุก มีความเข้าใจในเรื่องการส่งออก ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศโผออกมายังไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่กระทรวงนี้ มีความสำคัญที่จะต้องสร้างสัมพันธ์เพื่อนบ้านโดยรักษาผลประโยชน์ชาติไม่ให้ เสียเปรียบ และที่สำคัญการค้าชายแดนต่อไปจะสำคัญมากขึ้นผู้ที่เป็น รมว.การต่างประเทศจึงต้องเก่งจริง

ค่อยโล่ง“วิทยา”มานั่ง สธ.
   
พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป แห่งประเทศไทย (สพศท.) กล่าวถึงโผครม. ล่าสุด ซึ่งมีชื่อนายวิทยา บุรณศิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็น รมว.สาธารณสุขว่า ยินดีต้อนรับ ถือเป็นข่าวดี และรู้สึกดีใจที่ไม่ใช่คนที่มีชื่อเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาเคยประสานงานกับนายวิทยามาก่อน ในช่วงที่มีการพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของสภา  โดยในช่วงนั้นนายวิทยาเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน รับฟังปัญหาและความเห็นจากพวกเรา ถือว่าเป็นบุคคลที่ใช้ได้ ซ้ำยังบอกด้วยว่า หากร่างกฎหมายเข้าสภาจะยกเก้าอี้กรรมาธิการในการพิจารณากฎหมายให้กับพวกเรา ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้รับผลกระทบ เข้าไปนั่งในกรรมาธิการด้วย
   
“เรายินดีต้อนรับคุณวิทยา เพราะเป็นคนที่รับฟังและเข้าใจปัญหา เป็นคนใจดี ฉลาด เรียนรู้งานได้เร็ว เชื่อว่านายวิทยาจะช่วยแก้ไขปัญหาภายในกระทรวงสาธารณสุขได้ไม่ยาก” พญ.ประชุมพร กล่าว

“กรณ์”บี้สรรพากรเก็บภาษี
   
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสรรพากร ดำเนินการคืนเงินให้กับนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีการถือครองหุ้นของบริษัท ชิน คอร์เปอเรชั่นว่า ที่จริงแล้วไม่ได้มีการคืนภาษี แต่ภาษีที่ว่านั้นเป็นภาษีที่ยังเก็บไม่ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่ตนเข้าใจว่าเงินที่กรมสรรพากรคืนให้กับนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา คือ เงินในบัญชีที่ถูกอายัดซึ่งมีมูลค่าโดยรวมประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่ภาษีที่มีการประเมินไว้แต่แรก มีมูลค่าโดยรวมหลักหมื่นกว่าล้านบาทซึ่งไม่เคยอยู่ในมือของรัฐ
    
นายกรณ์ ยังกล่าวว่า ในการพิจารณาโดยกรมสรรพากรซึ่งเป็นอำนาจตามกฎหมายของอธิบดีกรมสรรพากรนั้น คงต้องดูว่าจะดำเนินคดีต่อไปอย่างไร จะมีความเปลี่ยนแปลงหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาว่าหุ้นทั้งหมดที่เคยมีการอ้างว่าเป็นของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา นั้น แท้จริงเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นที่มาของการยึดทรัพย์สินบางส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อเป็นเช่นนั้น สำนักงานอัยการและกรมสรรพากรจึงหารือกันแล้วเห็นว่าเมื่อไม่ใช่ทรัพย์ของ ทั้ง 2 คน การจัดเก็บก็หมดไป.
Share this article on :

0 comments:

Post a Comment

 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.