เหตุที่เผา - ภาพ ถ่ายที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน นำมาแสดงว่ามีการบุกรุกป่า พร้อมยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้ากวาดล้างและเผากระท่อมของกลุ่มกะเหรี่ยง จริง เพื่อป้องกันการทำลายป่า |
จาก กรณีนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ เปิดเผยว่า มีตัวแทนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ใกล้ชายแดนพม่า เข้าร้องเรียนว่า ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงเดือนก.ค. 2554 ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานจัดทีมขึ้นเฮลิคอปเตอร์บุกเผาบ้านและทำลาย ยุ้งฉางข้าวของชาวกะเหรี่ยงเพื่อขับไล่ออกจากพื้นที่ ทั้งๆ ที่ชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานนับร้อยปี กระทั่งส่วนใหญ่มีทะเบียนราษฎรชาวเขาเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด หรือกลุ่มติดอาวุธเคเอ็นยู และไม่เคยบุกรุกทำลายป่าแก่งกระจานแต่อย่างใด ซึ่งเหตุการณ์เผาขับไล่ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงช่วงเกิดโศกนาฏกรรม ฮ.ทหาร ตก 3 ลำ เมื่อเดือนก.ค. 2554 ล่าสุด สภาทนายความรับเรื่องร้องเรียนและกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ เกี่ยวข้องฐานละเมิดกฎหมายอาญาและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น
รับเผาจริง - นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.อุทยานฯ แก่งกระจาน โชว์ภาพการบุกรุกพื้นที่ป่า พร้อมยอมรับเจ้าหน้าที่ได้เข้ากวาดล้างและเผากระท่อมของกลุ่มชาวกะเหรี่ยง จริง เพื่อป้องกันการทำลายป่า ตามข่าว |
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่กองบินขนส่งทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดัง กล่าวก่อนขึ้นเครื่องบินลงไป 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ต้องตามดูว่าเป็นภาพที่เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่คิดว่าเป็นเรื่องการปฏิบัติงานของกรมอุทยานแห่งชาติ แล้วทางกรมอุทยานแห่งชาติขอความร่วมมือจากกองทัพไป ฉะนั้นหากกรมอุทยานจะทำอะไร จะต้องเป็นกรอบการทำงานของกรมอุทยานเอง ทางกองทัพเป็นผู้สนับสนุน ขอให้เข้าใจด้วยว่าเป็นการสนับสนุน ตนคิดว่าไม่มีใครอยากจะทำร้าย ไม่มีใครอยากจะไม่สงสารคน ท่านก็เลือกเอาว่าจะทำอย่างไร แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มันคนละเรื่องกัน
นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า จากกรณีที่มีการเผาทำลายที่พักของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ป่าแก่งกระจานนั้น ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันการลักลอบคนที่ข้ามมาจากฝั่งพม่าเข้ามาอาศัยจึงต้องหา ทางตัดปัญหาดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้าที่ได้มีการสำรวจด้วยเครื่องบินจะมองไม่เห็นอะไรเลย เพราะอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ จึงเผาเพื่อให้รู้ว่าพื้นที่นี้ดำเนินการรื้อถอนแล้วส่วนหนึ่ง และตรงบริเวณที่เผานั้นได้รื้อถอนกระท่อมพักบางส่วนมาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว ปัจจุบันไม่มีชาวบ้านหรือชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เลย เพราะทราบดีว่าชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิมอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าลึก ตั้งแต่บางกลอยบนจนถึงแม่น้ำห้วยใหญ่ติดกับชายแดนไทย-พม่าไม่ต่ำกว่า 100 ปี ทางอุทยานแก่งกระจานไม่ได้ทำร้ายใคร
"ปัจจุบันชาวกะเหรี่ยงไปอาศัยอยู่ในบริเวณที่ทางอุทยานจัดไว้ให้ เพียงแต่ว่าบางส่วนยังแอบลักลอบขึ้นมาทำประโยชน์ในพื้นที่บ้าง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงและไล่ลงไป เพราะเกรงว่าจะทำให้ป่าเสียหาย และตรงบริเวณนั้น ทางอุทยานฯ กำหนดไว้แล้วว่าจะต้องไม่มีการอยู่อาศัยของใครทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุที่เผาก็เพื่อป้องกันโรคระบาด โรคไข้ป่าต่างๆ รวมทั้งชาวพม่าที่อาจลักลอบมาอาศัยและใช้พื้นที่บริเวณนั้นปลูกกัญชา จึงใช้อำนาจตัดตอนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว" นายสุนันต์ ระบุ
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชี้แจงการเผาบ้านหรือกระท่อมของชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงว่า เผาจริง แต่เผาหลังจากแจ้งเตือนเป็นครั้งที่ 5 นอกจากนั้นก่อนการเผาได้มีมติทุกฝ่าย รวมทั้งผู้นำชนกลุ่มน้อยโป่งลึก บางกลอย ที่เดิมเคยอยู่บริเวณดังกล่าวมาก่อน หลังพบว่ามีการเผาทำลายป่าเป็นวงกว้าง พร้อมกับมีภาพป่าถูกแผ้วถาง ต้นไม้ถูกตัดโค่นเผาจนเตียนเพื่อปลูกพืชไร่
นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงความผิดพลาดของโครงการรัฐที่ไม่ดูแลชนกลุ่มน้อย ภายหลังดำเนินนโยบายผลักดันลงมาอยู่เป็นหมู่บ้านที่โป่งลึก บางกลอย โดยเมื่อชนกลุ่มน้อยไม่มีสถานที่ทำกิน ไม่ได้รับความช่วยเหลือต่อก็จะย้อนกลับไปบุกรุกป่าปลูกกระท่อมอยู่อาศัย เหมือนเดิม ขอยืนยันว่าพื้นที่เผากระท่อมเดิมเป็นสถานที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่ ย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บ้านโป่งลึก บางกลอย แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐต่อ จึงอพยพย้อนกลับไปทำกินถางป่าอีกครั้ง ทั้งยังมีญาติพี่น้องจากฝั่งพม่าเข้ามาสมทบ ตนยืนยันว่าทำเพื่อรักษาป่า ท้าให้ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวฟ้องได้
วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หลังออกมาเปิดเผยเรื่องปฏิบัติการผลักดันชาวกะเหรี่ยงออกจากป่าแก่งกระจาน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตนได้รับการติดต่อจากนาย นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ โทรศัพท์มาสอบถามรายละเอียดและจะนำไปดำเนินการต่อไป แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกรมอุทยานฯ ส่วน ประเด็นที่อธิบดีกรมอุทยานฯ ชี้แจงว่า กระท่อมที่ถูกเผาไม่มีคนอยู่นั้น เป็นเพราะเจ้าหน้าที่เอาเฮลิคอปเตอร์มาบินวน ชาวกะเหรี่ยงจึงตกใจกลัวพากันหนีไปหมด และที่ออกมายอมรับว่า ได้กันพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นเขตห้ามอยู่อาศัยและจัดที่อยู่ใหม่ให้แล้ว ย่อมเท่ากับยอมรับว่า มีการขับไล่ชาวกะเหรี่ยงจากที่อยู่เดิมจริง อุทยานฯ มีสิทธิอะไรจึงจะย้ายชาวกะเหรี่ยง เพราะคนกลุ่มนี้อยู่มาก่อน ต้องปล่อยให้ทำกินในพื้นที่ได้ ถ้าอ้างว่ากลัวป่าจะถูกทำลาย ขอให้ดูว่าชาวกะเหรี่ยงทำลายป่าจริงหรือไม่ และที่บอกว่ากันคนพม่าจะลักลอบเข้ามาบริเวณนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะไม่มีเส้นทางเดินจากพม่ามาถึงที่นี่
ด้านนายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้เรียกประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ที่ประชุมมีความเห็นว่ามีประเด็นต้องพิจารณา 2 เรื่อง คือ 1.ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นการละเมิดสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมและอยู่มานานหรือไม่ และ 2.สถานะของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่สมควรได้รับการยอมรับและคุ้มครองตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และมาตรา 67 โดยเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ส.ค.นี้ อนุกรรมการที่ดินและป่า กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อไป
0 comments:
Post a Comment