Showing posts with label สังคม. Show all posts
Showing posts with label สังคม. Show all posts
Thursday, September 8, 2011

คนร้ายกระหน่ำยิงหนุ่มจนท.อนามัยปัตตานีดับคารถ หน้าโชว์รูมโตโยต้า


 เมื่อเวลา 10.10 น.วันที่ 8 ก.ย. พ.ต.อ.จิรวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.หาดใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติชัย สังขถาวร รองผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ และ พ.ต.ท.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม หน้าบริษัทโตโยต้า สาขาหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาวหมายเลขทะเบียน ชย.2777 กรุงเทพ จอดอยู่ริมถนนภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายรุสรัน สะแม อายุ 40 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่บริเวณใบหน้าและลำตัวหลายนัดเสียชีวิตภายในรถ บริเวณกระจกหน้ารถพบรูกระสุนจำนวน 5 รู และพบปลอกกระสุนตกอยู่บริเวณใกล้รถอีกจำนวน 6 ปลอก

 จากการสอบสวนนางวรินทร์ดา สะแม ภรรยาของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย อ.กะพ้อ และตนเองเป็นผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลปัตตานี ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางจากบ้านที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เพื่อมาซื้อรถยนต์คันใหม่ที่บริษัทโตโยต้า สาขาหาดใหญ่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายรุสรันได้จอดรถแต่ยังไม่ได้ลงจากรถ ตนเองลงจากรถไปก่อน เพื่อเข้าไปในบริษัท ได้มีคนร้าย 1 คน ใส่หมวกกันน็อค สวมกางเกงลายพรางทหาร ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีบรอนซ์-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับรถเข้ามาจอดหน้ารถของสามี แล้วชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่กระจกหน้ารถหล่ายนัด หลังจากนั้นจึงได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสาย สืบตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์บริเวณดังกล่าว เพื่อสืบหาตัวคนร้าย ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
Thursday, August 25, 2011

นักวิจัยชี้ มีสัตว์โลกรอค้นพบนับล้านสายพันธุ์

Pic_196622

คณะนักวิจัยจากสหรัฐฯและแคนาดาเผยว่า ยังมีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่รอการค้นพบอีกกว่า 8.8 ล้านสายพันธุ์ ทั้งในพื้นที่ต่างๆทั่วโลก รวมถึงใต้มหาสมุทร...


สำนักข่าว ต่างประเทศรายงานว่า คณะนักวิจัยและนักชีววิทยาจากสหรัฐฯและแคนาดา เผยผลการศึกษาและประเมินสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ที่ยังรอการค้นพบทั่วโลกลงในเว็บไซต์วารสารวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ “พลอส ไบโอโลจี” เมื่อ 23 ส.ค. โดยนายบอริส เวิร์ม หัวหน้าคณะวิจัยชาวแคนาดาจากมหาวิทยาลัยดัลเฮาส์ซี ระบุว่าสิ่งมีชีวิตที่ถูกค้นพบและได้รับการบันทึกลักษณะทางกายภาพและชีวภาพ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีประมาณ 1.9 ล้านสายพันธุ์ หรือ “สปีชีส์” แต่ผลการคำนวณสายพันธุ์สัตว์โลกโดยใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ประเมินสัดส่วนสิ่ง มีชีวิตที่ถูกค้นพบและพื้นที่ต่างๆทั่วโลก รวมถึงใต้มหาสมุทร ซึ่งยังไม่เคยถูกสำรวจ คาดว่าจะยังมีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่รอการค้นพบอีกกว่า 8.8 ล้านสายพันธุ์ แบ่งเป็นสัตว์โลกชนิดต่างๆ ราว 7.8 ล้านสายพันธุ์, เชื้อราอีกราว 611,000 สายพันธุ์ และพืชอีกประมาณ 300,000 สายพันธุ์

เนื้อหาในรายงานวิจัยระบุว่าการสำรวจพื้นที่ใต้สมุทรเพื่อหาแหล่งพลังงาน ธรรมชาติช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ได้อีกเป็น จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกุ้งยักษ์ล็อบสเตอร์ซึ่งตาบอดและมีขน หรือปลากบสีรุ้ง อาศัยอยู่ใต้ท้องมหาสมุทรนอกชายฝั่งประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงสัตว์สายพันธุ์เล็กในแถบประเทศหมู่เกาะแคริบเบียน ซึ่งนายเอ็ดเวิร์ด โอ. วิลสัน นักชีววิทยาชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์สาขาวิทยาศาสตร์ สนับสนุนบทความของคณะวิจัย พร้อมระบุว่ามนุษย์จำเป็นต้องเรียนรู้และหาทางทำความรู้จักกับสิ่งมีชีวิต ชนิดอื่นๆ บนโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่มันจะสูญพันธุ์ไป และการสกัดหาตัวยารักษาโรคบางประเภทของมนุษย์อาจได้มาจากพืชหรือสัตว์สาย พันธุ์ใหม่เหล่านี้ ขณะที่นายเอริค มาตา ผู้อำนวยการโครงการจัดทำสารานุกรมสิ่งมีชีวิตทั่วโลก ระบุว่าสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่อาจมีมากกว่าที่คณะนักวิจัยประเมินอีกหลาย ล้านสายพัน
Wednesday, August 24, 2011

ศาลฎีกาฯรับฟ้องทุจริตรถเรือดับเพลิง

Pic_196478 ศาลฎีกาฯรับฟ้องทุจริตรถเรือดับเพลิง ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นโจทก์ ฟ้องอดีต รมว.-รมช.มหาดไทย รมว.พาณิชย์ และอดีต ผอ.ปภ.และอดีตผู้ว่า กทม.โดยคณะผุ้พิพากษาเห็นว่าคดีมีมูล...

วันที่ 24 ส.ค. นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนพร้อมองค์คณะผู้พิพากษา อ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำ อม.5/2554 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ฟ้อง นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จำกัด และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และการระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 กรณีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง มูลค่า 6,687,489,000 บาท

โดย องค์คณะผู้พิพากษาเห็นว่าคดีมีมูลจึงให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเพื่อ มีคำพิพากษา พร้อมนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 2 พ.ย.54 เวลา 10.00 น. ส่วนจำเลยที่ 5 เป็นบริษัทต่างชาติให้ประสานส่งหมายเรียกผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยัง ประเทศออสเตรีย และให้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในส่วนของจำเลยที่ 5 วัน
Monday, August 22, 2011

เขื่อนรับไม่ไหว เร่งปล่อยน้ำ

ลุ่มน้ำน่าน อ่วมหนัก จมฉับพลัน



ลำบาก- พระวัดคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ต้องขับรถลุยน้ำท่วมขังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดยังน่าห่วง โดยเฉพาะพื้นที่ใต้เขื่อนใหญ่ที่ต้องเร่งระบายน้ำ
เขื่อน สิริกิติ์ รับน้ำน่านไม่ไหวแล้ว สั่งเปิดประตูเร่งระบายน้ำออก ลุ่มแม่น้ำน่านใต้เขื่อนเตรียมรับวิกฤต เผยอุตรดิตถ์อ่วมรับน้ำจากเขื่อนยักษ์เต็มๆ ประกาศแจ้งเตือน 3 อำเภอท้ายเขื่อนเร่งอพยพสิ่งของขึ้นที่สูงทันที ปภ.รายงาน 13 จังหวัดเหนือ-อีสานน้ำยังท่วมไม่ลด ปราจีนฯ-พิจิตรตาย 3 ศพ 'มาร์ค'นายกฯเงา ลุยน้ำท่วมอยุธยาเจอเสื้อแดงป่วนตามชูป้ายดีแต่พูด บี้ 'เจ๊ปู'เร่งจ่ายค่าชดเชยเกษตรกร 'เสธ.หนั่น-รมช.กิตติศักดิ์' แจกถุงยังชีพถือโอกาสหนุนสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น สมัชชาคนจนออกโรงแถลงต้านทันที ยันได้ไม่คุ้มเสีย จี้นายกฯหยุดนักสร้างเขื่อน

ปภ.รายงาน29จว.ภัยพิบัติ

เมื่อ วันที่ 21 ส.ค. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ยังมีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) รวม 29 จังหวัด 274 อำเภอ 1,840 ตำบล 15,041 หมู่บ้าน ได้แก่ จ.แพร่ เชียงใหม่ สุโขทัย น่าน ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ นครพนม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อุดรธานี หนองคาย มุกดาหาร บึงกาฬ สกลนคร เลย เพชรบูรณ์ ประจวบ คีรีขันธ์ นครนายก ปราจีนบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา

โดยราษฎรเดือดร้อน 935,359 ครัวเรือน 3,476,583 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 323 หลัง พื้นที่การเกษตรคาดว่าเสียหาย 1,838,209 ไร่ ถนน 5,256 สาย ท่อระบายน้ำ 669 แห่ง ฝาย 602 แห่ง ทำนบ 123 แห่ง สะพาน/คอสะพาน 429 แห่ง บ่อปลา/บ่อกุ้ง 22,399 บ่อ ปศุสัตว์ 162,91 ตัว มีผู้เสียชีวิต 37 ราย สูญหาย 1 คน

เผย13จังหวัดน้ำยังท่วมอยู่

นาย วิบูลย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ได้แก่ จ.น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ตาก เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 13 จังหวัด 98 อำเภอ 680 ตำบล 5,083 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 385,214 ครัวเรือน 1,156,666 คน ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ นครนายก พระนคร ศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อ่างทอง และปราจีนบุรี

นายวิบูลย์ กล่าวว่า ปภ.สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบ อุทกภัย ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน สนับสนุนเครื่องจักรกล เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกน้ำออกให้บริการในพื้นที่ประสบภัย พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบ กระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยดินโคลนถล่ม ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ปภ.จะประสานให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

'มาร์ค'กระทุ้งจ่ายค่าชดเชย

ที่ ม.เกษมบัณฑิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า บ่ายวันเดียวกันนี้จะเดินทางไปตรวจน้ำท่วม จ.พระนครศรี อยุธยา เยี่ยมเยียนผู้เดือดร้อนพร้อมดูระบบการระบายน้ำ ทั้งนี้ ต้องการเร่งรัฐบาลให้ชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์ช่วยเหลือ ทั้งการชดเชยรายได้ พืชผลทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวและครบวงจรนั้น เห็นด้วยกับแนว คิดการสร้างเขื่อนแม่น้ำยมบน ยมล่าง แทนการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ประชาชนจะได้ประโยชน์จากเขื่อนขนาดเล็ก

เสื้อแดงป่วนชูป้าย'ดีแต่พูด'

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์เดินทางไปที่ศาลาการเปรียญวัดกอไผ่ ม.3 ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล เพื่อแจกถุงยังชีพ 1,000 ชุด ให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.บางหัก บางหลวงโดด และบางหลวง โดยชาวบ้านบางส่วนต้องใช้เรือพายมารับสิ่งของ ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องเดินลุยน้ำและลงเรือแจกถุงยังชีพ ท่ามกลางความพอใจและเสียงปรบมือของชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายอภิสิทธิ์เดินลุยน้ำแจกของชาวบ้าน นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำคนเสื้อแดงอยุธยา 49 พร้อมสมาชิก 5 คน มาชูป้ายข้อความว่า "ไม่ต้องมาพูด ไม่เชื่อ" "ไม่ต้องมาพูดอีก 91 ศพอยู่ที่ไหน" ทั้งนี้ นางมยุรีระบุว่า ต้องการให้อดีตนายกฯรู้ปัญหาว่าอย่าดีแต่พูด ช่วงเป็นรัฐบาลไม่เห็นทำงานอย่างนี้

นายณรงค์ อ่อนสอาด รองผู้ว่าฯพระนคร ศรีอยุธยา เผยว่า น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายด้วยความเร็ว 1,878 ลบ.ม. ต่อวินาที เขื่อนป่าสักระบายผ่านเขื่อนพระรามหก 256 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 15 ซ.ม. ขยายวงกว้างเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะ อ.บางบาล พื้นที่การเกษตรเสียหาย 4,324 ไร่ แต่ประสานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว

อ่างทองผวาเขื่อนทะลัก

จ.อ่างทอง สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.จำปาหล่อ บางจุดน้ำสูง 30 ซ.ม. ต้องเร่งนำดินมาถมทำคันกั้นน้ำ ส่วนพื้นที่ต.โผงเผงซึ่งถูกน้ำท่วมมาก่อนหน้านี้ น้ำยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านต้องระดมกระสอบทรายกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน


กู้จากน้ำ- เจ้าหน้าที่กู้ศพนายสมจิตร สามเรือง อายุ 53 ปี ขึ้นจากน้ำหลังพลัดตกจากเรือจมน้ำเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณป่ายูคาลิปตัส ต.นาแข อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 21 ส.ค.


นาง กุลฟาร์ลี เทพรักษ์ นายกอบต.โผงเผง กล่าวว่า เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงท้ายเขื่อนที่ระดับ 1882 ลบ.ม./วินาที ทำให้น้ำเข้าท่วมหมู่บ้านในเขต ต.โผงเผง 8 หมู่บ้านจากทั้งหมด 10 หมู่ ประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำและจุดเสี่ยงต่างหวาดกลัวเนื่องจากระดับสูงขึ้น ทุกช.ม.เฉลี่ย 10-20 ซ.ม./ชั่วโมง ขณะนี้มีครัวเรือนเดือดร้อน 195 ครัวเรือน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถ้าระดับน้ำยังไม่คงที่

ชัยนาทเร่งสูบน้ำออกจากนา

นาย ปรีชา ทองคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชัยนาท เผยว่า น้ำท่วมขังพื้นที่ไร่นาราษฎร 10,400 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างรอการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ 3 ตำบล 20 หมู่บ้าน ของ อ.สรรพยา ประกอบด้วย ต.เขาแก้ว โพนางดำออก และโพนางดำตก เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,731 ครัวเรือน ทั้งนี้ นายจำลอง โพธิ์สุข ผู้ว่าฯชัยนาท ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยจากอุทกภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว พร้อมประสานนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาเร่งสูบน้ำออก

จ.เพชรบุรี ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 129 หมู่ 4 ต.นาพันสาม อ.เมือง หลังได้รับแจ้งถูกพายุพัดหอบเอาเต็นท์ไปตกบนตัวบ้านขณะจัดงานศพ มีผู้บาดเจ็บหลายราย เมื่อไปถึงพบบ้านที่ประสบเหตุมีเต็นท์ 2 หลังพาดอยู่บนตัวบ้านซึ่งมีโลงศพไม้อยู่ตรงกลางบ้าน โดยตัวบ้านนั้นกระ เบื้องแตกเสียหายทั้งหมด

พายุพัดหอบเต็นท์งานศพ

นาย สังวาร สกุลพงษ์ อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน สมาชิก อบต.นาพันสาม เผยว่า จัดงานสวดศพนางบุญมา สกุลพงษ์ ภรรยา มีเพื่อนบ้านร่วมพิธีกว่า 300 คน กระทั่งเวลา 20.40 น. ขณะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย เกิดฝนตกลมพัดแรง ช่วงเวลาไม่ถึงนาทีลมได้พัดหอบเอาเต็นท์ที่ตั้งอยู่ติดกับตัวบ้าน ลอยขึ้นไปตกทับตัวบ้าน บริเวณตัวบ้านที่เต็นท์ตกทับ กระเบื้องแตกร่วงลงมา บนพื้น ผู้มาฟังสวดบาดเจ็บกว่า 20 ราย พระสงฆ์บาดเจ็บที่ศีรษะ 2 รูป มีชาวบ้านถูกไม้และเหล็กขาเต็นท์บาดเจ็บต้องนำส่งโรงพยาบาล 3 ราย แต่ปลอดภัยแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต

นายสังวาร เผยต่อว่า เบื้องต้นพบว่ากระเบื้องแตกเสียหาย 300 แผ่น ไม้เสียหายบางส่วน ทั้งนี้ ต้องเร่งซ่อมแซมตัวบ้านที่พังเสียหายก่อน ยังต้องจัดพิธีสวดศพภรรยาไปอีก 2 คืน

ปราจีนฯตายแล้ว2ศพ

เวลา 14.00 น. ร.ต.ท.วิฑูรย์ วงค์ใหญ่ ร้อยเวรสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีน บุรี รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจมน้ำบริเวณสวนยูคา ลิปตัส บ้านวังห้าง หมู่ 2 ต.นาแข รุดไป ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์ชันสูตรร.พ. กบินทร์บุรี พบศพนายสมจิตร สามเรือง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 2 ต.นาแขม อ.กบินทร์บุรี จมอยู่ใต้น้ำพร้อมกับเรือภายในป่ายูคาลิปตัสที่น้ำลึกเกือบ 2 เมตร งมศพขึ้นมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว 4 ชั่วโมง สาเหตุคงถูกน้ำพัดตกจากเรือขณะออกเรือหาปลา ประ กอบกับกระแสน้ำเชี่ยว และผู้ตายว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำเสียชีวิต

ส่วนที่หมู่ 3 ต.นาแขม ซึ่งมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมเกือบ 2 เมตร มีผู้เสียชีวิตอีกราย คือนายทองดำ ขันดงลิง อายุ 63 ปี ไม่ทราบบ้านเลขที่ นอนป่วยอยู่กับบ้านที่ถูกน้ำท่วม ไม่สามารถออกไปไหนได้จนเกิดอาการเครียดและช็อกเสียชีวิตไปอีกราย

ได้ทีชงเขื่อนแก่งเสือเต้น

จ.พิษณุโลก นายกิตติศักดิ์ หัตถสง เคราะห์ รมช.คมนาคม พร้อมคณะไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วมพื้นที่ อ.บางระกำ บางกระทุ่ม และพรหมพิราม พร้อมมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้าน พบว่า ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ น้ำท่วม 11 ตำบล พื้นที่การเกษตรเสียหาย 9,500 ไร่ ถนนถูกตัดขาด 46 สาย ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือเดินทาง

นายกิติศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับคำสั่งจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้ดูแลน้ำท่วม จ.พิษณุโลก เท่าที่ฟังความเห็นชาวบ้าน อ.บางระกำ ส่วนใหญ่ต้องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ตนจะนำข้อเสนอไปพูดในการประชุมครม. ส่วนปัญหาเส้นทางคมนาคม หลังน้ำลดแล้วจะเร่งจัดการโดยเร็ว

พระเดินลุยน้ำรับกิจนิมนต์

ที่ วัดคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก น้ำไหลเข้าท่วมบริเวณลานวัดความสูง 30-40 ซ.ม. สร้างความเดือดร้อนให้พระภิกษุสามเณร การรับกิจนิมนต์แต่ละวันต้องเดินลุยน้ำอย่างทุลักทุเล ทั้งนี้ทางวัดประสานเทศบาลนครพิษณุโลก โดยพระภิกษุสาม เณร ช่วยกันนำกระสอบทรายมาปิดกั้นแนวคลองน้ำและตามปากท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหนุนดันเข้ามาในวัด แต่ป้องกันได้เพียงเล็กน้อย ถ้ามีฝนตกลงมาอีกในช่วง 1-2 วันนี้ ระดับน้ำในคลองจะเพิ่มสูงและไหลเข้าท่วมวัด เดือดร้อนกว่านี้ ขณะที่โรงเรียนเทศบาล 2 วัดคูคาสวรรค์ที่อยู่ติดกัน ประ สบปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน กำลังประเมินว่าจะปิดการเรียนการสอนหรือไม่

เชียงรายอ่วมเกิดอุทกภัยซ้ำ

จ.เชียงราย ฝนตกตลอดวันทำให้น้ำในแม่น้ำคำซึ่งเคยท่วมหลายหมู่บ้าน ต.แม่คำ จันจว้า และจันจว้าใต้ เพิ่มระดับขึ้นมาจนล้นตลิ่งอีกครั้ง ก่อนไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนในหมู่ 10 และหมู่ 14 ต.แม่คำ ลึก 0.5-1 เมตร บางจุดเกือบ 2 เมตร น้ำยังไหลท่วมหมู่บ้านม่วงหมูสี หมู่ 7 บ้านแม่คำฝั่งหมิ่น หมู่ 9 และบ้านม่วงคำ หมู่ 11 ต.แม่คำ เป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ ประชาชนที่เคยเก็บข้าวของหนีน้ำรอบแรกและเริ่มกลับไปอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ต้องพากันอพยพเป็นรอบที่สองอีก ครั้งนี้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังกว่า 300 หลังคาเรือน หลังเกิดเหตุนายสุขคำ เดชอูป นายกเทศมนตรีสายน้ำคำ นำเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของเทศบาล และอาสารักษาดินแดน อ.แม่จัน เร่งเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน ขณะที่ฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่องและท้องฟ้าอึมครึม

เมืองน่านอพยพสิ่งของบนถนน

จ.น่าน น้ำท่วมเขตเทศบาลเมืองน่านสูงกว่า 50 ซ.ม. เจ้าของร้านค้าต้องขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูง ขณะที่ชุมชนริมลำน้ำน่านและทางน้ำผ่านถูกน้ำท่วมเช่นกัน ชาวบ้านต้องขนสิ่งของไว้บนถนนและพักหลบอาศัยบนรถยนต์แทนบ้าน ได้รับความเดือดร้อนเรื่องห้องน้ำ ต้องไปอาศัยบ้านญาติและส่วนราชการที่ชุมชนอื่น ส่วนสถานศึกษา 8 แห่งในเขตเทศบาลต้องเร่งขนย้ายอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ในที่ปลอดภัย แต่ยังไม่ประกาศปิดเรียน หากน้ำยังไม่ลดจะพิจารณาประกาศต่อไป

นายสุ รพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า สั่งเปิดประตูระบายน้ำของเทศบาลทั้งหมดแล้ว ให้น้ำไหลลงแม่น้ำน่านเพื่อลดระดับน้ำในชุมชนต่างๆ เนื่องจากระดับน้ำเวลา 08.00 น. ที่สถานีวัดระดับน้ำ N1 ได้ 6.26 เมตร ลดลงชั่วโมงละ 9 เซนติเมตร เริ่มกลับสู่ระดับปกติ แต่ก็ยังน่าห่วงและต้องเฝ้าสถานการณ์ใกล้ชิด เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ทะเลาะกั้นน้ำ-ร้องผู้ว่าฯไกล่เกลี่ย

จ.พิจิตร สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ทั้งลุ่มแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมยังวิกฤตหนักขยายวง กว้าง หลังจากแม่น้ำทั้ง 2 สายยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแม่น้ำยมที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง ล้นทะลัก พนังคันกั้นน้ำไม่สามารถทานกระแสน้ำไว้ได้ เริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่ที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมในอ.เมือง และอ.โพธิ์ประทับช้างซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกสวนส้มโอ นาข้าว ส่งผลให้ชาวนาและชาวสวน 500 คนใน ต.เมืองเก่า โรงช้าง และโพธิ์ประทับช้าง ช่วยกันเสริมคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำไหลไปท่วมพื้นที่ที่ยังไม่ ถูกน้ำท่วม แต่ถูกกลุ่มชาวบ้านหมู่ที่ 8 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือน 300 คน ไม่ยอมให้ปิดกั้นกระสอบทราย อ้างว่าเดือดร้อนจากน้ำท่วมจนไม่มีที่หลับที่นอน โดยขอให้น้ำที่ท่วมไหลไปตามธรรมชาติ จึงเกิดทะเลาะโต้เถียงกันอย่างรุนแรงบริเวณทางหลวงหมายเลข 1267 พิจิตร-หนองหัวปลวก สี่แยกบ้านวังจิก ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ต่างฝ่ายต่างโต้กันไปมาหวิดปะทะหลายรอบ แกนนำแต่ละฝ่ายตกลงไม่ได้ ชาวนาจึงไปปิดถนนเรียกร้องให้นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าฯพิจิตร มาเจรจาไกล่เกลี่ย ก่อนรวมตัวกันเดินทางไปจวนผู้ว่าฯ แต่นายสุวิทย์ไม่อยู่ ติดตาม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ไปแจกถุงยังชีพที่ อ.โพทะเล ชาวบ้านจึงเดินทางกลับ ไปชุมนุมยังจุดเดิม

'หนั่น'ตามบี้สร้าง'เสือเต้น'

วัน เดียวกัน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ไปแจกถุงยังชีพให้ราษฎร ต.หอไกร อ.บางมูล นาก จ.พิจิตร ที่เดือดร้อนจากแม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนไร่นาเสียหายจำนวนมาก จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า เป็นคนเริ่มต้นผลักดันสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เคยเสนอรัฐบาลที่ผ่านมาแต่ไม่สำเร็จ มาถึงรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเสนออีกครั้ง โดยจะผลักดันให้ถึงที่สุด

เมื่อ ถามถึงนายกฯระบุเขื่อนแก่งเสือเต้นไม่แก้ปัญหาน้ำท่วม พล.ต.สนั่นกล่าวว่า นายกฯพูดเช่นนี้คงไปฟังใครเสนอแนะ คงยังไม่ทราบดีในเรื่องลุ่มแม่น้ำยม เรื่องแก่งเสือเต้น ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯและรัฐบาลควรฟังเสียงส่วนใหญ่ ไม่ใช่เสียงส่วนน้อย

ย้ำชัดต้องพัฒนาลำน้ำสาขา

นาย ชุม สะเอียบคง นายก อบต.สะเอียบ กล่าวว่า แก่งเสือเต้นไม่ได้แก้น้ำท่วม ครั้งนี้น้ำที่ท่วมเกิดจากฝนตกหนักตอนล่างของฝายแม่ยมลงไป ทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนของประชาชน จ.แพร่ และจังหวัดลุ่มน้ำยม ไม่ได้เกิดจากปริมาณน้ำเหนือแต่อย่างใด การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้ รัฐบาลต้องหันมาแก้ไขและพิจารณาการพัฒนาลำน้ำสาขาทั้งหมดของแม่น้ำยมก่อน ทำอย่างไรไม่ให้ปริมาณน้ำไหลล้นเข้าท่วมในจังหวัดต่างๆ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไหนๆ ก็ไม่ลงมือทำ มัวแต่ทะเลาะกัน

พิจิตรจมน้ำดับอีก1ศพ

เวลา 09.00 น. ร.ต.อ.ธงชัย สวนนุ่ม ร้อยเวร สภ.ย่านยาว อ.เมืองพิจิตร รับแจ้งว่ามีคนพลัดตกน้ำบริเวณหมู่ที่ 4 ต.ย่านยาว อ.เมืองพิจิตร รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบ้านติดริมตลิ่งแม่น้ำน่าน ค้นหาศพเจอทราบชื่อคือนายดาวเรือง มีสันเทียะ อายุ 41 ปี อยู่เลขที่ 20/2 หมู่ที่ 4 ต.ย่านยาว สอบสวนทราบว่า น้ำท่วมบ้านนายดาวเรืองสูงกว่า 2 เมตร ขณะผู้ตายกำลังเก็บข้าวของหนีน้ำ เกิดเป็นลมจึงพลัดตกจากบ้าน จมน้ำเสียชีวิต

เขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำ 57ล้านลบ.ม.

นาย ประสงค์ เวียงเงิน เจ้าหน้าที่ช่างประจำห้องควบคุม อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เผยว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบันอยู่ที่ 158.20 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) ปริมาณน้ำ 8,493.70 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 89.31% ปริมาณน้ำที่เขื่อนสามารถรับได้สูงสุดอยู่ที่ 162 เมตร (รทก.) 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่อวัน 120 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสามารถรับน้ำได้อีกเพียงแค่ 900 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 10.96%

นายประสงค์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าในอ่างเก็บน้ำในเขื่อนมีอยู่ตลอดและเป็นปริมาณมาก เขื่อนจำเป็นต้องปล่อยน้ำออกเพื่อให้เกิดความพร่องน้ำในตัวเขื่อนและรับน้ำ ใหม่ โดยวันที่ 22 ส.ค.จะปล่อยน้ำออก 57 ล้านลูกบาศก์เมตรผ่านกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า 60% และผ่านประตูสปิลเวย์ซึ่งเป็นประตูน้ำล้น 2 บาน บานละกว่า 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้แม่น้ำน่านมีปริมาณน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบัน 40 ซ.ม. หากเกิดฝนตก ปริมาณน้ำจะไหลไปปะปนกับปริมาณน้ำป่าและน้ำในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมอีก ทำให้น้ำในแม่น้ำน่านอาจสูงขึ้นเพิ่มเติม ล้นตลิ่งเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัย

เตือน3อำเภอ'อุตรดิตถ์'

"จึง ขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านท้ายน้ำ ตั้งแต่เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เทศบาลตำบลคุ้งตะเภา เทศบาลตำบลวังกะพี้ เทศบาลตำบลป่าเซ่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ เรื่อยไปจนถึงเขตพื้นที่ อ.ตรอน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ให้เคลื่อนย้ายสิ่งของทุกชนิดขึ้นสู่ที่สูงเพื่อลดความเสียหาย" นายประสงค์ กล่าวและว่า การไหลของน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ไปสู่พื้นที่ดังกล่าว ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง ให้เฝ้าติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนและพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องด้วย

สมัชชาฯจี้'ปู'หยุดนักสร้างเขื่อน

วัน เดียวกัน สมัชชาคนจนออกแถลงการณ์คัดค้านนักการเมืองและข้าราชการบางคนที่ผลักดันสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น โดยยืนยันว่า มีผลการศึกษาที่ได้ข้อสรุปแล้วไม่สมควรสร้างเพราะเกิดผลกระทบมากมาย ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำแล้งได้ นอกจากนี้ยังทำลายป่าสักทองผืนสุดท้ายของไทย อีกทั้งบริเวณที่ตั้งเขื่อนอยู่ตรงแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลก คือรอยเลื่อนแพร่ที่ยังเคลื่อนตัวตลอดเวลา สุ่มเสี่ยงต่อการพังของเขื่อนได้ ที่ผ่านมาหลายเขื่อนใหญ่เมื่อสร้างแล้วก็เกิดผลกระทบ แต่พอเกิดปัญหาก็ไม่มีใครรับผิดชอบ จึงขอเรียกร้องให้นักสร้างเขื่อนทั้งหลายที่พวกท่านสร้างไว้ด้วย เช่น เขื่อนปากมูน เขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา ฯลฯ ที่มีการเรียกร้องความเป็นธรรมอยู่ ควรแก้ปัญหาเก่าที่ค้างอยู่ให้เสร็จก่อน อย่าสร้างปัญหาใหม่อีก เรื่องนี้เป็นความท้าทายของน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างยิ่งว่าจะกำราบนักการเมือง น้ำเน่าใน ครม.นี้ได้หรือไม่

'สองแคว'กั้นกระสอบทราย

นาย ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าฯพิษณุโลก ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บริเวณชุมชนวัดโพธิญาณ เทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งกำลังสร้างแนวกั้นกระสอบทรายในพื้นที่ต่ำตลอดแนวฝั่งแม่น้ำน่านขึ้นอีก 1 เมตร เพื่อรับมือกับระดับน้ำแม่น้ำน่านที่จะเพิ่มสูงขึ้นหลังจากเขื่อนสิริกิติ์ ระบายน้ำลงท้ายเขื่อน จากนั้นผู้ว่าฯพิษณุโลกลงเรือท้องแบนสำรวจจุดเสี่ยง และแจ้งเตือนประชาชนริมฝั่งน้ำน่านอพยพเคลื่อนย้ายสิ่งของไว้ในที่สูง บ้านเรือนที่ต้องการกระสอบทราย ติดต่อขอที่เทศบาลนครพิษณุโลกได้ตลอด

เหนืออ่วมน้ำป่าไหลทะลัก

จ.ลำปาง เวลา 03.00 น. ฝนตกหนักหลายพื้นที่โดยเฉพาะ ต.ต้นธงชัย อ.เมือง น้ำป่าไหลหลากทะลักตามลำห้วยแม่ทรายคำ ไหลเข้าท่วม 3 หมู่บ้านใน ต.ต้นธงชัย ได้แก่ บ้านห้วยฮี บ้านแม่ทรายคำ และบ้านศรีดอนไชยกว่า 100 หลังคาเรือน สูงเกือบ 1 เมตร นาข้าวเสียหายกว่า 100 ไร่ ก่อนหน้านี้อบต.ต้นธงชัยแจกกระสอบทรายให้ชาวบ้านป้องกันน้ำท่วมแล้ว แต่ความแรงของน้ำกั้นไม่อยู่ ล่าสุดน้ำเริ่มลดเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่นายมงคล สุกใส นายอำเภอเมืองลำปาง สั่งการให้แจกจ่ายข้าวกล่องช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว

จ.ลำพูน น้ำแม่กวงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนใน 2 อำเภอ คือ อ.เมือง และอ.บ้านธิ ถนนเชื่อม 2 อำเภอ รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ระดับน้ำที่ท่วมบ้านเรือนบางแห่งสูงกว่า 1.50 เมตร ประชาชนเดือดร้อนกว่า 350 ครัวเรือน หลายครอบครัวต้องนำเตาอั้งโล่ ฟืน มาหุงหาอาหารบนที่สูง

อีสานตั้งรับน้ำระลอกใหม่

จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านในเขตใกล้ลำน้ำชีไหลผ่าน เร่งเก็บเกี่ยวข้าวในนาหนีน้ำกันตลอดทั้งคืน ขณะที่ลำน้ำชีเริ่มมีระดับน้ำหนุนสูงขึ้นต่อเนื่อง จ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร ประกอบกับมีฝนตกหนักต่อเนื่อง

ที่จ.เลย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 5 อำเภอ จากนั้นเผยว่า นายกฯมอบหมายให้มาเยี่ยมพี่น้องที่ประสบอุทกภัย หลังรัฐบาลแถลงนโยบายจะเร่งเยียวยาแก้ปัญหาต่อไป

นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ สั่งเจ้าหน้าที่ 18 อำเภอ เฝ้าระวังอุทกภัย 24 ชั่วโมง ขณะนี้ปริมาณฝนเริ่มตกชุก บางแห่งมีฝนตกหนัก ทั้งนี้ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 3 อำเภอ คือ อ.ฆ้องชัย คำม่วง และสมเด็จ ที่เสี่ยงเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมโคลนถล่มให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เก๋งไล่ยิงสนั่นไฟแดง

รัวถล่มจยย.อริ สยอง1ศพเจ็บ3



เหยื่อกระสุน- เจ้าหน้าที่นำร่างนายวินัย พวงจิต อายุ 24 ปี ที่ถูกคู่อริยิงกลางสี่แยก อ่างทอง ส่งร.พ.อ่างทอง ขณะที่เพื่อนมาด้วยกันถูกยิงบาดเจ็บ 2 ราย นอกจากนี้คนร้ายยังยิงพลาดถูกพวกเดียวกันตายอีก 1 ศพ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.
โจ๋ อ่างทองโหดซิ่งเก๋งไล่ล่าคู่อริตามทันกลางแยกไฟแดง ก่อนลงไปเคลียร์ปัญหาจนเกิดการชกต่อยกันอย่างชุลมุน แล้วชักปืนออกมาซัลโวกระสุนโดนคู่อริเจ็บสาหัส 3 แล้วพลาดถูกเพื่อนตัวเองดับ 1 ส่วนมือปืนรีบเผ่นแน่บไปกับความมืด สาเหตุมาจากทะเลาะกันที่ร้านเหล้าเมื่อวันก่อนแต่ได้ขอโทษขอโพยกันไปแล้ว

เมื่อ เวลา 01.00 น.วันที่ 21 ส.ค. ร.ต.อ. ราชันย์ เพชรรุจิ ร้อยเวรสภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุทะเละวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดงในตลาดอ่างทอง หลังรับแจ้งจึงแจ้งสายตรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบ สวนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย วีอาร์จังหวัดอ่างทอง

ที่ เกิดเหตุพบนายเทิดศักดิ์ พึ่งโพธิ์คา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/2 หมู่ที่ 1 ต.ชัยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่กลางหลังกระสุนทะลุหน้าท้องนอนจมกองเลือด หายใจรวยริน ใกล้กันนั้นพบนายรัตนพงศ์ กตัญญู อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/3 หมู่ที่ 2 ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง ถูกยิงเข้าหน้าอก ใต้รักแร้ซ้าย เอวซ้าย ต้นแขนซ้าย นอนจมกองเลือดอยู่ จึงช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง แต่นายเทิดศักดิ์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุการณ์ดังกล่าว ได้พยายามประคองร่างที่โชกเลือดไปพบแพทย์ด้วยตนเองประกอบด้วยนายจรัญพงษ์ เฉลาภักตร์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 3 ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง ถูกยิงเข้าที่แก้มซ้าย ส่วนนายวินัย พวงจิต อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 6 ต.บ้านนา อ.มหาราช จ.อยุธยา ถูกยิงเข้าที่อกซ้าย นอนฟุบที่ซอกตึกหลังตึกเคเอฟซีหลังหนีตายไปซ่อนตัว จึงเข้าช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลกันโกลาหล

จากการสอบสวนเจ้า หน้าที่กู้ภัยวีอาร์จังหวัดอ่างทองรายหนึ่งกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะจอดรถอยู่ตรงแยกไฟแดงระหว่างนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสามคน คือนายรัตนพงศ์ นายจรัญพงษ์ และนายวินัย ได้ขับรถจักรยานยนต์มาหยุดตรงกลางแยกไฟแดงต่อมาได้มีรถยนต์เก๋งสีดำ ยี่ห้อมิตซูบิชิขับตามมา ระหว่างนั้นได้มีนายเทิดศักดิ์และเพื่อนอีก 1 คนได้ลงจากรถมาคุยกันกับนายวินัย ก่อนที่ทั้งสองจะมีปากเสียงและชกต่อยกัน

กู้ ภัยวีอาร์ กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นนายรัตนพงศ์และนายจรัญพงษ์ได้เข้ามาช่วยนายวินัย แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อคนที่มากับนายเทิดศักดิ์ได้ชักปืนออก มายิงนายรัตนพงศ์ นายจรัญพงษ์ และนายวินัย จนเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้แต่ละคนพยายามวิ่งหนีเหลือแต่นายเทิดศักดิ์ นายรัตนพงศ์ นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อนกู้ภัยที่อยู่ด้วยกันจึงเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งระหว่างนั้นได้ยินมือปืนที่สาดกระสุนใส่พูดว่ายิงพลาดโดนเพื่อนตัวเอง ก่อนจะช่วยยกเพื่อนขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลและหลบหนีไป

ด้านนางนพรัตน์ สุขติ อายุ 21 ปี ภรรยานายวินัย กล่าวว่า สำหรับมือปืนรายนี้คือนายวุฒิไม่ทราบนามสกุล ซึ่งก่อนที่สามีจะถูกยิงภรรยานายวุฒิได้โทรศัพท์มาหาถามว่านายวินัยอยู่ไหน จึงได้บอกว่าไปตกเบ็ดที่เขื่อนบางแก้วจากนั้นไม่นานนายวุฒิและนายเทิดศักดิ์ ก็ขับรถมาแล้วมีเรื่องกันที่เขื่อน ก่อนที่นายวินัยและเพื่อนจะขับรถหนีไปแต่นายวุฒิได้ขับรถตามมาทันก่อนจะใช้ ปืนยิงสามีและเพื่อนๆ ส่วนสาเหตุมาจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมานายวินัยได้ไปมีเรื่องกับเพื่อนนายวุฒิที่ร้านเหล้า ก่อนจะชกต่อยกันแต่หลังจากนั้นได้มีการขอโทษกันแล้ว

ทางด้านน.ส.ธิวา มาลาทอง อายุ 28 ปี ภรรยานายเทิดศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุสามีนอนอยู่ด้วยกันกับลูกอีก 2 คน ต่อมามีเพื่อนขับรถเก๋งมารับตอนแรกสามีจะไม่ออกไป แต่ทนความคะยั้นคะยอไม่ไหวจึงออกไปพักใหญ่ได้มีโทรศัพท์โทร.มาหาบอกเป็น เพื่อนนายเทิดศักดิ์ ร้องไห้บอกว่านายเทิดศักดิ์ถูกยิงอยู่ที่โรงพยาบาล พอไปถึงก็ไม่พบเพื่อนคนที่โทร.มาหามีแต่ร่างของสามี

ร.ต.อ.ราชันย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายมากับมือปืนซึ่งทราบว่าชื่อนายวุฒิ เพื่อมาตามล่านายวินัยและเกิดชกต่อยกันกลางแยกไฟแดงก่อนที่นายวุฒิจะใช้ปืน ยิงนายวินัยและเพื่อนๆ แต่กระสุนเกิดพลาดไปถูกนายเทิดศักดิ์ที่มาด้วยเสียชีวิต ทั้งนี้ได้ประสานฝ่ายสืบสวนออกตามล่านายวุฒิเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีแล้ว

แห่ขอพร"ทวด" 103ปี-แนะเคล็ดลับอายุยืน

กิน"ปลา" ไม่เครียด ความจำดี ลูก-หลาน 75คนแล้ว



ทวด 103 ปี - ชาวบ้านสำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ขอพรจากนางกา อัครชาติ คุณทวดอายุยืน 103 ปี ยังมีสุขภาพแข็งแรง คุณทวด 5 แผ่นดินแนะนำเคล็ดลับกินปลา และไม่เครียด
ฮือ ฮาพบยายทวด ′เผ่ากวย′ วัยกว่า 103 ปีอายุยืนที่สุดในโลกคน 5 แผ่นดิน สุขภาพยังแข็งแรง ความจำดีเยี่ยม มีลูก 9 คน หลาน 20 เหลนอีก 45 คน เป็นหัวหน้าคณะรำผีฟ้า ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งอายุได้ 103 ปีเพิ่งป่วยเข้าโรงพยาบาลเพียงวันเดียวเนื่องจากท้องเสียเท่านั้น แนะเหลนหลานชาวไทยกินปลาทำให้อายุยืนยาว

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีชาวบ้านในเขตอ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ บอกกันปากต่อปากว่า มียายทวดคนหนึ่งเป็นชนเผ่ากวย หรือเผ่าส่วย ซึ่งเป็นชนเผ่าหนึ่งของจ.ศรีสะเกษ มีอายุยืนยาวกว่า 103 ปี ขณะนี้ยังคงมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ความจำดีเยี่ยม อยู่ที่บ้านเลขที่ 23 ม.7 บ้านหนองผึ้ง ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ หลังรับทราบข้อมูลจึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบบ้านชั้นเดียว ยกพื้นสูง เป็นบ้านของนางใบ ยอดจันทร์ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคนที่ 2 ของยายทวดกา อัครชาติ อายุ 103 ปี 5 เดือน พบยายทวดกากำลังนั่งพักผ่อนอยู่หน้าบ้าน โดยมีลูก หลาน เหลนมานั่งพูดคุยเล่นด้วยอย่างคึกคัก ขณะที่ลูกหลานเพิ่งกลับมาจากทำงานยังต่างจังหวัดได้นำของฝากเป็นขนม นม รวมทั้งเงินมาผูกแขนให้กับยายทวดด้วย เมื่อลูกหลานมารวมกันพร้อมหน้าแล้วทุกคนต่างพากันตบมือ จากนั้นคุณยายทวดกาก็จะลุกขึ้นฟ้อนรำอย่างสวยงามและสนุกสนาน และมีคุณยายเพื่อนรุ่นน้องอีก 2 คน อายุประมาณ 80 ปี ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันลุกขึ้นมารำบนแคร่ด้วยบรรยากาศเป็นไปอย่าง สนุกสนานคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณยายทวดกา อัครชาติ นับได้ว่าเป็นคนแรกของชนเผ่ากวยที่อายุยืนที่สุดในโลก ท่านได้เอาบัตรประชาชนมาแสดงให้ดูเพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณยายเกิดเมื่อวัน ที่ 17 มิ.ย. 2451 โดยบัตรประชาชนรหัส 024932 วันออกบัตรประชาชน 14 ก.พ. 2540

ยายทวดกาได้เล่าให้ฟังว่า ลืมตาดูโลกในช่วงสมัยปลายรัชกาลที่ 5 มีบ้านเดิมอยู่ที่บ้านกล้วยกว้าง อ.ห้วยทับทัน ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชนเผ่ากวย โดยเผ่ากวย หรือเผ่าส่วย เป็นชนเผ่าหนึ่งของจ.ศรีสะเกษ ที่ประกอบด้วยชน 4 เผ่า คือ ส่วย ลาว เขมร และเยอ คุณยายมีอาชีพทำไร่ทำนาเหมือนดังเช่นบรรพบุรุษของตน และมีอาชีพหลักอีกอย่างหนึ่งคือการเป็นหัวหน้าคณะรำผีฟ้า โดยหากชาวบ้านคนใดหรือหมู่บ้านใดจะมีการประกอบพิธีรำผีฟ้าก็จะมาจ้างให้คุณ ยาย ทวดกาและคณะไปรำเพื่อเป็นการรำบวงสรวงผีฟ้า จะรำตลอดทั้งคืนจนกว่าฟ้าจะสว่างคาตาจึงหยุดรำ

ยายทวดกาเล่าต่อว่า สำหรับสามีคนแรกชื่อนายจำปา อัครชาติ อยู่ร่วมกันจนมีลูก 6 คน ต่อมาสามีได้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 41 ปี และมาได้สามีใหม่มีลูกอีก 3 คน จากนั้นสามีใหม่ได้มาเสียชีวิตอีกเมื่ออายุได้ 82 ปี

"การที่ทวดมี สุขภาพแข็งแรงนั้นเนื่องจากว่าจะกินอาหารปลาเป็นหลัก รองลงมาจะกินหมูเป็นอาหาร แต่จะไม่กินเนื้อวัว ควาย โดยเฉพาะ ปลาทุกชนิดจะชอบมาก จะกินปลารวมทั้งแจ่ว ป่นปลา และผักสดเป็นอาหารประจำมาจนทุกวันนี้ อีกทั้งจะชอบทำงานทุกอย่างโดยไม่หยุดนิ่ง จะทำไร่ทำนาช่วยลูกหลานมาตลอด นอก จากนี้ จะรับจ้างรำผีฟ้าทุกครั้งที่มีผู้มาว่าจ้าง โดยจะพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนเครื่องดื่มพวกเหล้าเบียร์จะไม่ดื่มอย่างเด็ดขาด อีกทั้งตั้งแต่เกิดมาล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลเพียงครั้งเดียวเมื่อเร็วๆ นี้ เพราะท้องเสีย แต่ไม่ถึงวันแพทย์ก็ให้กลับบ้านได้" ยายทวดอายุยืนกล่าว

ด้าน นางใบ ยอดจันทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่คุณแม่เกิดมายังไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเพื่อพักรักษาตัวแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งท่านอายุครบ 103 ปี เกิดท้องเสีย ลูกหลานได้อุ้มส่งไปร.พ.ห้วยทับทัน โดยพักรักษาตัวเพียง 6 ช.ม.แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เนื่องจากเห็นว่าคุณแม่สุขภาพแข็งแรง คุณแม่เป็นคนอารมณ์ดีร่าเริง เป็นที่รักของลูกหลานทุกคน เมื่ออยู่ใกล้ท่านแล้วจะมีความสนุกสนานเพราะท่านไม่เครียด มีสุขภาพแข็งแรงมาก และยังมีความจำที่ดีสามารถจำลูกหลานได้ทุกคน ขณะนี้ท่านมีลูกทั้งสิ้น 9 คน มีหลาน 20 คน และเหลนอีก 45 คน

ทาง ด้านนายบุญมี เชื้อทอง กำนันต.สำโรงปราสาท กล่าวว่า จากที่ได้สำรวจดูชนเผ่ากวยแล้ว พบว่าคุณยายทวดกามีอายุยืนยาวนานที่สุดถึงอายุ 103 ปี 5 เดือน และนับได้ว่าชนเผ่ากวยหรือส่วยเป็นชนเผ่าที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกในขณะ นี้ก็ว่าได้ สำหรับยายทวดกามีพี่สาว 1 คนชื่อ แพน อัครชาติ อายุได้ 102 ปี ได้เสียชีวิตไปหลายปี ซึ่งในวันผู้สูงอายุทุกปีตนและญาติพี่น้องจะพากันจัดงานผู้สูงอายุและพากัน มากราบไหว้ยายทวดกาเพื่อขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนและครอบครัวเป็น ประจำทุกปี
Sunday, August 21, 2011

ำลึกเสรีไทย 66ปีวันสันติภาพ

เมื่อ 66 ปีที่แล้ว ในวันที่ 16 ส.ค.2488 นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 8 และในฐานะหัวหน้าคณะเสรีไทย ได้ประกาศสันติภาพ ส่งผลให้การที่รัฐบาลไทยประกาศสงครามต่อประเทศสัมพันธมิตร นำโดยสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เป็นโมฆะ ไม่ต้องตกเป็นประเทศพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2

หลังจากดำรงความ เป็นเอกราช และอธิปไตยจนมาถึงทุกวันนี้ ได้กำหนดให้วันที่ 16 ส.ค.ของทุกปีเป็น "วันสันติ ภาพไทย" และจัดงานรำลึกถึงวีรกรรมของเหล่าเสรีไทยในอดีต

ในปีนี้มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดกิจกรรมรำลึก ณ อาคารเสรีไทยอนุสรณ์ สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม ประกอบพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา ทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เสรีไทยและประชาชนทั่วประเทศที่เสียชีวิตลงใน เหตุการณ์ครั้งนั้น

พร้อมทั้งกล่าวสดุดีวีรชนขบวนการเสรีไทย และประชาชนทั่วประเทศที่สนับสนุนและต่อสู้เพื่อเอกราชอธิปไตยของชาติ อีกทั้งการจัดความรู้แสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของเสรีไทย ด้วยการจัดแผ่นป้ายเล่าเรื่องลำดับความเป็นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แนวคิดและการดำเนินการของขบวนการเสรีไทย โดยมีทายาทของเหล่าวีรชนเสรีไทย ประชาชน นักเรียน ที่มาร่วมรำลึกกันอย่างอบอุ่น

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า การรำลึก 66 ปี วันสันติภาพไทยนั้น ต้องการให้คนไทยได้ระลึกถึงการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และระลึกถึงความเสียสละของคนไทยผู้มีจิตสำนึกในความกตัญญูต่อแผ่นดินบ้าน เกิด ที่แสดงออกถึงความรักชาติ ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยรวมตัวกันภายใต้ชื่อ ขบวนการเสรีไทย

การปฏิบัติของกลุ่มขบวนการเสรีไทยภายใต้การนำของนายปรีดี พนมยงค์ ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเสียเอกราชไม่ต้องตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการของขบวนการเสรีไทย ที่ต่อต้านญี่ปุ่นจนประสบความสำเร็จ เป็นผลให้ประเทศไทยได้มาซึ่งสันติภาพในที่สุด

นอกจากการต่อสู้ของ ขบวนการเสรีไทย เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชและสันติภาพแล้ว ยังมีภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือ การดำเนินการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ผลนอกจากการต่อสู้ทำให้เราได้รู้ถึงข้อคิด และข้อตระหนักที่มีแนวคิดบนพื้นฐานการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาด้วยระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

"สิ่งที่ขบวนการเสรีไทยได้ปฏิบัตินั้น ถือเป็นการต่อสู้และฟันฝ่าอุปสรรค เสี่ยงอันตรายโดยไม่กลัวตาย เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชและอธิปไตยของชาติ ดังนั้น วันสันติภาพไทยถือเป็นวันที่สมควรแห่งการจดจำ และควรปลูกฝังลูกหลานไทยให้เอาเยี่ยงอย่างในความรักชาติ หวงแหนอธิปไตย และตระหนักถึงคุณค่าของสันติภาพ" ดร.วรากรณ์ กล่าว

นอกจากพิธีการ รำลึกแล้ว ในปีนี้ยังจัดประกวดเรียงความของนักเรียนเรื่อง "เสรีไทยที่ฉันรู้จัก" โดย ด.ญ.พรนภา จันทรเพ็ง นัก เรียนชั้น ป.6 โรงเรียนคันนายาว (ธารินเจริญสงเคราะห์) ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเรียงความเรื่องเสรีไทยที่ฉันรู้จัก

ด.ญ.พร นภา เล่าว่า ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับวันสันติภาพไทยจากคุณครู รวมทั้งผู้ใหญ่ที่อายุขึ้นต้นด้วยเลข 7 เล่าให้ฟังถึงความรักชาติของคนไทยในสมัยก่อน รวมทั้งขบวนการเสรีไทย ที่ทำให้เยาวชนรุ่นหลังอย่างพวกเรารู้ถึงการดำเนินงานของขบวนการเสรีไทยที่ มีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชาติอยู่รอดปลอดภัย

โดย ยึดหลักความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สมัครสมานสามัคคี ถึงแม้ว่าต้องเสี่ยงอันตราย เอาชีวิตเข้าแลกก็ยอม เป็นที่น่ายกย่อง และภาคภูมิใจที่ประเทศชาติของเรามีกลุ่มคนรักชาติไทย และทำเพื่อชาติดังเช่นบุคคลในขบวนการเสรีไทย

ในช่วงบ่ายมีพิธีเปิด งานครบรอบ 66 ปี วันสันติภาพไทย โดยจัดวางช่อดอกไม้คารวะเสรีไทย และผู้เสียชีวิตระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ณ สวนประติมากรรมกำแพงประวัติศาสตร์ กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมทั้งเสวนาวิชาการเรื่อง มองขบวนการเสรีไทยในบริบทสังคมไทยปัจจุบัน

คุณ หญิงอัมพร มีศุข คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวในช่วงหนึ่งว่า ตอนนั้นได้ทุนศึกษาต่ออยู่ในสหรัฐอเมริกา จากนั้นได้ข่าวว่าจะมีการรุกรานในประเทศไทย ก็ทำให้เราตกใจกับสถานการณ์นี้มาก และคิดว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อจะกอบกู้เอกราชของไทย

ดังนั้น พวกเราจึงร่วมปรึกษากัน และเป็น กลุ่มแรกที่ประกาศหลักการอย่างเป็นทางการ โดยการประชุมข้าราชการสถานทูตไทย เพื่อตกลงว่าจะทำการต่อสู้กับญี่ปุ่นตามกำลังความสามารถอย่างทุกวิถีทาง เพื่อจะพยายามกอบกู้เอกราชของไทย

"เพื่อนเสรีไทยต่างมีจิตมุ่งมั่น ที่จะทำให้ไทยมีระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นได้แค่เศษเสี้ยวของประชาธิปไตย คนไทยก็เหมือนน้ำหยดเดียว แต่จะทำอย่างไรให้น้ำหยดเดียวเป็นน้ำที่ใสสะอาด ถึงแม้ว่าหยดน้ำนั้นจะใสหรือจะขุ่นด้วยสภาวะแวดล้อม แต่ก็ขอให้สะอาด และอยากให้เยาวชนไทยในสมัยต่อไปรับช่วงต่อจากพวกเรา ทำอะไรโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน แต่ให้ทำเพื่อชาติอย่างแท้จริง" อดีตเสรีไทยสาย อเมริกา กล่าว
Saturday, August 20, 2011

คนร้ายอาละวาดเผากล้องวงจรปิด "ปัตตานี" เสียหายยับ 20 ตัว



 เวลา 09.00 น. วันที่ 20 ส.ค. พ.ต.อ. อาซีส  อุมายี  ผกก.สภสายบุรี  พร้อมด้วยพนักงานสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ปัตตานี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงกล้องวงจรปิดและสายไฟหม้อแปลง ในพื้นที่ อ.สายบุรี จำนวน 3 จุด คือ ริมถนนสาย 42 ฝั่งนราธิวาส-ปัตตานี ม.1 ต.มะนังดาลัม จุดที่ 2 ริมถนนทางเข้าหมูบ้านลาดอ ม.2 ต.ตะบิ้ง และจุดที่ 3 ริมถนนสาน 42 ฝั่ง ปัตตานี-นราธิวาส ม.7 ต.เตราะบอน  ซึ่งพบว่ากล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย 20 ตัว และสายไฟหม้อแปลงได้รับความเสียหายจำนวนมาก
 
 สอบสวน เบื้องต้นพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืน โดยเวลาประมาณ 19.30 น. มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลอบวางเพลิงกล้องจงจรปิด ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนดังกล่าว 

 จาก การตรวจสอบจุดที่ 1 ม.1 ต.มะนังดาลัม กล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย 13 ตัว จุดที่ 2 ริมถนนทางเข้าหมูบ้านลาดอ ม.2 ต.ตะบิ้ง  กล้องวงจรปิดได้รับความเสียหายจำนวน 7  ตัว และจุดที่ 3 คนร้ายลอบเผาสายไฟหม้อแปลงไฟฟ้า ริมถนนสาย 42 ฝั่ง ปัตตานี-นราธิวาส ม.7 ต.เตราะบอน ทำให้สายไฟถูกเผาได้รับความเสียหายมาก สำหรับประเด็นสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่เพื่อทำลายทรัพย์สินของทางราชการ

บินไทยเปิดโลว์คอสต์ "ไทย สไมล์" 1 ก.ค.55


 นายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการ หรือ บอร์ดบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริษัทการบินไทยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้หน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัดของการบินไทยใช้ชื่อ ไทย สไมล์ (THAI Smile) หลังจากได้พิจารณาชื่อที่พนักงานส่งเข้าประกวดจำนวน 2,229 ชื่อ ปรากฏว่าชื่อดังกล่าวเหมาะสมที่สุด เพราะมีความหมายว่าสยามเมืองยิ้ม โดยสายการบินดังกล่าวจะให้บริการเฉพาะชั้นประหยัด เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้บริการได้ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป พร้อมเปิดให้บริการได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2555

 ทาง ด้านนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวว่า ที่ประชุมได้อนุมัติโครงสร้างและแผนธุรกิจของไทย สไมล์ โดยได้แต่งตั้งนายวรเนติ หล้าพระบาง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายกลยุทธ์และแผน เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด โดยจะใช้เครื่องบินรวม 11 ลำ เครื่องลำแรก คือ แอร์บัส เอ320 ความจุ 174 ที่นั่ง จะเข้ามาในเดือนมิถุนายน 2555 

 ขณะที่ นายวรเนติกล่าวว่า สำหรับปีแรกจะเปิดให้บริการเส้นทางในประเทศประมาณ 4-5 เส้นทาง คือ อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย และสุราษฎร์ธานี หลังจากนั้นในปีที่ 2 จะเริ่มเปิดให้บริการออกไปยังต่างประเทศ คือ อาเซียน จีน และอินเดีย โดยอัตราค่าบริการจะต่ำกว่าการบินไทย แต่สูงกว่าสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) 
Friday, August 19, 2011

รถพ่วงหลับใน พุ่งชนป้อมตำรวจพังยับ คนขับ-ตร.รอดตายปาฏิหาริย์


 เวลา 01.30 น. วันที่  19 ส.ค. ที่จ.หนองบัวลำภู  ร.ต.อ.นิรันดร์  ปัสสาโท  ร้อยเวร  สภ.เมือง  จ.หนองบัวลำภู  รับแจ้งเหตุรถพ่วงบรรทุกหินพุ่งเข้าชนป้อมตำรวจทางหลวงหนองบัวลำภู  บริเวณ สี่แยกทางหลวงสาย 210 อุดรธานี-หนองบัวลำภู ตัดกับ ทางหลวงสาย 228 หนองบัวลำภู -ชุมแพ  ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู 

 ที่เกิดเหตุพบรถพ่วงฮีโน่  สีขาว  ทะเบียน  81-3220 หนองคาย  ลูกพ่วง หมายเลข 81- 3221 หนองคาย  มี   นายสงกรานต์   สมพร  อายุ 40 ปี ชาว จ.หนองคาย  เป็นคนขับ  โดยรถพ่วงพุ่งเข้าชนบริเวณโรงจอดรถอัดเข้ากับรถที่จอดอยู่ 3 คัน เป็นรถปิคอัพอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง  ทะเบียน บต 2126 เลย  รถทางหลวง  รหัส 4403 ทะเบียน พล 1454 กทม  โตโยต้า  โคโรลล่า   และรหัส  4406 ทะเบียน  ษจ 2057 กทม  ฮอนด้า  แอคคอร์ด 
นอกจากนั้นแรงพุ่งชนยังได้อัดรถทั้ง 3 คันเข้าใส่ตู้ยามตำรวจทางหลวงจนพังเสียหายยับเยิน  

 ขณะเกิดเหตุ  ด.ต.ทฤษฏี  ชาญณรงค์  ผบ.หมู่  สทล.4 ตำรวจทางหลวงอุดรธานี  นอนพักอยู่บนโต๊ะไม้ในป้อมตำรวจต้องสะดุ้งตกใจลุกขึ้นมาขณะที่รถที่ถูกอัด ทะลุกำแพงเข้ามาถึงพอดีจึงรอดตายอย่างหวุดหวิด   ก่อนจะมุดออกจากป้อมยามมาดูเหตุการณ์    ก็พบคนขับรถกำลังมุดออกมาจากรถเช่นกัน  เมื่อตรวจสอบดูพบบาดเจ็บไม่มาก จึงวิทยุเรียกรถกู้ชีพ  รพ.หนองบัวลำภู  นำไปตรวจเช็คร่างกายและทำแผลบริเวณดั้งจมูก 

 ด.ต.ทฤษฎี กล่าวว่าเห็นแล้วก็หวาดเสียวเหมือนกันหากรถอัดเข้ามาแรงกว่า นี้ตนคงไม่รอดแน่ ๆ เช่นเดียวกับที่นั่งคนขับที่นายสงกรานต์นั่งขับ  ก็มีเหล็กโครงหลังคาพุ่งเสียบเข้าไปจนถึงพนักพิง  ซึ่งคาดว่าจากแรงกระแทกทำให้ศรีษะของนายสงกรานต์ก้มลงต่ำเหล็กที่ทิ่มเข้ามา จึงข้ามศรีษะไป   

 ด้านนายสงกรานต์  กล่าวว่าตนเองหลับในเพราะขับรถมาคนเดียวและมีฝนตกตลอดทางจึงทำให้หลับในไป โดยไม่รู้ตัว   ในเบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย

"กรมอุทยาน"รับ เผาจริง บ้านชาวกะเหรี่ยง

อ้าง-รื้อทิ้งป้องกันพม่า รุกผืนป่า"แก่งกระจาน" ผบ.ทบ.ยันไม่เกี่ยวข้อง "ฮิวอี้-แบล็กฮอว์ก"ตก



เหตุที่เผา - ภาพ ถ่ายที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน นำมาแสดงว่ามีการบุกรุกป่า พร้อมยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้ากวาดล้างและเผากระท่อมของกลุ่มกะเหรี่ยง จริง เพื่อป้องกันการทำลายป่า
ผบ.ทบ. ยันโศกนาฏกรรม "ฮ. ทหาร" ตก 3 ลำซ้อนในเขต "อุทยานแก่งกระจาน" ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกรณีที่ทางอุทยานฯ จัดทีมขึ้นฮ. บุกเผาบ้านขับไล่ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ดังกล่าว ระบุกองทัพเป็นแค่ผู้สนับสนุนการทำงานของกรมอุทยานแห่งชาติ เท่านั้น ไม่เคยคิดจะไปทำร้ายใคร อธิบดีกรมอุทยานฯแจงพัลวันยอมรับว่ามีจนท.แก่งกระจานปฏิบัติการเผาบ้าน กะเหรี่ยงจริง แต่เป็นการเผาบ้านเปล่าๆ เพื่อป้องกันโรคระบาดและป้องกันไม่ให้ชาวพม่าฉวยโอกาสข้ามชายแดนเข้ามาตั้ง รกรากปลูกกัญชา ด้านกก.สิทธิมนุษยชนเปิดประชุมพิจารณาว่าอุทยานแก่งกระจานละเมิดสิทธิชุมชน ท้องถิ่นดั้งเดิมหรือไม่ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวทุกฝ่ายเข้าให้ข้อมูล

จาก กรณีนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ เปิดเผยว่า มีตัวแทนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ใกล้ชายแดนพม่า เข้าร้องเรียนว่า ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงเดือนก.ค. 2554 ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานจัดทีมขึ้นเฮลิคอปเตอร์บุกเผาบ้านและทำลาย ยุ้งฉางข้าวของชาวกะเหรี่ยงเพื่อขับไล่ออกจากพื้นที่ ทั้งๆ ที่ชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานนับร้อยปี กระทั่งส่วนใหญ่มีทะเบียนราษฎรชาวเขาเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด หรือกลุ่มติดอาวุธเคเอ็นยู และไม่เคยบุกรุกทำลายป่าแก่งกระจานแต่อย่างใด ซึ่งเหตุการณ์เผาขับไล่ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงช่วงเกิดโศกนาฏกรรม ฮ.ทหาร ตก 3 ลำ เมื่อเดือนก.ค. 2554 ล่าสุด สภาทนายความรับเรื่องร้องเรียนและกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ เกี่ยวข้องฐานละเมิดกฎหมายอาญาและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

รับเผาจริง - นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.อุทยานฯ แก่งกระจาน โชว์ภาพการบุกรุกพื้นที่ป่า พร้อมยอมรับเจ้าหน้าที่ได้เข้ากวาดล้างและเผากระท่อมของกลุ่มชาวกะเหรี่ยง จริง เพื่อป้องกันการทำลายป่า ตามข่าว


ความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่กองบินขนส่งทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดัง กล่าวก่อนขึ้นเครื่องบินลงไป 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ต้องตามดูว่าเป็นภาพที่เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่คิดว่าเป็นเรื่องการปฏิบัติงานของกรมอุทยานแห่งชาติ แล้วทางกรมอุทยานแห่งชาติขอความร่วมมือจากกองทัพไป ฉะนั้นหากกรมอุทยานจะทำอะไร จะต้องเป็นกรอบการทำงานของกรมอุทยานเอง ทางกองทัพเป็นผู้สนับสนุน ขอให้เข้าใจด้วยว่าเป็นการสนับสนุน ตนคิดว่าไม่มีใครอยากจะทำร้าย ไม่มีใครอยากจะไม่สงสารคน ท่านก็เลือกเอาว่าจะทำอย่างไร แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มันคนละเรื่องกัน

นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า จากกรณีที่มีการเผาทำลายที่พักของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ป่าแก่งกระจานนั้น ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันการลักลอบคนที่ข้ามมาจากฝั่งพม่าเข้ามาอาศัยจึงต้องหา ทางตัดปัญหาดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้าที่ได้มีการสำรวจด้วยเครื่องบินจะมองไม่เห็นอะไรเลย เพราะอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ จึงเผาเพื่อให้รู้ว่าพื้นที่นี้ดำเนินการรื้อถอนแล้วส่วนหนึ่ง และตรงบริเวณที่เผานั้นได้รื้อถอนกระท่อมพักบางส่วนมาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว ปัจจุบันไม่มีชาวบ้านหรือชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เลย เพราะทราบดีว่าชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิมอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าลึก ตั้งแต่บางกลอยบนจนถึงแม่น้ำห้วยใหญ่ติดกับชายแดนไทย-พม่าไม่ต่ำกว่า 100 ปี ทางอุทยานแก่งกระจานไม่ได้ทำร้ายใคร

"ปัจจุบันชาวกะเหรี่ยงไปอาศัยอยู่ในบริเวณที่ทางอุทยานจัดไว้ให้ เพียงแต่ว่าบางส่วนยังแอบลักลอบขึ้นมาทำประโยชน์ในพื้นที่บ้าง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงและไล่ลงไป เพราะเกรงว่าจะทำให้ป่าเสียหาย และตรงบริเวณนั้น ทางอุทยานฯ กำหนดไว้แล้วว่าจะต้องไม่มีการอยู่อาศัยของใครทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุที่เผาก็เพื่อป้องกันโรคระบาด โรคไข้ป่าต่างๆ รวมทั้งชาวพม่าที่อาจลักลอบมาอาศัยและใช้พื้นที่บริเวณนั้นปลูกกัญชา จึงใช้อำนาจตัดตอนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว" นายสุนันต์ ระบุ

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชี้แจงการเผาบ้านหรือกระท่อมของชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงว่า เผาจริง แต่เผาหลังจากแจ้งเตือนเป็นครั้งที่ 5 นอกจากนั้นก่อนการเผาได้มีมติทุกฝ่าย รวมทั้งผู้นำชนกลุ่มน้อยโป่งลึก บางกลอย ที่เดิมเคยอยู่บริเวณดังกล่าวมาก่อน หลังพบว่ามีการเผาทำลายป่าเป็นวงกว้าง พร้อมกับมีภาพป่าถูกแผ้วถาง ต้นไม้ถูกตัดโค่นเผาจนเตียนเพื่อปลูกพืชไร่

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงความผิดพลาดของโครงการรัฐที่ไม่ดูแลชนกลุ่มน้อย ภายหลังดำเนินนโยบายผลักดันลงมาอยู่เป็นหมู่บ้านที่โป่งลึก บางกลอย โดยเมื่อชนกลุ่มน้อยไม่มีสถานที่ทำกิน ไม่ได้รับความช่วยเหลือต่อก็จะย้อนกลับไปบุกรุกป่าปลูกกระท่อมอยู่อาศัย เหมือนเดิม ขอยืนยันว่าพื้นที่เผากระท่อมเดิมเป็นสถานที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่ ย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บ้านโป่งลึก บางกลอย แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐต่อ จึงอพยพย้อนกลับไปทำกินถางป่าอีกครั้ง ทั้งยังมีญาติพี่น้องจากฝั่งพม่าเข้ามาสมทบ ตนยืนยันว่าทำเพื่อรักษาป่า ท้าให้ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวฟ้องได้

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หลังออกมาเปิดเผยเรื่องปฏิบัติการผลักดันชาวกะเหรี่ยงออกจากป่าแก่งกระจาน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตนได้รับการติดต่อจากนาย นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ โทรศัพท์มาสอบถามรายละเอียดและจะนำไปดำเนินการต่อไป แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกรมอุทยานฯ ส่วน ประเด็นที่อธิบดีกรมอุทยานฯ ชี้แจงว่า กระท่อมที่ถูกเผาไม่มีคนอยู่นั้น เป็นเพราะเจ้าหน้าที่เอาเฮลิคอปเตอร์มาบินวน ชาวกะเหรี่ยงจึงตกใจกลัวพากันหนีไปหมด และที่ออกมายอมรับว่า ได้กันพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นเขตห้ามอยู่อาศัยและจัดที่อยู่ใหม่ให้แล้ว ย่อมเท่ากับยอมรับว่า มีการขับไล่ชาวกะเหรี่ยงจากที่อยู่เดิมจริง อุทยานฯ มีสิทธิอะไรจึงจะย้ายชาวกะเหรี่ยง เพราะคนกลุ่มนี้อยู่มาก่อน ต้องปล่อยให้ทำกินในพื้นที่ได้ ถ้าอ้างว่ากลัวป่าจะถูกทำลาย ขอให้ดูว่าชาวกะเหรี่ยงทำลายป่าจริงหรือไม่ และที่บอกว่ากันคนพม่าจะลักลอบเข้ามาบริเวณนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะไม่มีเส้นทางเดินจากพม่ามาถึงที่นี่

ด้านนายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้เรียกประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ที่ประชุมมีความเห็นว่ามีประเด็นต้องพิจารณา 2 เรื่อง คือ 1.ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นการละเมิดสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมและอยู่มานานหรือไม่ และ 2.สถานะของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่สมควรได้รับการยอมรับและคุ้มครองตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และมาตรา 67 โดยเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ส.ค.นี้ อนุกรรมการที่ดินและป่า กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อไป
Tuesday, August 16, 2011

“เต้ย-กระโจมไฟ”สิ้น“เดลินิวส์”สุดอาลัย


กองบรรณาธิการ“เดลินิวส์”สุดอาลัย โรคปอด-ตับติดเชื้อพรากชีวิต“เต้ย-กระโจมไฟ” หลังรับรางวัล ภปร.ทองคำ ประจำปี54
วันนี้ (15 ส.ค.) กองบรรณาธิการ “เดลินิวส์” รับแจ้งจากครอบครัวของ นายวรุตม์ หรือเต้ย ลิ้มเฉลิม บก.ข่าวประจำวัน เจ้าของนามปากกา “กระโจมไฟ” คอลัมน์สังคมหน้า 5  นสพ.เดลินิวส์ ว่า นายวรุตม์ อายุ 44 ปี  ได้เสียชีวิตด้วยสาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือด ที่รพ.นพรัตนราชธานี เวลาประมาณ 17.30 น. หลังจากที่เข้ารักษาอาการตับอักเสบ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยกำหนดรดน้ำศพที่ศาลา 9 วัดลาดปลาเค้า ย่านบางเขน กรุงเทพฯ เวลา 17.00 น. วันที่ 16 ส.ค.นี้ สวดพระอภิธรรมในเวลา 19.30 น. ต่อเนื่องถึงวันที่ 19 ส.ค.นี้ รวม 4 วัน และทำการฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 20 ส.ค.นี้ เวลา 16.00 น. 

สำหรับนายวรุตม์ หรือเต้ย พื้นเพเป็น จ.ราชบุรี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ ม.กรุงเทพ เข้าทำงานหนังสือพิมพ์ในปี 2533 ในตำแหน่งผู้สื่อข่าวการเมือง สายรัฐสภา จากนั้นเข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง ผู้ช่วยหัวหน้าข่าวหน้าหนึ่ง หัวหน้าข่าววาไรตี้ หัวหน้าข่าวหน้าหนึ่ง และบก.ข่าวประจำวัน โดยทำงานอยู่กับนสพ.เดลินิวส์มาตลอด รวมระยะเวลา 21 ปี นอกจากนี้ยังทำงานในองค์กรสื่อ อาทิ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการบริหาร โดยล่าสุดได้รับรางวัล พาดหัวข่าวยอดเยี่ยม ภปร.ทองคำ ประจำปี 2554 จากสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย.

นายดาบจราจรทำคลอดบนรถแท็กซี่รายที่42


นายดาบจราจรในพระราชดำริช่วยสาวพม่าทำคลอดบนรถแท็กซี่ก่อนจะถึงรพ.นับเป็นรายที่ 42 แล้ว

เมื่อ วันนี้ ( 15 ส.ค. ) ด.ต.ฤทธิรงค์ มุกดา ด.ต.มานะ จอกโคกสูง และด.ต.พิเชษฐ์  วิเศษโชค ผบ.หมู่งาน 1 กก.6 โครงการจราจรในพระราชดำริ รับแจ้งจากศูนย์สั่งการและควบคุมจราจร(บก.02) ว่า มีหญิงท้องแก่กำลังจะคลอดอยู่ในรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นลิโม่ สีส้ม เลขทะเบียน ทพ 2993 กรุงเทพมหานคร ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง แขวงดินแดง เขตพญาไท ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวสภาพการจราจรติดขัด คาดว่าไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน จึงรีบไปให้ความช่วยเหลือ

พบ น.ส.นิดา (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 22 ปี สัญชาติพม่า มีอาการปวดท้องใกล้คลอดมีน้ำเดินแล้วนอนร้องโอดครวญอยู่ที่เบาะด้านหลังรถ โดยมี นายเจริญ  แสนใหม่ สามีชาวไทยนั่งคอยให้กำลังใจอยู่ข้างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั้งสองนายจึงรีบดำเนินการช่วยกันทำคลอดฉุกเฉินบนเบาะ หลังรถแท็กซี่ จนการทำคลอดเป็นไปได้ด้วยดี น.ส.นิดา ได้คลอดทารกเพศชายสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และตัวมารดาก็ปลอดภัย

ด.ต.มานะ เปิดเผยว่า น.ส.นิดา ได้ว่าจ้างรถแท็กซี่มาจากห้องพักหลังฟอร์จูนทาวเวอร์สี่แยก อสมท. ให้ไปส่งที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งได้ฝากครรภ์ไว้เพื่อคลอดบุตรท้องแรก แต่รถติดมากจึงรีบมาให้ความช่วยเหลือ หลังทำคลอดฉุกเฉินบนรถแท็กซี่แล้วจึงนำแม่พร้อมทารกส่งไปรักษาตัวต่อที่โรง พยาบาลราชวิถี ซึ่งการทำคลอดครั้งนี้ของตนถือเป็นการทำคลอดบนรถเป็นคนที่ 42 แล้วตั้งแต่มาทำงานในโครงการจราจรในพระราชดำริ
 
Wednesday, August 10, 2011

แม่ดื่มเหล้าขณะตั้งครรภ์เด็กเสี่ยงพิการไอคิวต่ำ


เผย เด็กไทยในครรภ์เกือบ 9 หมื่นคน เสี่ยงอันตราย แถมหญิงขี้เมาท้องกว่า 40% ดื่มเหล้าโดยไม่รู้ว่าตัวเองท้อง อึ้ง! 15% ไม่แคร์ ยังดื่มต่อ
เมื่อ เวลา 13.30 น. วันที่  10 ส.ค. ที่โรงแรมกานต์มณี  สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)  ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล  และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเสวนาคุณแม่นักดื่ม...ผลกระทบกับลูกที่คาดไม่ถึง  ภญ.อรทัย  วลีวงศ์  นักวิจัยจากศวส. กล่าวว่า ปัจจุบันมีแม่ที่ตั้งครรภ์หลายคนรู้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์จะส่งผล เสียต่อทารกในครรภ์ แต่ยังมีแม่อีกหลายคนที่ดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงแรกของการตั้งครรภ์  หรือไม่หยุดดื่มแม้รู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว  จากผลการศึกษาของศูนย์วิจัยปัญหาสุรา สำรวจพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของหญิงตั้งครรภ์  ปี 2554 จำนวน 772 ราย พบว่า  30.9 % ของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เป็นนักดื่มมาก่อน โดยดื่มในช่วง 12 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ 40.6 % ของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นนักดื่ม ยังดื่มแอลกอฮอล์ต่อเพราะไม่รู้ว่าตนตั้งครรภ์ในช่วงแรก  และที่น่าห่วงคือ15.1% ของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นนักดื่ม ยังคงดื่มแอลกอฮอล์ต่อแม้รู้ว่าตั้งครรภ์  ขณะที่ 12.6 % ดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์

ภญ.อรทัย   กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มอาการผิดปกติของทารกจากการดื่มแอลกอฮอล์ของมารดาขณะตั้งครรภ์ หรือที่เรียกว่า FASD  จะส่งผลกระทบต่อทารกทุกด้าน ทั้งร่างกาย สมอง พฤติกรรมและการเรียนรู้ของทารก มีระดับความรุนแรงตั้งแต่แท้งลูกจนถึงพิการแต่กำเนิด หรือส่งผลต่อพัฒนาการของทารกที่ผิดปกติ เช่น การเรียนรู้ การจดจำ ภาษา การพูด สมาธิสั้น ไอคิวต่ำ ส่วนอาการแสดงทางกาย เช่นน้ำหนักแรกเกิดน้อย สมองมีขนาดเล็กกว่าปกติ รูปหน้าผิดปกติ หัวใจผิดปกติ การเจริญเติบโตของแขนขาผิดปกติ ฯลฯ โดยไม่สามารถรักษาให้หายได้ ส่งผลต่อปัญหาการเลี้ยงดู ด้านพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต

“อาจเป็นไปได้ที่แม่หลายคนไม่รู้ว่าเหล้ามีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ หรือบางรายอาจจะทราบ แต่ไม่สามารถเลิกดื่มได้เพราะมีภาวะติดเหล้า  ข้อมูลน่าตกใจพบว่ามีเด็กไทยมากถึง 89,000 คนต่อปี ตกอยู่ในความเสี่ยงของการเกิดอาการ FASD ดังนั้นสาวนักดื่มหากคิดว่ามีโอกาสจะตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ ให้งดดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงในช่วงให้นมบุตรห้ามดื่มโดยเด็ดขาด เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถผ่านทางน้ำนมเช่นกัน ขณะที่สามีต้องช่วยเป็นกำลังใจในการเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจากการสอบถามพบว่าหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ดื่มแอลกอฮอล์กับสามีมากกว่า ดื่มกับเพื่อน นอกจากนี้ หญิงที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ มักจะซื้อยาแผนโบราณมาดื่มเพื่อขับประจำเดือน”ภญ.อรทัย กล่าว                     
           
พญ.ปาฏิโมกข์  พรหมช่วย  นายแพทย์เชี่ยวชาญสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น  กล่าวว่า หากแม่ยังมีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะส่งผลกระทบต่อเด็กโดยตรง ตั้งแต่แรกเกิดโดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรก เด็กต้องการการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด   ส่งผลให้เกิดความรักความผูกพันต่อผู้เลี้ยงดู แต่หากแม่มีการดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างสม่ำเสมอ ใกล้ชิด ทำให้เด็กขาดความรักความผูกพัน ขณะเดียวกันแม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์จะมีอารมณ์ที่ไม่คงที่สม่ำเสมอ ขึ้นๆ ลงๆ  บางครอบครัวมีการทะเลาะเบาะแว้งใช้ความรุนแรง  ทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึมซับพฤติกรรมรุนแรงได้ง่าย นอกจากนี้จากรายงานต่างประเทศพบว่า กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมที่มีการใช้สารเสพติดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเด็ก เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจะใช้สารเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์  2-9 เท่า

ด้าน นางจันทร์จิรา เงินนาค อายุ 39 ปี คุณแม่ของน้องโอเว่น อายุ 3 ขวบ ซึ่งมีปัญหาด้านพัฒนาการผิดปกติพูดไม่ได้ สมาธิสั้น บอกเล่าประสบการณ์ตอนตั้งครรภ์น้องโอเว่นว่า  ช่วงที่เริ่มตั้งครรภ์นั้น ตนเองมีปัญหาส่วนตัวหลายด้าน  จนเกิดความเครียดและหาทางระบายด้วยการดื่มเหล้าแทบทุกวัน จนถึงขั้นติดเหล้า ซึ่งตอนนั้นไม่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์  จน มารู้ภายหลังว่าตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน แต่ช่วงนั้นก็ยังไม่สามารถเลิกดื่มเหล้าได้ทันทีเพราะมีอาการติดเหล้าและยัง เครียดอยู่มาก จนกระทั่งคลอดน้องออกมา น้องดูปกติทุกอย่างเหมือนเด็กทั่วไป แต่เมื่อน้องมีอายุได้ 3-4 เดือนเริ่มพบว่า น้องมีพัฒนาการผิดปกติ สังเกตจากที่น้องไม่มองหน้าหรือสบตา เวลาแม่เรียก จนกระทั่งน้องอายุได้ 1 ขวบอาการผิดปกติเริ่มแสดงชัดเจน จึงได้พาไปพบแพทย์และวินิจฉัยว่า น้องเป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ออทิสติก  ซึ่งเกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือ กรรมพันธุ์และปัจจัยเสี่ยงจากการที่แม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือเสพยาเสพติดขณะตั้งครรภ์  อยากฝากเตือนคุณแม่ทุกคนที่กำลังตั้งครรภ์ ให้เลิกดื่มเหล้าเพราะจะส่งผลกระทบต่อเด็กโดยตรงและคนที่จะต้องเสียใจที่สุด คือตัวของเราเอง.
 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.