'ดาว'ดวงใหม่ โจ๋ดาราศาสตร์

Tuesday, August 23, 2011

สดจากเยาวชน


"ในมุมมองของเอกภพ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบสุริยจักรวาล

ความจริงแล้วสิ่งที่ทุกคนมองว่าอยู่นอกโลกนอกจักรวาล มันคือจุดกำเนิดทั้งหมดของเรา

ผมบอกไม่ได้ว่าทำไมถึงรักดาราศาสตร์ รู้แค่ว่าได้ศึกษาได้มองท้องฟ้าแล้วมันมีความสุข"

คำพูดจากใจของ น้องสกาย นายนัดเรศ อินทนะ อายุ 17 ปี ยุวทูตดาราศาสตร์ ประจำปี 2553 เยาวชนคนเก่งชั้น ม.6 โรงเรียนจักรคำคณาทร จ.ลำพูน ว่าที่นักดาราศาสตร์สายวิศวกรรม ที่ไม่พลาดโอกาส มาร่วมงาน "การประชุมวิชาการสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 11" หรือ APRIM 2011 จัดโดยสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี เมื่อไม่นานนี้

ภายในงานมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่นักดาราศาสตร์เยาวชนคนรุ่น ใหม่ให้ได้แสดงพลัง ทัศนคติ หาแนวทาง และสร้างความเข้มแข็ง ของวงการดาราศาสตร์ในระดับภูมิภาคต่อเนื่องไปจนถึงความร่วมมือในระดับสากล ภายใต้กลุ่ม "SEAYAC" หรือ "South East Asia Young Astronomers Collaboration"

ศ.โรเจล เซเซ่ นักดาราศาสตร์ชาวฟิลิป ปินส์ วัย 30 ปี อาจารย์ในมหาวิทยาลัยฟิลิป ปินส์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง SEAYAC ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการกลุ่ม กล่าวถึงความสำคัญที่เยาวชนควรสนใจในศาสตร์แขนงนี้ว่า

"ดาราศาสตร์ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ดาราศาสตร์เติบโตมาพร้อมๆ กับวัฒนธรรม อารยธรรมและความเป็นอยู่ของมนุษย์ตั้งแต่ยุคแรกๆ เริ่มจากการสังเกตท้องฟ้า แบ่งแยกกลางวันกลางคืน ไปจนสร้างเป็นเวลา วันเดือนปี และฤดูกาล เรายังใช้ประโยชน์จากดาราศาสตร์ในการคาดคะเนปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อโลก ทั้งการพยากรณ์สภาพอากาศ และการรับมือจากภัยธรรมชาติ

ตัวผมเองชอบ ดาราศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก เพราะหนังสือเล่มแรกที่ผมได้อ่านก็เป็นเรื่องนี้ อ่านไปอ่านมาจึงค่อยๆ ซึมซับ ฝันอย่างไร้เดียงสาว่าอยากจะเป็นนักบินอวกาศเหมือนเด็กๆ ทั่วไป จนเมื่อได้มีกล้องดูดาวอันแรกในชีวิต พอส่องสำรวจดูท้องฟ้าเท่านั้นแหละ ผมคิดทันทีว่านอกโลกมันต้องมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นในตำรา จุดนี้เองที่กลายเป็นแรงผลักดันให้ผมจริงจังและมุ่งมั่นที่จะเดินตามฝันของ ตัวเอง"

เช่นเดียวกับ นายวิภู รุโจปการ ว่าที่นักดาราศาสตร์อนาคตไกลของประเทศไทย วัย 28 ปี นักศึกษาทุน พสวท. ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยอริโซนา สหรัฐ อเมริกา กล่าวว่า "ผมเองก็เริ่มสนใจมานานแล้ว น่าจะราวๆ มัธยมต้นที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในหอดูดาวเกิดแก้ว จ.กาญจนบุรี ผมได้ลองตั้งกล้องตั้งพิกัดดูดาว ถ่ายภาพวัตถุบนท้องฟ้า ทั้งสังเกตและจดบันทึก จนกลายเป็นความชอบและรักที่จะทำงานด้านนี้อย่างจริงจัง"

"ดารา ศาสตร์ช่วยให้เยาวชนเกิดความคิดและสร้างจินตนาการ ไปพร้อมๆ กับการสนใจด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น รู้ความเป็นมาว่าเราอยู่ตรงไหนของจักรวาล ยิ่งศึกษามากก็จะยิ่งเห็นเราในบริบทที่กว้างขึ้น ได้เห็นว่าอะตอมในตัวเรานั้นมาจากดาวทั้งหมด เป็นศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้ากับมนุษย์ได้ อย่างอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งโทร ศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรือระบบจีพีเอส ก็ล้วนแต่พัฒนามาจากงานด้านดาราศาสตร์ทั้งนั้น"

ขณะที่ น้องแนนซี่ น.ส.ลลิตวดี กวินวณิชกิจ วัย 23 ปี สาวคนเก่งจากคณะวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยมหิดล เยาวชนอนาคตสดใสอีกคนหนึ่งในวงการดาราศาสตร์บ้านเรา ที่มาร่วมเสนอผลงาน "เครื่องตรวจวัดนิวตรอน" อวดศักยภาพความสามารถของเด็กไทยบนเวทีนานาชาติ

"พอดีเข้าร่วมโครงการทำวิจัยทางดาราศาสตร์ จึงลองสำรวจและศึกษาด้านนี้ ผ่านเครื่องมือและวิธีการแบบดาราศาสตร์จริงๆ ได้ฝึกใช้ซอฟต์แวร์ กล้อง โทรทรรศน์ควบคุมทางไกล จนอยากทำเป็นอาชีพในอนาคต ดาราศาสตร์ช่วยฝึกทักษะด้านการคิดให้เรามองแบบวิทยาศาสตร์มากขึ้น ส่วนตัวอยากเป็นนักดาราศาสตร์อยู่แล้ว จะได้ศึกษาระบบของจักรวาลให้ถ่องแท้ ก่อนนำมาถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ได้สัมผัสตัวตนจริงๆ ของดาราศาสตร์บ้างค่ะ" น้องแนนซี่กล่าว

นายเจียง โผชชิ นักศึกษาปริญญาเอก สาขาดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติภาคกลาง ประเทศไต้หวัน อีกหนึ่งหนุ่มที่ใกล้จะเป็นนักดาราศาตร์ ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า "ผมโชคดีที่ได้ทำในสิ่งที่รัก หลายคนต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวด้วยการอดทนทำงานแลกเงินอย่างเลือกไม่ได้ แต่ผมกลับมีรายได้อยู่กับความสุขจากการดูดาว การเฝ้าสำรวจจักรวาล และยังได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก"

ศ.โรเจล เซเซ่ กล่าวว่า แม้ตนจะเป็นอาจารย์แล้ว แต่ก็ยังศึกษาเพิ่มเติมอยู่เสมอ เพราะดาราศาสตร์ไม่ได้หยุดนิ่งเป็นสมการตายตัว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระบบมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งเอกภพ

น้องสกายเองก็ยึดหลักมุ่งมั่นและต้องทำให้ได้เช่นกัน "ตอนผมอายุ 13-14 ปี คิดว่าน่าจะลงมือทำอะไรสักอย่างตามฝัน จากโครง การด้านดาราศาสตร์ที่เข้าร่วม จนผมได้รับกล้องดูดาวเป็นอุปกรณ์สร้างจินตนาการ แต่แค่นี้มันไม่พอสำหรับแรงบันดาลใจ ก็เลยคิดทำหอดูดาวขึ้นมา เพราะเวลาผมสำรวจท้องฟ้า สถานที่ที่เหมาะที่สุดคือสวนใกล้บ้านที่เป็นป่ามืดๆ ทั้งออกแบบ หาวัสดุ เลื่อยไม้เอง ประกอบเอง ทำโครงสร้างตึกด้านล่างแบบปูน แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ผมจะสานต่อหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยแน่ๆ ครับ"

"ทุก วันนี้เยาวชนเริ่มสนใจดาราศาสตร์มากขึ้น แต่ยังติดอยู่ที่การสนับสนุนจากคนรอบข้าง น้องๆ ที่อยากเรียนอะไรทำอะไรควรลงมือตามความตั้งใจ" สกายฝากทิ้งท้าย
Share this article on :

0 comments:

Post a Comment

 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.