Showing posts with label เยาวชน. Show all posts
Showing posts with label เยาวชน. Show all posts
Thursday, September 8, 2011

ปิดตาเปิดใจ สอนน้องถ่ายภาพ



สดจากเยาวชน
ปฤษณา กองวงค์


"เอาคนตาบอดมาถ่ายรูป พูดให้ใครฟังก็ถูกมองว่าตลก ผมก็เคยคิดแบบนั้น

หลัง สอนเด็กถ่ายรูปได้เป็นกำลังใจย้อนกลับมาหาผม เมื่อเราคิดและใครๆ ต่างก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ผมทำให้เป็นไปได้ แล้วจะมีอะไรอีกบ้างที่ผมจะทำไม่ได้

เด็กๆ ทำให้เราหลับตาลง คิดมากขึ้น ทำอะไรให้ช้าลง และเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้กับเราในเรื่องความมานะพยายาม"

คำ กล่าวของ นายเจษฎา สุธรรม อาสาสมัคร Pict4All ในโครงการ "สอนนักเรียนตาบอดถ่ายภาพ ปี 2554" จัดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักเรียนตาบอดเห็นคุณค่าในศักยภาพตัวเอง โดย บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ร่วมกับกลุ่มอาสาสมัคร Pict4All ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา จ.ชลบุรี

ภาพครูอาสา 2-3 คนต่อลูกศิษย์ผู้พิการทางสายตา 1 คน สอนให้ทำความรู้จักกล้องดิจิตอลคู่ใจผ่านการสัมผัสทุกๆ ด้าน ตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละปุ่ม การจับกล้องที่ถูกวิธีทั้งแนวตั้งและแนวนอน การเปลี่ยนแบตเตอรี่ เมมโมรี่การ์ด ฝึกจนคล่องก่อนลงมือถ่ายภาพบุคคล ภาพหมู่และถ่ายภาพมาโคร

เมื่อได้ภาพครูจับนิ้วมือน้องๆ สัมผัสกรอบภาพแอลซีดีให้รู้ขนาดภาพและบอกลักษณะภาพที่ได้ โดยทุกครั้งจะได้ยินคำชมเป็นกำลังใจตลอด

"พี่ ครับถ่ายรูปไหมครับ" เสียงหนุ่มน้อยกล่าวทัก พร้อมขออนุญาตสัมผัสตัว ไหล่ นางแบบ-นายแบบ เพื่อคะเนความสูง เสร็จเดินถอยหลังไป 2-3 ก้าว ก่อนยกกล้องดิจิตอลวางทาบที่คิ้วแนบติดกับจมูก ล็อกกล้องไม่ให้สั่นไหว ก้มหน้าลงเล็กน้อย กดชัตเตอร์เบาๆ เงี่ยหูฟังเสียงติ๊ดๆ ที่บ่งบอกระยะโฟกัสและมือที่นิ่งแล้ว พร้อมนับ 1-3 ยิ้ม ก่อนกดชัตเตอร์

หาก ถ่ายภาพหมู่น้องๆ จะเดินไปจับไหล่ทุกๆ คน นับก้าวในใจจากคนแรกถึงคนสุดท้าย สมมติได้ 5 ก้าว ตากล้องก็จะเดินย้อนกลับไปสองก้าวครึ่ง นั่นหมายถึงกึ่งกลางภาพ แล้วหยุดกับที่ เดินถอยหลังไปสัก 4-5 ก้าว ยกกล้องแนบคิ้ว ก้มหน้า ขอเสียงก่อนลั่นชัตเตอร์

การถ่ายภาพระยะใกล้ ช่างภาพจะสัมผัสวัตถุที่ต้องการถ่าย เหยียดแขนตรง ตั้งฝ่ามือปลายนิ้วใกล้กับวัตถุ วางกล้องแนบฝ่ามือให้ได้ฉาก เลื่อนเข้าออกหาระยะ ก่อนกดชัตเตอร์

"คนที่สูญเสียการมองเห็นประสาท สัมผัสส่วนอื่นจะเฉียบแหลม ทั้งการสัมผัส กลิ่น เสียง พอเขาทำเป็นแล้วจะจดจำไม่ลืม แต่ก่อนอื่นเราต้องปรับเขากับกล้องให้เข้ากันก่อน" นายเจษฎากล่าว

นาย นพดล ปัญญาวุฒิไกร ที่ทดลองใช้ชีวิตอยู่ในโลกมืดและเดินทางถ่ายภาพในสถานที่ต่างๆ เล่าว่า เราต้องการให้สังคมฉุกคิดว่า คนด้อยโอกาสจำเป็นต้องไร้โอกาสหรือเปล่า เพราะคนส่วนใหญ่เอากรอบความคิดของตนเองมาตัดสินคนอื่น คิดว่าการท่องเที่ยวคือการมองเห็น ไม่เห็นไม่ต้องเที่ยว เช่นกันกับการถ่ายภาพต้องมองเห็น ถ้ามองไม่เห็นจะถ่ายภาพได้อย่างไร จึงไม่มีใครคิดให้เขาถ่ายภาพได้ เราจึงจับเรื่องที่คอนทราสต์กันมากและคิดว่าทำได้มาสอน ถึง 9 รุ่นแล้ว เด็กมีสมาธิ มีความสุขและอารมณ์ดี เมื่อผลงานออกมาดีจะทำให้เขามั่นใจและภูมิใจกับตัวเอง

"ผมเชื่อว่า หลังจากนี้เขาจะคิดว่าไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับการใช้ความวิริยะ อุตสาหะ และการใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา เหมือนการถ่ายภาพที่คุณคิดว่าถ่ายไม่ได้ แต่เราต้องประยุกต์เทคนิคการถ่ายภาพ ความรู้ให้สอดคล้องกับเขา และตัวเขาต้องอาศัยการฝึกฝนและเพียรพยายามประกอบกันก็จะสามารถทำได้ ทุกอย่าง"

นพดลกล่าวอีกว่า หลายคนคิดว่ามีประโยชน์อะไรในเมื่อคนตาบอดมองไม่เห็นสิ่งที่ถ่าย กลับไปที่คำตอบว่าความสุขอยู่ที่การกระทำ และทำให้เขาเห็นคุณค่าของตัวเอง การถ่ายภาพจะเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างโลกของคนตาดีและคนตาบอด ภาพยังเป็นเครื่องบันทึกความทรงจำและเชื่อมใจเข้าด้วยกัน

ด้าน นายภูวพงษ์ ผจญอริพ่าย กล่าวว่า ต่างประเทศมีการสอนคนตาบอดถ่ายภาพ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น และอิสราเอล แต่สอนผู้ใหญ่วัยทำงานที่สนใจ เรามองถึงอนาคต แม้จะเป็นการสอนที่สุดโต่ง แต่ถ้าเขาถ่ายได้สิ่งที่ได้คือคำชมจากคนตาดี ไม่ใช่แค่สวย แต่มาพร้อมกับคำว่า "ทำได้ไง" ทำให้เขาคิดได้ว่าแม้จะตาบอดแต่ถ่ายภาพได้ ฉะนั้น อะไรๆ ในโลกเขาทำได้หมด สักวันเขาอาจกลายเป็นนักถ่ายภาพ

น้องเม น.ส.เมธินี เอี่ยมเพชร อายุ 18 ปี ชักชวนครูสำรวจรอบโรงเรียน ครั้นได้ยินเสียงพี่ๆ น้องๆ ที่เดินผ่าน เธอเอ�ยวาจาไพเราะขอถ่ายภาพทันที เมบอกว่าสนใจถ่ายรูปเพราะเป็นประสบการณ์ใหม่ อยากเรียน มีความสุข ไม่คิดว่าตัวเองจะถ่ายภาพได้ พอรู้หลักแล้วก็ทำได้

น้องกิ๊บ น.ส.ดวงพร คล้ายแดงคำ อายุ 19 ปี เล่าว่า ตอนแรกรู้สึกกังวล ตอนนี้มั่นใจขึ้นแล้ว แต่ต้องฝึกให้มาก อยากถ่ายภาพครอบครัวคนที่เรารัก อยากออกไปถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยว

ว่าแล้วน้องกิ๊บก็ถ่ายภาพตัวเองโชว์ให้ดู ทั้งยังถ่ายภาพคู่กับครูด้วย

อบ นายเกรียงไกร สีมาพัด อายุ 19 ปี พิการทางสายตามาตั้งแต่กำเนิดและมีความฝันอยากเป็นนักร้อง เผยว่า เมื่อมีโอกาสและได้ลงมือทำแล้ว ไม่มีอะไรยาก ภูมิใจมาก จะมีคนพิการทางสายตาสักกี่คนที่ได้เรียนถ่ายภาพ ผมอยากถ่ายรูปพ่อกับแม่เก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจเมื่อท้อ

"ดีใจ ที่ถ่ายภาพได้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองใหม่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้จะไม่มีดวงตามองเห็น บางสิ่งที่หายไปเราก็สามารถทำได้ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการเท่านั้น" อบทิ้งท้าย
Sunday, August 28, 2011

คอลัมน์ หนอนแก้วชวนอ่าน




ทุกวันอาทิตย์หยิบจับหนังสือมาชวนหนูๆ อ่านสนุกและมีประโยชน์ เช่นเคย

ครอบ ครัวสามสีซุกซน ตอน นักสู้ตัวน้อยตัวนิด หนังสือภาพเล่าเรื่องสนุกๆ แฝงข้อคิดดีๆ ของครอบครัวสามสี ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา จากตัวอย่างที่สีน้ำพาน้องๆ ไปดู ไม่ว่าจะเป็นเหล่ามดตัวน้อยที่เดินเรียงแถวช่วยกันขนอาหารชิ้นยักษ์กลับรัง อย่างขมีขมัน หรือแม่นกจอมขยันที่กว่าจะสร้างรังแสนอบอุ่นขึ้นได้ ไม่รู้ว่าต้องคาบหญ้าแห้งกี่ร้อยรอบ ยังมีน้ำผึ้งแสนหวานผลงานของผึ้งจอมขยัน ที่ดูดน้ำหวานจากดอกไม้มาสะสมไว้ที่รัง เห็นตัวอย่างดีๆ แบบนี้แล้วคงทำให้หนูๆ ขยันและอดทนกันเต็มที่ เล่มละ 90 บาท สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์

ส่องสำรวจแมลงตัวจิ๋ว รู้จักกับการจัดอันดับหรือการจำแนกและแบ่งแมลงออกเป็นหมวดหมู่ โดยมีชื่อที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งให้ เช่น อันดับดิปเทอรา คือแมลงกลุ่มที่มีสองปีก ทั้งแมลงวัน ยุง แมลงหวี่ อันดับไฮเมนอปเทอรา กลุ่มแมลงที่มีปีกเป็นเยื่อบางๆ ซ้อนกัน เช่น ผึ้ง ต่อ มด หรือ อันดับแมน โทดี ที่หมายความว่าคล้ายหมอดู ได้แก่ ตั๊กแตนตำข้าว เพราะมีท่ายืนเหมือนคนที่เป็นหมอดู ค้นหาว่าแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร เราจะเจอแมลงได้ที่ไหน บางชนิดสามารถสร้างรังได้ยาวถึง 100 กิโลเมตร บางชนิดตัวยาวกว่าไม้บรรทัด หรือแม้กระทั่งบอกอุณหภูมิได้ ราคา 115 บาท สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

ไฮเทคเกินร้อย สาวน้อยคนเก่ง เมื่อการใช้เทคโนโลยีอย่างการเขียนบล็อกลงบนเว็บไซต์กลายเป็นการทำลาย มิตรภาพ กลุ่มเพื่อนอย่าง ชินบี ยูจิน ซงอี และ ชีวอน จะยังคงรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้ได้หรือไม่ ต้องติดตาม เพราะตอนนี้ ชินบี สาวน้อยแสนสวยและร่าเริง เกิดอิจฉา ซงอี จึงแอบไปถ่ายรูปมาแฉในเว็บไซต์ เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ไปพร้อมกับเพื่อนๆ กลุ่มนี้ เล่มนี้ 179 บาท สำนักพิมพ์บุ๊คเวฟ

งอแง-ได้โรคอ้วน


คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์


เวลา เด็กๆ อยากได้อะไรก็มักจะงัดไม้เด็ดนั่งลงกับพื้นชักดิ้นชักงอ จนคุณพ่อคุณแม่ต้องยอมแพ้ซื้อของให้ นอกจากจะเป็นกิริยาที่ไม่น่ารักแล้ว อาจได้โรคติดตัวมาด้วย!

ดีน่า บอร์เซคอฟสกี้ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอพกินส์ สหรัฐอเมริกา ศึกษา "ปัจจัยการบ่น" ที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ในวัย 3-5 ปี ด้วยการสอบถามคุณแม่ 64 คน เรื่องการรับประทานอาหาร การดูโทรทัศน์หรือสื่อต่างๆ รวมถึงการช็อปปิ้งซื้อข้าวของเข้าบ้านในแต่ละเดือน ปรากฏว่าเด็กๆ ที่ชอบดูทีวีมักใช้กลยุทธ์การบ่นเป็นข้อต่อรองกับพ่อแม่ หากไม่ยอมซื้อของไร้ประโยชน์อย่างอาหารจังก์ฟู้ดและเครื่องดื่มน้ำอัดลมให้ ขณะที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะยอมทำตามเพื่อตัดความรำคาญ จนกลายเป็นปัญหาสะสมของโรคอ้วนในเด็ก

คุณแม่กว่าร้อยละ 35 แนะนำว่าการอนุญาตให้ลูกๆ ดูโทรทัศน์น้อยลง พร้อมอธิบายสร้างความเข้าใจถึงผลเสียของการบริโภคอาหารขยะนั้น ได้ผลดีต่อการควบคุมพฤติกรรมช่างกินของเด็กๆ มากกว่าการตามใจนั่นเอง

เด็กไทย"วัยแอพ" สนุกโลกไอแพด

คอลัมน์ สดจากเยาวชน


องค์การ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ iStudio จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านไอแพด 2 อุปกรณ์อิเล็ก ทรอนิกส์แห่งปี ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2554

โดย นำไอแพด 2 (iPad 2) ให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา คณาจารย์ หน่วยงานรัฐ วิสาหกิจ และบุคคลทั่วไป ทดลองใช้งานแอพพลิเคชั่นทางการศึกษาที่ทันสมัยและตื่นตาตื่นใจ สามารถเพิ่มเติมพื้นฐานการเรียนรู้และนำไปใช้ได้ในหลักสูตร การเรียนและชีวิตประจำวัน ณ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประ ชุมไบเทค บางนา

ปัจจุบัน หลายสถาบันการศึกษาในประเทศไทยพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนโดยใช้ไอแพดเป็น ส่วนเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ให้กับนักเรียนนิสิตนักศึกษาทั้งในระดับก่อนวัยเรียน จนถึงระดับมหาวิทยาลัย

ประโยชน์ ของไอแพดต่อการศึกษา ไม่เพียงแต่การหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือการอ่านหนังสือดิจิตอลเท่านั้น แต่ยังสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นทางการศึกษาที่น่าสนใจในรายวิชาต่างๆ เพื่อเพิ่มความรู้และเสริมพื้นฐานรายวิชาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

โดยแอ พพลิเคชั่นในปัจจุบันได้พัฒนาการนำเสนอในแบบ interactive ที่สร้างความน่าสนใจ ตลอดจนการใช้งานที่ง่ายขึ้นและสะดวกต่อการค้นหาเพื่อเข้าถึงข้อมูล

โซน Digital Pavilion เป็นโซนกิจกรรมที่รวบรวมแอพพลิเคชั่นการศึกษาที่เป็นประโยชน์มาไว้ในไอแพด 2 ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากน้องๆ นักเรียน นิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ได้ทดลองเล่นและใช้แอพพลิเคชั่น อาทิ การฝึกผ่ากบเสมือนจริงซึ่งน้องๆ สามารถเรียนรู้การผ่ากบ เพื่อศึกษาและวิจัยโครงสร้างภายในของกบที่มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ได้ง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว

หรือการจำลองการดูดาวบนท้องฟ้าแบบเสมือนจริงที่จะทำ ให้น้องๆ เหมือนเข้าไปอยู่บนโลกแห่งดวงดาวที่สามารถมองพิกัดของกลุ่มดาวต่างๆ ได้โดยการจับสัญญาณจีพีเอสเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลของกลุ่มดาวจากตำแหน่งจริง

ยัง มีตารางธาตุแบบ 3 มิติ บิงโกคณิตศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมายภายในโซน Digital Pavilion โดยมีพี่ๆ คอยให้คำแนะนำวิธีใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่างใกล้ชิด

น้อง ฟอส ด.ญ.มุฑิตา สุขสมัย นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐม เล่าว่า "หนูกับเพื่อนๆ ทดลองใช้แอพพลิเคชั่นผ่ากบ ที่พี่ๆ ทีมงานแนะนำให้ทดลองเล่นดู มันเหมือนจริงมากๆ ค่ะ ทำให้รู้ว่าในอวัยวะของกบคล้ายกับคนตรงส่วนไหนบ้าง และใช้ชีวิตเป็นอย่างไรในโลกใบนี้ ทำให้ได้ความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์และเข้าใจสัตว์เล็กๆ อย่างกบมากขึ้นค่ะ ตื่นเต้นมากๆ"

น้องหมีพู ด.ช.ณัฐภัทร ลือสกลกิจ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนสุพรรณภูมิ จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า "ผมกับเพื่อนๆ ทดลองใช้ไอแพด 2 ดูตารางธาตุแบบสามมิติที่หมุนไปมาตามแรงนิ้วสัมผัส ทำให้รู้ที่มาที่ไปของธาตุแต่ละชนิดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และธาตุแต่ละชนิดนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ผมกับเพื่อนๆ ตื่นเต้น มากครับ"

อีก หนึ่งสาวน้อย ด.ญ.มนัสนันท์ หมัดนะฮู นักเรียนชั้นป.5 โรงเรียนคลองกุ่ม กรุงเทพฯ บอกว่า "สนุกมากๆ ค่ะ ที่ได้มางานในวันนี้ ขอบคุณคุณครูที่พาหนูมา ได้พบเพื่อนใหม่ๆ จากหลายโรงเรียน ได้ลองเล่นเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไอแพด 2 ที่หนูไม่เคยรู้ว่ามันมีโปรแกรมต่างๆ ที่มีประโยชน์สำหรับการศึกษาของหนูและเพื่อนด้วย หนูชอบมากค่ะๆ อยากให้โรงเรียนนำเทคโนโลยีแบบนี้มาใช้กับโรงเรียนหนูบ้าง"

ปิดท้าย ด้วย น้องเกมส์ ด.ช.ธนวินท์ รัตน มณี ชั้นม.1 โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จ.พิษณุโลก บอกเล่าว่า "ดีใจมากๆ ครับที่ได้มาในงานวันนี้ ได้ทดลองเล่นไอแพด 2 ที่ทำให้ผมหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่มีแต่ดวงดาวทั้งฟ้า และมีข้อมูลต่างๆ ของหมู่ดาวที่ผมสามารถจดบันทึกความรู้ใหม่ๆ ที่ได้ในวันนี้ไปส่งคุณครูที่โรงเรียนว่าได้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ บ้าง และนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปทำอะไรได้บ้างครับ"

Tuesday, August 23, 2011

'ดาว'ดวงใหม่ โจ๋ดาราศาสตร์

สดจากเยาวชน


"ในมุมมองของเอกภพ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบสุริยจักรวาล

ความจริงแล้วสิ่งที่ทุกคนมองว่าอยู่นอกโลกนอกจักรวาล มันคือจุดกำเนิดทั้งหมดของเรา

ผมบอกไม่ได้ว่าทำไมถึงรักดาราศาสตร์ รู้แค่ว่าได้ศึกษาได้มองท้องฟ้าแล้วมันมีความสุข"

คำพูดจากใจของ น้องสกาย นายนัดเรศ อินทนะ อายุ 17 ปี ยุวทูตดาราศาสตร์ ประจำปี 2553 เยาวชนคนเก่งชั้น ม.6 โรงเรียนจักรคำคณาทร จ.ลำพูน ว่าที่นักดาราศาสตร์สายวิศวกรรม ที่ไม่พลาดโอกาส มาร่วมงาน "การประชุมวิชาการสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 11" หรือ APRIM 2011 จัดโดยสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี เมื่อไม่นานนี้

ภายในงานมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่นักดาราศาสตร์เยาวชนคนรุ่น ใหม่ให้ได้แสดงพลัง ทัศนคติ หาแนวทาง และสร้างความเข้มแข็ง ของวงการดาราศาสตร์ในระดับภูมิภาคต่อเนื่องไปจนถึงความร่วมมือในระดับสากล ภายใต้กลุ่ม "SEAYAC" หรือ "South East Asia Young Astronomers Collaboration"

ศ.โรเจล เซเซ่ นักดาราศาสตร์ชาวฟิลิป ปินส์ วัย 30 ปี อาจารย์ในมหาวิทยาลัยฟิลิป ปินส์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง SEAYAC ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการกลุ่ม กล่าวถึงความสำคัญที่เยาวชนควรสนใจในศาสตร์แขนงนี้ว่า

"ดาราศาสตร์ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ดาราศาสตร์เติบโตมาพร้อมๆ กับวัฒนธรรม อารยธรรมและความเป็นอยู่ของมนุษย์ตั้งแต่ยุคแรกๆ เริ่มจากการสังเกตท้องฟ้า แบ่งแยกกลางวันกลางคืน ไปจนสร้างเป็นเวลา วันเดือนปี และฤดูกาล เรายังใช้ประโยชน์จากดาราศาสตร์ในการคาดคะเนปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อโลก ทั้งการพยากรณ์สภาพอากาศ และการรับมือจากภัยธรรมชาติ

ตัวผมเองชอบ ดาราศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก เพราะหนังสือเล่มแรกที่ผมได้อ่านก็เป็นเรื่องนี้ อ่านไปอ่านมาจึงค่อยๆ ซึมซับ ฝันอย่างไร้เดียงสาว่าอยากจะเป็นนักบินอวกาศเหมือนเด็กๆ ทั่วไป จนเมื่อได้มีกล้องดูดาวอันแรกในชีวิต พอส่องสำรวจดูท้องฟ้าเท่านั้นแหละ ผมคิดทันทีว่านอกโลกมันต้องมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นในตำรา จุดนี้เองที่กลายเป็นแรงผลักดันให้ผมจริงจังและมุ่งมั่นที่จะเดินตามฝันของ ตัวเอง"

เช่นเดียวกับ นายวิภู รุโจปการ ว่าที่นักดาราศาสตร์อนาคตไกลของประเทศไทย วัย 28 ปี นักศึกษาทุน พสวท. ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยอริโซนา สหรัฐ อเมริกา กล่าวว่า "ผมเองก็เริ่มสนใจมานานแล้ว น่าจะราวๆ มัธยมต้นที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในหอดูดาวเกิดแก้ว จ.กาญจนบุรี ผมได้ลองตั้งกล้องตั้งพิกัดดูดาว ถ่ายภาพวัตถุบนท้องฟ้า ทั้งสังเกตและจดบันทึก จนกลายเป็นความชอบและรักที่จะทำงานด้านนี้อย่างจริงจัง"

"ดารา ศาสตร์ช่วยให้เยาวชนเกิดความคิดและสร้างจินตนาการ ไปพร้อมๆ กับการสนใจด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น รู้ความเป็นมาว่าเราอยู่ตรงไหนของจักรวาล ยิ่งศึกษามากก็จะยิ่งเห็นเราในบริบทที่กว้างขึ้น ได้เห็นว่าอะตอมในตัวเรานั้นมาจากดาวทั้งหมด เป็นศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้ากับมนุษย์ได้ อย่างอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งโทร ศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรือระบบจีพีเอส ก็ล้วนแต่พัฒนามาจากงานด้านดาราศาสตร์ทั้งนั้น"

ขณะที่ น้องแนนซี่ น.ส.ลลิตวดี กวินวณิชกิจ วัย 23 ปี สาวคนเก่งจากคณะวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยมหิดล เยาวชนอนาคตสดใสอีกคนหนึ่งในวงการดาราศาสตร์บ้านเรา ที่มาร่วมเสนอผลงาน "เครื่องตรวจวัดนิวตรอน" อวดศักยภาพความสามารถของเด็กไทยบนเวทีนานาชาติ

"พอดีเข้าร่วมโครงการทำวิจัยทางดาราศาสตร์ จึงลองสำรวจและศึกษาด้านนี้ ผ่านเครื่องมือและวิธีการแบบดาราศาสตร์จริงๆ ได้ฝึกใช้ซอฟต์แวร์ กล้อง โทรทรรศน์ควบคุมทางไกล จนอยากทำเป็นอาชีพในอนาคต ดาราศาสตร์ช่วยฝึกทักษะด้านการคิดให้เรามองแบบวิทยาศาสตร์มากขึ้น ส่วนตัวอยากเป็นนักดาราศาสตร์อยู่แล้ว จะได้ศึกษาระบบของจักรวาลให้ถ่องแท้ ก่อนนำมาถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ได้สัมผัสตัวตนจริงๆ ของดาราศาสตร์บ้างค่ะ" น้องแนนซี่กล่าว

นายเจียง โผชชิ นักศึกษาปริญญาเอก สาขาดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติภาคกลาง ประเทศไต้หวัน อีกหนึ่งหนุ่มที่ใกล้จะเป็นนักดาราศาตร์ ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า "ผมโชคดีที่ได้ทำในสิ่งที่รัก หลายคนต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวด้วยการอดทนทำงานแลกเงินอย่างเลือกไม่ได้ แต่ผมกลับมีรายได้อยู่กับความสุขจากการดูดาว การเฝ้าสำรวจจักรวาล และยังได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก"

ศ.โรเจล เซเซ่ กล่าวว่า แม้ตนจะเป็นอาจารย์แล้ว แต่ก็ยังศึกษาเพิ่มเติมอยู่เสมอ เพราะดาราศาสตร์ไม่ได้หยุดนิ่งเป็นสมการตายตัว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระบบมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งเอกภพ

น้องสกายเองก็ยึดหลักมุ่งมั่นและต้องทำให้ได้เช่นกัน "ตอนผมอายุ 13-14 ปี คิดว่าน่าจะลงมือทำอะไรสักอย่างตามฝัน จากโครง การด้านดาราศาสตร์ที่เข้าร่วม จนผมได้รับกล้องดูดาวเป็นอุปกรณ์สร้างจินตนาการ แต่แค่นี้มันไม่พอสำหรับแรงบันดาลใจ ก็เลยคิดทำหอดูดาวขึ้นมา เพราะเวลาผมสำรวจท้องฟ้า สถานที่ที่เหมาะที่สุดคือสวนใกล้บ้านที่เป็นป่ามืดๆ ทั้งออกแบบ หาวัสดุ เลื่อยไม้เอง ประกอบเอง ทำโครงสร้างตึกด้านล่างแบบปูน แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ผมจะสานต่อหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยแน่ๆ ครับ"

"ทุก วันนี้เยาวชนเริ่มสนใจดาราศาสตร์มากขึ้น แต่ยังติดอยู่ที่การสนับสนุนจากคนรอบข้าง น้องๆ ที่อยากเรียนอะไรทำอะไรควรลงมือตามความตั้งใจ" สกายฝากทิ้งท้าย
Sunday, August 21, 2011

เด็กไทยซิวรางวัล ศิลปะ"รถในฝัน"

คอลัมน์ สดจากเยาวชน


เด็ก ไทยสร้างชื่อให้ประเทศอีกครั้ง ด้วยการคว้า 5 รางวัลใหญ่จากโครงการประกวดวาดภาพระบายสี หัวข้อ "รถยนต์ในฝัน 2553" ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยทั้งหมดเดินทางไปรับประกาศนียบัตรและเงินรางวัลที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้น เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงว่า 5 เยาวชนไทยชนะการประกวดโครงการประกวดวาดภาพระบายสี หัวข้อ "รถยนต์ในฝัน 2553" หรือ "Dream Car Art Contest 2010" โครงการประกวดวาดภาพระบายสีรายการใหญ่ของโลก ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี จาก 50 ประเทศทั่วโลก แสดงความสามารถในการคิดและใช้จินตนาการผ่านงานศิลปะ ในหัวข้อเดียวกันคือ "รถยนต์ในฝัน" มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 1.2 แสนผลงาน โดยเด็กไทย 5 คน จาก 5 โรง เรียน มาจาก 5 จังหวัด ได้รับ 5 รางวัลใหญ่ระดับโลก จากการตัดสินทั้งหมด 20 รางวัล ดังนี้

รางวัล Gold Award ระดับอายุ 10-12 ปี ด.ช.พรดนัย วัฒนาประดิษฐ์ชัย จากโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรค์ จ.กาฬสินธุ์ ผลงาน "รถขายก๋วยเตี๋ยว" น้องพรดนัย เล่าว่า "ผมได้แรงบันดาลใจมาจากอากงครับ เพราะอากงของผมขายก๋วยเตี๋ยว และผมอยากให้รถนี้มีจริงเพื่อจะได้ไว้ช่วยร้านค้าขายอาหาร ต่างๆ ในการบริการลูกค้าให้สะดวกมากขึ้นครับ"

รางวัล Gold Award ระดับอายุ 13-15 ปี ด.ช.พิพัฒน์ ตุ่นกระโทก จากโรงเรียนบ้านท่าตะแบก จ.นครราชสีมา ผลงาน "รถรักษ์โลก" เจ้าตัวเล่าว่า "อยากให้มนุษย์เลิกสร้างควันเสียให้ธรรมชาติ เพราะแถวหมู่บ้านของผมชอบมีการตัดไม้ทำลายป่า ผมเห็นแล้วรู้สึกเสียใจมาก จึงส่งความรู้สึกผ่านรูปวาดนี้ที่เป็นรถในอนาคต สามารถดูดสารพิษและกรองออกมาเป็นอากาศบริสุทธิ์ครับ"

ด้าน ด.ญ.พลอยน้ำผึ้ง แพรศิริ จากโรงเรียนบวรรัตนศาสตร์ จ.ระยอง คว้ารางวัล Silver Award ระดับอายุ 10-12 ปี จากผลงาน "Children Car" กล่าวว่า "หนูอยากให้รถคันนี้พาเด็กๆ ไปเที่ยวอย่างปลอดภัยค่ะ ตอนหนูออกแบบรถ หนูนำสัตว์ต่างๆ ที่หนูชอบมาเป็นแบบ เช่น กระต่าย สุนัข เต่า หนูอยากให้มีรถแบบนี้อยู่จริงๆ จะได้เป็นสีสันให้โลกเราด้วยค่ะ"

ขณะ ที่ เจ้าของรางวัล Silver Award ระดับอายุ 13-15 ปี นายเกียรติศักดิ์ นันทนาณัฐกุล จากโรงเรียนอักษรพัทยา จ.ชลบุรี เล่าถึงผลงาน "รถพิทักษ์ชีพ" ว่า "รถที่ผมออกแบบเป็นรถที่มีของเหลวอยู่ล้อมรอบ จะทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงได้ ทำให้บนท้องถนนเต็มไปด้วยความปลอดภัย"

รางวัล Bronze Award ระดับอายุ 13-15 ปี ด.ช.ปัญญาวัฒน์ มหันตปัญญ์ จากโรงเรียนวัดราชโอรส กรุงเทพมหานคร คว้ารางวัลนี้ไปจากผลงาน "รถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม" น้องปัญญาวัฒน์ เล่าว่า "ผมได้แรงบันดาลใจมาจากการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตอนที่วาดรูปผมนึกถึงการ์ตูนเรื่อง Wall-E ซึ่งเป็นการ์ตูนที่ผมชื่นชอบ รถที่ผมจินตนาการขึ้นมานั้นสามารถบินได้ และยังกรองของเสียให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ด้วย ตัวรถจะมีปีกซึ่งเป็นแผ่นพลังงานรับแสงอาทิตย์ได้ด้วยครับ"

ผลงานของ ตัวแทนประเทศไทยที่ส่งไปประกวดในระดับโลกนั้น มีทั้งหมด 15 ผลงาน คัดเลือกมาจากผลงานกว่า 1 หมื่นชิ้นจากเด็กนักเรียนทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยผลงานของเด็กไทยผ่านเข้ารอบสุดท้ายถึง 13 ผลงานและคว้ารางวัลใหญ่ในรายการนี้ไปถึง 5 รางวัลดังกล่าว

น้องๆ ทุกคนต่างมีแรงบันดาลใจในการวาดภาพมาจากผู้คนรอบตัวและสิ่งแวดล้อม บวกกับความสดใสร่าเริงตามธรรมชาติของเด็กๆ ที่อยากให้โลกของเรามีเทคโนโลยีที่ทั้งทันสมัยและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เด็กๆ ทุกคนล้วนทุ่มเทและหวังว่าในอนาคตรถที่ตัวเองได้ออกแบบจินตนาการเอาไว้นั้น จะมีอยู่จริง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และโลกใบนี้ให้สวยงามตลอดไป

โลกไร้สาย

คอลัมน์ แสตมป์ที่ฉันรัก


ไปรษณีย์ ไทยเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสารยุคใหม่ และการที่ประเทศไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยนโยบาย ICT 2020 ในการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การบริการของรัฐ การรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงความมั่นคงและปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงจัดทำแสตมป์ที่ระลึกวันสื่อสารแห่งชาติ 4 ส.ค.2554 เป็นภาพโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่มีจอบรรจุภาพแสตมป์ที่ระลึกวันสื่อสารแห่งชาติชุดต่างๆ ในอดีต พร้อมตราสัญลักษณ์วันสื่อสารแห่งชาติและโครง การบรอดแบนด์แห่งชาติ เพื่อสะท้อนเทคโนโลยีสื่อสารยุคใหม่ ราคาดวงละ 3 บาท

ผ้าอ้อมมหาภัย


คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์


"ผ้าอ้อม สำเร็จรูป" ที่ดูจะมีประโยชน์ช่วยแบ่งเบาภาระของคุณแม่ในยุคเร่งรีบ โดยไม่ต้องเสียเวลาทำงานไปกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมแบบโบราณวันละหลายๆ หน แต่ข้อเสียก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย

ดร.ดาร์ซี คิดโด้ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา วิจัยเด็กๆ ในวัย 18 เดือน ถึง 3 ขวบ พบว่า เด็กที่ได้รับการฝึกฝนให้นั่งกระโถนขับถ่าย ตั้งแต่ช่วงขวบปีแรกของชีวิต จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคติดเชื้อในระบบขับถ่าย และปัญหาเรื้อรังอีกสารพัดทั้งโรคนิ่วและโรคไต ได้มากกว่าเด็กๆ ยุคผ้าอ้อมสำเร็จรูปถึง 2 เท่าตัว

เนื่องจากเด็กๆ ที่เคยชินกับการสวมผ้าอ้อมมานานกว่า 2 ปี จะไม่รู้จักการใช้ระบบขับถ่ายที่ถูกต้อง ปวดเมื่อไหร่ก็ถ่ายออกมาเรื่อยๆ ทำให้กล้ามเนื้อปลายท่อปัสสาวะและหูรูดเสื่อมสภาพ จนกลายเป็นปัญหาปัสสาวะกะปริดกะปรอย เสี่ยงต่อโรคโลหิตพิการที่ปัสสาวะซึมกลับเข้าไปในเส้นเลือด สร้างภาวะเป็นกรดแก่เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและน้ำเหลืองได้ในที่สุด

คอลัมน์ หนอนแก้วชวนอ่าน




หนังสือชวนอ่านสัปดาห์นี้มีทั้งสนุก ได้ความรู้ และตัวอย่างของการพูดดี คิดดี และทำดี

เด็ก ไทยรักธรรม ชวนอ่าน 3 ตอนพร้อมกัน คือ เด็กไทย คิดดี เด็กไทย พูดดี เด็กไทย ทำดี หนังสือนิทานภาพสำหรับเด็ก เล่าเรื่องของ แมกไม้ สายหมอก โจ๊ก จ้อย หลวงพี่กุ๊กไก่ ครูสายฝน และอีกหลายคนที่จะเป็นตัวอย่างให้เด็กๆ เห็นว่า ควรประพฤติปฏิบัติตัวแบบไหนจึงจะอยู่ร่วมกันเพื่อนๆ ได้อย่างเป็นสุข และเป็นที่รักของพ่อแม่ คุณครู ผู้ใหญ่ และทุกๆ คน เล่มนี้ 90 บาท สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์

นิตยสารโกจีเนียส (Go Genius) ฉบับเดือนสิงหาคม พาไปไขปริศนา หลุมยักษ์ที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาให้เราหวาดกลัว จนบางคนเชื่อมโยงไปถึงคำสาปหรือลางบอกเหตุ แต่ตัวอย่างหลุมยักษ์ที่กัวเตมาลาซิตี หลุมน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ บ่อเหมืองเพชรแห่งไซบีเรีย มีคำอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้ ส่วนใครที่รักการบิน เล่มนี้มีโฉมใหม่ในวงการบิน ซูเปอร์เฮลิคอปเตอร์ ที่ปรับเปลี่ยนหน้าตาและกลไกการทำงานให้เร็วและแรงขึ้น พร้อมกับพาไปดูรถยนต์ไร้คนขับ ทำงานได้อย่างไร จากรถตู้สีส้มคันเล็กที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปาร์มาสร้างขึ้น ทั้งยังเดินทางจากอิตาลีไปยังเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนได้จริง และอุจจาระใช้รักษาโรคได้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป เล่มละ 55 บาท สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

ภูมิศาสตร์โหด มัน ฮา มหึมา มหาสมุทร ไปทำความรู้จักกันว่า มหาสมุทรคืออะไร กำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ทะเลที่สำคัญของโลกมีอะไรบ้าง คลื่นหัวแตก เป็นอย่างไรกันแน่ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดามีจริงหรือ แล้วสิ่งมีชีวิตชนิดไหนกันบ้างที่อาศัยอยู่ใต้ผิวน้ำ ตื่นเต้นไปกับขุมทรัพย์ในท้องทะเลกับการอาละวาดของโจรสลัด รู้จักมากขึ้นแล้วจะได้ช่วยรักษาให้ท้องทะเลเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดโปรดของ หลายคนในฤดูร้อนได้ต่อไป ราคา 155 บาท สำนักพิมพ์นานมี บุ๊คส์

Friday, August 19, 2011

นัดที่ 434

คอลัมน์ ดวลสำบัดสำนวน


ถึง วันศุกร์ พบกับดวลสำบัดสำนวนอีกเช่นเคย สัปดาห์นี้มีสำนวนเกี่ยวกับ "หมู" มาให้ร่วมสนุก น้องๆ คนเก่งและโชคดี 3 คน รับหนัง สือ "ความฝันของเจ้าหลอดไฟน้อย" ทราบคำตอบแล้วส่งไปที่ แผนกประชา สัมพันธ์ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์ ชั้น 14 อาคารวิทยกิตติ์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

1.การบ้านที่ต้องส่งครูมีมากมาย แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ นานวันยิ่งมากขึ้นเป็น____พอก ____หมู

2.ถ้าเธออยากได้ปากกาคืนก็ต้องเอายางลบของฉันมาแลกกัน ยื่นหมูยื่น____แบบนี้ถึงจะยุติธรรม

3.สองคนนั้นคุยกันกำลังจะลงตัวแล้ว คุณจะเข้าไปขวางทำไม หมูเขาจะ____เอาคานเข้าไป____

4.ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนี้ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่ยากเย็นอะไร เป็นเพียงหมู____อวยเท่านั้น

5.พอเหล้าเข้าปากนายเขียวก็หมดสติเห็น____เท่าหมู เที่ยวท้าตีท้าต่อยกับชาวบ้านเขาไปทั่ว



เฉลยนัดที่ 432 ฉบับวันที่ 5 ส.ค.2554

1.หมาถูกน้ำร้อนลวก 2.หมาหัวเน่า 3.หมาลอบกัด 4.เล่นกับหมา หมาเลียปาก 5.สุนัขจนตรอก

รายชื่อผู้โชคดี 1.ด.ญ.ถิราพร อนุตรเกียรติ กทม. 2.ด.ช.อภิวัชญ์ ทองโพธิ์เล็น จ.นครราชสีมา 3.ด.ช.จักรพันธ์ ช่างหล่อ จ.นนทบุรี

นายกฯ ใหม่ในใจหนู

คอลัมน์ เวทีเยาวชน
พี่ขลุ่ย


ตอนนี้มีน้องๆ เริ่มส่งผลงานชิ้นโบแดงในหัวข้อ "นายกฯ ใหม่ในใจหนู" มาบ้างแล้ว

นอกจากจะเขียนเชียร์ ส่งกำลังใจให้นายกฯ คนใหม่กันแล้ว หลายคนอยากให้เร่งแก้เรื่องการศึกษา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหายาเสพติด

แล้ว น้องๆ คนอื่นๆ ล่ะคิดเห็นกันอย่างไร มีข้อเสนอแนะดีๆ หรือคิดว่าปัญหาใดด่วนจี๋ที่เราอยากให้นายกฯ เร่งแก้ไข เขียนหรือพิมพ์กันออกมา พร้อมวาดภาพประกอบกันสุดฝีมือ ส่งมาที่ พี่ขลุ่ย หน้าเยาวชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด 40/10 เทศบาลนิมิตใต้ ประชานิเวศน์ 1 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900 หรือทางอีเมล์ที่ peeklui@yahoo.com พี่ขลุ่ยมีของรางวัลและประกาศนียบัตรมอบให้เช่นเคย

วันนี้ยังมีเรื่อง "เพื่อนคนดี" มาฝากกัน



"ฟ้า" เพื่อนซี้รักการอ่าน

ฉันนมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อฟ้า ด.ญ.กรวรรณ ทองชัย

เป็นผู้หญิงร่าเริง สดใส อารมณ์ดี สุภาพเรียบร้อย เรียนเก่ง ถึงจะงอนเก่งแต่ก็หายเร็ว

ฟ้าเป็นคนชอบอ่านหนังสือมากๆ โดยเฉพาะหนังสือการ์ตูนที่แฝงไปด้วยความรู้ เช่น ลาฟลาร่า จีนสุดยอด ที่นำเรื่องสุดยอดของจีนมาตีพิมพ์

ฟ้า มักจะยืมหนังสือพวกนี้จากฉันและฉันก็จะให้เขายืม เพราะที่บ้านฉันมีหนังสือแบบนี้เยอะแยะ และฟ้าก็รู้จักแบ่งเวลาอ่านหนังสือและทำการบ้านได้ดีด้วย



ด.ญ.เมธินี มิ่งขวัญ

โรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา จ.ยโสธร

ทุ่งแสงตะวันสัญจร นอน"เกาะยาวน้อย"

คอลัมน์ สดจากเยาวชน
ยศศยามล กรมติ


ม่ว่า ใครก็รักในความงามของธรรมชาติ แต่การท่องเที่ยวแบบไหนที่ไม่ได้เป็นแค่การเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ เพียงเพื่อพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้มาเยือน

การ ท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางไปเรียนรู้วิถีชีวิตผู้ คนในท้องถิ่น ใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าของบ้าน ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมบ้านเดียวกัน ควบคู่ไปกับการเดินทางสัมผัสธรรมชาติ

ตลอดระยะเวลา 20 ปี รายการทุ่งแสงตะวันเดินทางทั่วประเทศ มีโอกาสได้ไปพบเห็นความงามทางธรรมชาติของแต่ละชุมชนทั่วไทย มิตรไมตรีของชาวบ้านหลายถิ่นในประเทศไทย วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีที่แตกต่างสร้างความทรงจำที่ดีต่างกันไป โอกาสฉลอง 20 ปี ในปี 2554 รายการทุ่งแสงตะวันจึงจัดทริปเดินทางชวนผู้ชมร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่แสน ประทับใจ

เกาะยาวน้อย จ.พังงา เป็นชุมชนริมฝั่งทะเล ตั้งอยู่กลางอ่าวพังงา เป็นอีกหนึ่งจุดหมาย แม้จะอยู่ไกลแต่ทีมงานอยากให้แฟนรายการได้มาเยือน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวมุสลิมบนเกาะแห่งนี้ ผู้คนที่นั่นใช้ชีวิตเรียบง่ายมานานกว่า 200 ปี มีความเป็นอยู่พอดีและพอเพียง พึ่งพาธรรมชาติ รักษาทรัพยากรที่มีอยู่ รู้ใช้อย่างเคารพธรรมชาติตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวมุสลิม

ภายในปี 2537 คนในชุมชนเกาะยาวน้อย ฝ่าวิกฤตต่างๆ มามากมาย ทั้งปัญหาทรัพยากรทางทะเล ที่มีสาเหตุมาจากอวนรุน อวนลาก ทำให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลเสื่อมโทรม สัตว์น้ำลดลง ชาวประมงไม่สามารถจับกุ้ง หอย ปู ปลาได้เหมือนเช่นเคย อีกทั้งยังมีปัญหาเรือทะเลประมงจากที่อื่นเข้ามารุกล้ำทำมาหากินในเขตหากิน ของชาวบ้าน จึงเกิดการรวมกลุ่มเพื่อดูแลทะเลขึ้น โดยห้ามให้ประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่เข้าใกล้ชายฝั่งในระยะ 3,000 กิโลเมตร

การ รวมตัวกันของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน อ.เกาะยาว ได้ขยายเครือข่ายไปทั่วอ่าวพังงา เพื่อช่วยกันฟื้นฟูทรัพยากรที่ถูกทำลาย ร่วมกับภาครัฐออกตรวจจับกุมผู้กระทำผิด การดำเนินงานครอบคลุมไปถึงการจัดค่ายเยาวชน เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรให้กับลูกหลาน

คุณสำเริง ราเขต หรือ บังหมี ผู้ประสานงานประจำชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนเกาะยาวน้อย เล่าขณะที่พาคณะทัวร์ทุ่งแสงตะวันสัญจร เยี่ยมชมกระชังปลาในชุมชนว่า "เราจะเห็นว่าสัตว์น้ำที่มีให้คนเกาะยาวน้อยได้กินอยู่ตลอดคือ ปูกับกุ้งที่ยังไม่สูญพันธุ์ไปสักที ก็เพราะเราเลือกจับแต่ปูที่ไม่มีไข่ หากจับปูไข่ได้ก็จะนำมารวมไว้ที่ธนาคารปูไข่นอกกระดอง เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม ปล่อยลงสู่ทะเลต่อไป ปู 1 ตัว ขยายพันธุ์ได้ถึง 5 หมื่นตัว"

เสียงโอ้โฮ! ของคณะทุ่งแสงตะวันสัญจรดังอื้ออึง น่าอัศจรรย์ที่ไข่ปูเม็ดเล็กๆ ขยายพันธุ์ได้จำนวนมากมายขนาดนี้ เด็กๆ แอบคิดว่าหากกินปูไข่หลายหมื่นชีวิตก็คงไม่มีทางได้เติบโต

จากคำบอก เล่าของบังหมี เห็นได้ว่าชาวประมงบนเกาะยาวน้อย สามารถบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า หาอยู่หา กินแบบไม่ทำลาย ธรรมชาติ เป็นการสร้างจิตสำนึกร่วมกันในเรื่องการรักษาระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน

นอก จากจะได้มาเยี่ยมชมกระชังปลาของชาวบ้านเกาะยาวน้อยแล้ว ชาวบ้านพาทัวร์รอบอ่าว แวะเล่นน้ำทะเลใสๆ ทะเลอันเป็นสิ่งเดียวกับห้องคลังอาหารและรายได้ยั่งยืนของชาวบ้าน

มา ฟังความรู้สึกของคุณแม่คนเก่ง คุณทิพย์สุดา ขันธารักษ์ หรือ แม่เอ ของ น้องปันปัน ด.ช.ปัณณธร ขันธารักษ์ กันดูบ้าง แม่เอบอกว่า "เป็นครั้งแรกที่พาลูกชายมาเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ได้มาพักกับชาวบ้านจริงๆ ชอบในความเป็นธรรมชาติของบรรยากาศและผู้คน น้องปันปันได้เพื่อนใหม่ชื่อคำรณ สองคนนี้เป็นเด็กไม่ค่อยพูด แต่เพราะวัยใกล้เคียงกัน เวลาทำกิจกรรมอะไรต่างๆ ที่ได้ทำร่วมกันแล้วก็รู้สึกว่าเขาสองคนสนุก"

น้อง ปันปัน พกพาไอแพดของเล่นล้ำสมัยไปด้วย สอนคำรณเล่นเกมในไอแพดไปหลายเกม ฝั่งคำรณ เจ้าถิ่นก็มีกิจกรรมน่ารักที่เล่นได้ไม่เคยเบื่ออย่างการไปหาหอยชักตีน และไม่ลืมชวนคู่ซี้คนใหม่ไปเรียนรู้ด้วย เด็กชายสองคนวิ่งเล่นบนหาดทรายไป หาหอยชักตีนไปดูมีความสุข ปันปัน บอกว่า "มาที่นี่ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงครับ ได้มาจับหอยชักตีน ดูชาวประมงลากอวนปู ได้เห็นวิธีการจับปูที่ถูกต้อง อยู่เกาะยาวน้อยสนุกดีครับ"

ต้องขอบคุณชาวเกาะยาวน้อยที่ร่วมกันดูแล รักษาธรรมชาติรอบตัว ให้ยังคงสวยงามมาจนทุกวันนี้ ยังมีอีกหลายที่ หลายแห่ง หลายชุมชน ที่รอให้เดินทางไปเรียนรู้

เสาร์นี้ 20 ส.ค. เปิดช่อง 3 ดูทุ่งแสงตะวันสัญจร นอนเกาะยาวน้อย พบธรรมชาติและความงาม นิยามของการเรียนรู้ ในตอนปูเหลาปันยัง 2 เวลา 06.25 น. www.payai.com

Thursday, August 18, 2011

สาวกแฮร์รี่เหินฟ้า ขี่ไม้กวาดท่องวิทย์

คอลัมน์ สดจากเยาวชน


ชวนน้องๆ หนูๆ สนุกกับเรื่องราวและกิจกรรมภาพสะท้อน ขี่ไม้กวาดท่องโลกวิทยาศาสตร์กัน

องค์การ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ชวนน้องๆ สวมบทพ่อมดน้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์ ขี่ไม้กวาดเหินฟ้าท่องโลกวิทยาศาสตร์ สนุกกับกิจกรรมตอบรับวัยซน วัยค้นหา วัยทดลองเรียนรู้อย่างพวกเรา

ในบูธนิทรรศการภาพสะท้อน (Reflection Exhibition) นี้เป็นนิทรรศการที่ใช้กระจกเป็นเนื้อหาและเครื่องมือหลัก ในการนำเสนอมุมของภาพสะท้อนที่ปรากฏจากกระจกในรูปแบบที่แตกต่างกัน

นอก จากนี้ยังมีความรู้เสริมอื่นๆ ให้น้องๆ ได้เรียนรู้ ได้แก่ หลักการพื้นฐานของแสง การสะท้อนของภาพและแสดงประวัติ ขั้นตอนการผลิต และพัฒนาการของกระจกที่เราใช้ส่องอยู่ทุกวัน และมาดูกล้องไคโรสโคปยักษ์ที่ใหญ่กว่าขนาดปกติ ถึง 42 เท่า

นิทรรศการ ภาพสะท้อนนี้ จะทำให้น้องๆ ได้รู้จักและเข้าใจว่าภาพที่เห็นเป็นภาพลวงตาหรือวิทยาศาสตร์ และทำไมเวลาส่องกระจกจึงเห็นภาพตัวเราอยู่ภายในนั้น หรือทำไมภาพตัวเราที่เห็นในกระจกจึงมีรูปร่างแปลกๆ และขนาดแตกต่างไป

อพวช. นำความรู้เรื่องแสงและการสะท้อนแสงมาให้น้องๆ ได้เรียนรู้สัมผัส ลงมือปฏิบัติจริง ผสมผสานความสนุกสนาน ผ่านการแสดงและกิจกรรมภาย ในนิทรรศการหลัก 3 ส่วนด้วยกัน

ส่วนแรก แนะนำความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแสง การสะท้อนของแสงที่อธิบายว่าเราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร และจุดกำเนิดกับการค้นพบกระจกครั้งแรกของโลกโดยบังเอิญโดยนักประวัติศาสตร์ ชาวโรมันเมื่อ 5 พันปีที่แล้ว

ส่วนที่สอง ปรากฏการณ์จากแสงสะท้อน ผ่านอุปกรณ์การทดลองต่างๆ อาทิ กระจกเงาสร้างภาพที่เกิดจาการสะท้อนกลับไปมาของกระจกเงาสองบาน กล้องสลับลายไคโรสโคปขนาดยักษ์ ที่จะสะท้อนเงาของน้องๆ กลับไปมาแบบไม่รู้จบและเห็นเป็นหลายๆ ภาพ รวมถึง แท่นกระจกไม่รู้จบ เหมือนกระจกเวทมนตร์ที่ทำให้เกิดภาพสะท้อนที่ให้ความรู้สึกว่ากระจกมีความ ลึกจนมองไม่เห็นปลายทาง

ส่วนน้องๆ ที่อยากทดลองเป็นพ่อมดแม่มดขี่ไม้กวาดบินได้ แบบแฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องไม่พลาดกิจกรรม ไม้กวาดเหินเวหา โดยนั่งบนไม้กวาดที่ตั้งอยู่บนแท่นกระจกเงา แล้วยกขาด้านหน้ากระจกให้ลอยขึ้นพร้อมขยับไปมา กระจกเงาจะสะท้อนภาพกลับซ้ายเป็นขวา เงาของร่างกายอีกซีกหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าจะถูกสะท้อนภาพด้วยกระจกที่ตั้งฉาก อีกอัน ภาพที่ปรากฏจึงเหมือนกับว่าน้องๆ กำลังล่องลอยอยู่บนอากาศด้วยไม้กวาดเหินเวหา

อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ ของภาพสะท้อนกับกิจกรรมที่ออกแนวสยองขวัญ คือ ศีรษะมายา ที่จะทำให้น้องๆ เห็นภาพของห้องสี่เหลี่ยมและมีเฉพาะศีรษะของเราลอยอยู่ในห้องนั้น ซึ่งเกิดจากกระจกเงาสองบานที่วางตั้งฉากสะท้อนฉากผนังเท่าของจริงแต่จะกลับ ซ้ายเป็นขวาซึ่งน่ามาทดลองด้วยตนเอง

ส่วนที่สาม ความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากแสงสะท้อน ไม่ว่าจะเป็นภาพสามมิติ กระจกส่องผู้ต้องสงสัย เลนส์ขยาย ภาพลวงตา ใยแก้วนำแสง

นอก จากนี้ยังจัดแสดงแสงสะท้อนจากกระจกธรรมชาติที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต อาทิ แสงสีรุ้งที่สะท้อนจากปีกแมลงทับที่มีพื้นผิวไม่เรียบ และมีสันนูนหรือหลุมบนผิวปีก ทำให้เกิดมุมตกกระทบของแสงที่แตกต่างกันสะท้อนออกมาเป็นสีที่หลากหลาย, แสงสีแวววาวจากเปลือกหอยมุก, ปลากัดไทยที่ได้ชื่อว่านักสู้สีรุ้ง ซึ่งมีสีสันหลากหลายแตกต่างกันไปบนเกล็ดตัวปลาในขณะที่กำลังพองครีบเพื่อข่ม ขู่คู่กัด และสายรุ้งลวงโลกของแสงที่สะท้อนจากเกล็ดบนตัวงูแสงอาทิตย์ เป็นต้น

เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ของภาพสะท้อน ยังมีอีกมากมายที่รอให้น้องๆ มาร่วมสนุกและพิสูจน์ด้วยตัวเองในนิทรรศการภาพสะท้อน ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2554 ที่เปิดให้เยาวชน ครอบครัว และประชาชนทั่วไป เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย วันนี้ถึง 21 สิงหาคม 2554 เวลา 09.00-20.00 น. ที่ไบเทค บางนา

กังหันน้ำชัยพัฒนา

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

ถึง น้าชาติ

ถึง น้าชาติ

วันก่อนไปเดินเล่นที่สวนรถไฟ เห็นกัง หันน้ำชัยพัฒนาอยู่กลางสระน้ำ ตอบคำถามหลานไม่ได้ว่าทำงานอย่างไร วาน น้าช่วยตอบด้วยค่ะ

จาก ป้าพรรณ

ตอบ ป้าพรรณ

ตาม สวนสาธาณะในกรุงเทพฯ เช่น สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนลุมพินี สวนหลวง ร.9 ติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา ตามโครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ตั้งแต่ปี 2550

เว็บไซต์ มูลนิธิชัยพัฒนา บอกเล่าที่มาว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ต้องเผชิญกับมลภาวะทางน้ำ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2531 พระองค์พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียด้วยการใช้เครื่องกลเติม อากาศ โดยพระราชทานรูปแบบสิ่งประดิษฐ์ที่รู้จักกันดีในชื่อ "กังหันน้ำชัยพัฒนา"

ต้นแบบของกังหันน้ำชัยพัฒนา ทรงได้แนวทางจาก "หลุก" อุปกรณ์วิดน้ำเข้านาตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนงบประมาณเพื่อการศึกษาและวิจัยสิ่งประดิษฐ์นี้ โดยดำเนินการจัดสร้างเครื่องมือบำบัดน้ำเสียร่วมกับกรมชลประทาน

กรม ชลประทานรับสนองพระราชดำริในการศึกษาและสร้างต้นแบบ โดยดัดแปลงเครื่องสูบน้ำพลังน้ำจาก "กังหันน้ำสูบน้ำทุ่นลอย" เปลี่ยนเป็น "กังหันน้ำชัยพัฒนา" และนำไปติดตั้งใช้ในกิจกรรมบำบัดน้ำเสียที่โรงพยาบาลพระ มงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2532 และที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ปีเดียวกัน เพื่อศึกษา วิจัย และพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นระยะเวลา 4-5 ปี

กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นกังหันน้ำเพื่อบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการเติมอากาศ ทำงานโดยการหมุนปั่นเพื่อเติมอากาศให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี สามารถประยุกต์ใช้บำบัดน้ำเสียจากการอุปโภคของประชาชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งเพิ่มออกซิเจนให้กับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร

กังหัน น้ำชัยพัฒนา ได้รับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2536 หลังจากเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่สนองพระราชดำริในการพัฒนากังหันน้ำ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยื่นขอรับสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2535

กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรและเป็นครั้งแรกที่มีการรับจดทะเบียนและออกสิทธิ บัตรถวายแด่พระมหากษัตริย์ จึงนับว่าเป็น "สิทธิ บัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทยและครั้งแรกของโลก" และถือว่าวันที่ 2 ก.พ. ของทุกปีเป็น "วันนักประดิษฐ์" นับแต่นั้นเป็นต้นมา

นอก จากนี้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประกาศให้กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลที่ 1 ในประเภทรางวัลผลงานคิดค้น หรือสิ่งประดิษฐ์ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติประจำปี 2536 และทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสดุดีถึงพระปรีชาสามารถในการคิดค้นเครื่องกลเติมอากาศชนิดนี้ว่าสามารถ บำบัดน้ำเสียได้ดียิ่ง

อีกทั้ง ยังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor ซึ่งเป็นองค์กรทางด้านนวัตกรรมที่เก่าแก่ของเบลเยียม ในงาน "Brussels Eureka 2000" งานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อเดือนพ.ย.2543

ปัจจุบัน มีการวิจัยเพื่อประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศถึง 9 รูปแบบด้วยกัน

เฟิร์นชายผ้าสีดา


คอลัมน์ อาทิตย์ละต้น
แมนวดี


เฟิร์น ชายผ้าสีดา ชื่อภาษาอังกฤษว่า Platycerium wallichii Hook. ตั้งตามชื่อของ Dr.R.E.Holttum ผู้ค้นพบ จัดเป็นเฟิร์นประเภทอิงอาศัย ส่วนใหญ่ในธรรมชาติเกิดตามต้นไม้สูง หรือบางครั้งอาจพบตามหน้าผา

เฟิร์น ชนิดนี้ไม่ใช่พืชประเภทกาฝากอย่างที่หลายคนเข้าใจ ไม่มีการดูดน้ำเลี้ยงจากต้นไม้ที่ไปพักพิง มีถิ่นกำเนิดในป่าดงดิบทางภาคใต้ของประเทศไทยที่มีฝนตกชุกตลอดปี ใบเป็นแผ่นกว้าง 2 แผ่น เล็กและใหญ่ เป็นใบที่เกิดสปอร์ก่อนจะเป็นใบห้อยย้อยลงมา ใบอีกลักษณะจะแผ่ออกเหมือนกระจาด ในธรรมชาติพบขึ้นตามต้นไม้สูงที่รับแสงสว่างได้เต็มที่ในป่าเบญจพรรณและป่า ดงดิบ

พบกระจายพันธุ์ในไทย ทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตก เวียดนาม มาเลเซีย

จอมปรู๊ดกับโป๊ป

คอลัมน์ ไหลตามโลก


ไถลปรู๊ด ลื่นปร๊าดกันมา น่ารักน่าชังเหลือเกิน

โดยเฉพาะเสื้อแดงแรงฤทธิ์ ทะเล้นหน้าเป็นเหลือกำลัง

ชมพูก็สวยจี๊ดจ๊าด เหลืองเจิดจ้า เขียวกระจ่าง และขาวแจ่ม

เป็นเด็กอารมณ์ดี เด็กออกกำลัง และเด็กรอโป๊ป

ที่นี่ กรุงมาดริด สเปน

สวนเรทิโรกลางเมือง เราพบกัน

ลานสเกต ลานกิจกรรม เห็นคัตเอาต์สีขาวเรียงรายไหม

ขาวแต้มแดงเป็นลายเส้นมงกุฎ เหนือขึ้นไปคือกางเขน

สัญลักษณ์ของพระองค์

องค์ซึ่งวันนี้ไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม จะประทับ ณ สเปน

พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิก

คัตเอาต์ขาวรวม 200 อัน ติดตั้งตลอดสวน ช่วงเวลาพระองค์อยู่ที่นี่

ให้เขียนสารภาพบาป เขียนได้ทุกภาษา ทุกชนทุกชาติที่ศรัทธา

บรรทัดนี้มีคำสารภาพด้วยเหมือนกัน

สารภาพว่าตกหลุมรักพวกเธอ จอมปรู๊ดปร๊าดวันรอโป๊ป

วินวินชนะใจด้วยกันทุกคน

เยาวชนโชว์กึ๋นแต่งเพลงรักแม่


โครงการ ประกวดแต่งเพลงรักแม่ ปีที่ 6 ชิงถ้วยพระราช ทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา จัดโดยสมาคมรักแม่ โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา 6 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แสดงความสามารถแต่งเพลงและแสดงดนตรีพร้อมขับร้องในแนวอะคูสติก สร้างความปลื้มใจให้ผู้ร่วมงานได้หวนระลึกถึงพระคุณของคุณแม่ ที่ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ผลปรากฏว่า ทีมชนะเลิศ รับพระ ราชทานถ้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ ทีมสมถะ โรงเรียนยอแซฟวิทยา จ.จันทบุรี ในบทเพลง "รักแม่สุดหัวใจ" สมาชิกในทีมประกอบด้วย นายวุฒิพนธ์ เทพนารินทร์ ด.ญ.ศุภมาศ พฤกษ์เจริญ และนายวชิรวิทย์ คีรีวัลย์ ที่ปรึกษา อ.ณัฐพนธ์ บรรเลงศิษย์

รอง อันดับ 1 ทีมวิเชียรมาตุ จากโรงเรียนวิเชียรมาตุ 1 จ.ตรัง ในเพลง "สองมือแม่" นายวรากร ดำทิพย์ นายธนินทร์ คำรณ และด.ช.กตัญญู คงยิ้ม ที่ปรึกษา อ.สมพร สง คราม รองอันดับ 2 ทีม Power love Mother โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ในเพลง "พลังรักของแม่" น.ส.ภัทรวดี เทียนวันวิสาข์ นายณัฐพร ป่วนน้ำวล และนายอัทธายุ ศิลปศาสตร์พิริยะ ที่ปรึกษา อ.เพชรภัสสร เพชรพลอย

รางวัลชมเชย 3 รางวัลได้แก่ ทีมสะเดาหวาน โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม จ.ขอนแก่น นายสหรัฐ กันทำ น.ส.ภวรัญ นันทราช และนายอัสนี ศุภภูธร ที่ปรึกษา อ.อุดม จิตจักร์, ทีม Creative โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการรัชดา ด.ญ.ณีรนุช ชำนาญไพร นายศุภชัย สุพรรณ ที่ปรึกษา อ.สิริชัย โชติกมณีย์ และทีมปลายฟ้า โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 นายสินสมุทร เขียวขาว นายเอกราช อารีย์ น.ส.วิจิตรา อุไรรัตน์ ที่ปรึกษา อ.ชาติชาย ชาญกล
 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.