ยศศยามล กรมติ
การ ท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางไปเรียนรู้วิถีชีวิตผู้ คนในท้องถิ่น ใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าของบ้าน ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมบ้านเดียวกัน ควบคู่ไปกับการเดินทางสัมผัสธรรมชาติ
ตลอดระยะเวลา 20 ปี รายการทุ่งแสงตะวันเดินทางทั่วประเทศ มีโอกาสได้ไปพบเห็นความงามทางธรรมชาติของแต่ละชุมชนทั่วไทย มิตรไมตรีของชาวบ้านหลายถิ่นในประเทศไทย วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีที่แตกต่างสร้างความทรงจำที่ดีต่างกันไป โอกาสฉลอง 20 ปี ในปี 2554 รายการทุ่งแสงตะวันจึงจัดทริปเดินทางชวนผู้ชมร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่แสน ประทับใจ
เกาะยาวน้อย จ.พังงา เป็นชุมชนริมฝั่งทะเล ตั้งอยู่กลางอ่าวพังงา เป็นอีกหนึ่งจุดหมาย แม้จะอยู่ไกลแต่ทีมงานอยากให้แฟนรายการได้มาเยือน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวมุสลิมบนเกาะแห่งนี้ ผู้คนที่นั่นใช้ชีวิตเรียบง่ายมานานกว่า 200 ปี มีความเป็นอยู่พอดีและพอเพียง พึ่งพาธรรมชาติ รักษาทรัพยากรที่มีอยู่ รู้ใช้อย่างเคารพธรรมชาติตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวมุสลิม
ภายในปี 2537 คนในชุมชนเกาะยาวน้อย ฝ่าวิกฤตต่างๆ มามากมาย ทั้งปัญหาทรัพยากรทางทะเล ที่มีสาเหตุมาจากอวนรุน อวนลาก ทำให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลเสื่อมโทรม สัตว์น้ำลดลง ชาวประมงไม่สามารถจับกุ้ง หอย ปู ปลาได้เหมือนเช่นเคย อีกทั้งยังมีปัญหาเรือทะเลประมงจากที่อื่นเข้ามารุกล้ำทำมาหากินในเขตหากิน ของชาวบ้าน จึงเกิดการรวมกลุ่มเพื่อดูแลทะเลขึ้น โดยห้ามให้ประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่เข้าใกล้ชายฝั่งในระยะ 3,000 กิโลเมตร
การ รวมตัวกันของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน อ.เกาะยาว ได้ขยายเครือข่ายไปทั่วอ่าวพังงา เพื่อช่วยกันฟื้นฟูทรัพยากรที่ถูกทำลาย ร่วมกับภาครัฐออกตรวจจับกุมผู้กระทำผิด การดำเนินงานครอบคลุมไปถึงการจัดค่ายเยาวชน เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรให้กับลูกหลาน
คุณสำเริง ราเขต หรือ บังหมี ผู้ประสานงานประจำชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนเกาะยาวน้อย เล่าขณะที่พาคณะทัวร์ทุ่งแสงตะวันสัญจร เยี่ยมชมกระชังปลาในชุมชนว่า "เราจะเห็นว่าสัตว์น้ำที่มีให้คนเกาะยาวน้อยได้กินอยู่ตลอดคือ ปูกับกุ้งที่ยังไม่สูญพันธุ์ไปสักที ก็เพราะเราเลือกจับแต่ปูที่ไม่มีไข่ หากจับปูไข่ได้ก็จะนำมารวมไว้ที่ธนาคารปูไข่นอกกระดอง เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม ปล่อยลงสู่ทะเลต่อไป ปู 1 ตัว ขยายพันธุ์ได้ถึง 5 หมื่นตัว"
เสียงโอ้โฮ! ของคณะทุ่งแสงตะวันสัญจรดังอื้ออึง น่าอัศจรรย์ที่ไข่ปูเม็ดเล็กๆ ขยายพันธุ์ได้จำนวนมากมายขนาดนี้ เด็กๆ แอบคิดว่าหากกินปูไข่หลายหมื่นชีวิตก็คงไม่มีทางได้เติบโต
จากคำบอก เล่าของบังหมี เห็นได้ว่าชาวประมงบนเกาะยาวน้อย สามารถบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า หาอยู่หา กินแบบไม่ทำลาย ธรรมชาติ เป็นการสร้างจิตสำนึกร่วมกันในเรื่องการรักษาระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน
นอก จากจะได้มาเยี่ยมชมกระชังปลาของชาวบ้านเกาะยาวน้อยแล้ว ชาวบ้านพาทัวร์รอบอ่าว แวะเล่นน้ำทะเลใสๆ ทะเลอันเป็นสิ่งเดียวกับห้องคลังอาหารและรายได้ยั่งยืนของชาวบ้าน
มา ฟังความรู้สึกของคุณแม่คนเก่ง คุณทิพย์สุดา ขันธารักษ์ หรือ แม่เอ ของ น้องปันปัน ด.ช.ปัณณธร ขันธารักษ์ กันดูบ้าง แม่เอบอกว่า "เป็นครั้งแรกที่พาลูกชายมาเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ได้มาพักกับชาวบ้านจริงๆ ชอบในความเป็นธรรมชาติของบรรยากาศและผู้คน น้องปันปันได้เพื่อนใหม่ชื่อคำรณ สองคนนี้เป็นเด็กไม่ค่อยพูด แต่เพราะวัยใกล้เคียงกัน เวลาทำกิจกรรมอะไรต่างๆ ที่ได้ทำร่วมกันแล้วก็รู้สึกว่าเขาสองคนสนุก"
น้อง ปันปัน พกพาไอแพดของเล่นล้ำสมัยไปด้วย สอนคำรณเล่นเกมในไอแพดไปหลายเกม ฝั่งคำรณ เจ้าถิ่นก็มีกิจกรรมน่ารักที่เล่นได้ไม่เคยเบื่ออย่างการไปหาหอยชักตีน และไม่ลืมชวนคู่ซี้คนใหม่ไปเรียนรู้ด้วย เด็กชายสองคนวิ่งเล่นบนหาดทรายไป หาหอยชักตีนไปดูมีความสุข ปันปัน บอกว่า "มาที่นี่ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงครับ ได้มาจับหอยชักตีน ดูชาวประมงลากอวนปู ได้เห็นวิธีการจับปูที่ถูกต้อง อยู่เกาะยาวน้อยสนุกดีครับ"
ต้องขอบคุณชาวเกาะยาวน้อยที่ร่วมกันดูแล รักษาธรรมชาติรอบตัว ให้ยังคงสวยงามมาจนทุกวันนี้ ยังมีอีกหลายที่ หลายแห่ง หลายชุมชน ที่รอให้เดินทางไปเรียนรู้
เสาร์นี้ 20 ส.ค. เปิดช่อง 3 ดูทุ่งแสงตะวันสัญจร นอนเกาะยาวน้อย พบธรรมชาติและความงาม นิยามของการเรียนรู้ ในตอนปูเหลาปันยัง 2 เวลา 06.25 น. www.payai.com
0 comments:
Post a Comment