"จริงๆ แล้วรายได้มาถึงตอนนี้ก็ถือว่าโอเค ซึ่งก็ยังฉายอยู่ในโรงในบางรอบ แต่ก็เหลือน้อยลงแล้ว แต่ช่วงฉายแรกๆ เป็นช่วงที่มีหนังฟอร์มใหญ่ๆ หลายเรื่องมาฉายพร้อมกัน แต่รายได้ตอนนี้ประมาณ 50 ล้านบาท ถือว่า โอเคไม่ขาดทุน"
ต่อข้อถามว่าเสียกำลังใจหรือเปล่าเพราะหนังมีเสียง ตอบรับในทางบวก แต่โรงฉายน้อย บอสสาวกล่าวว่า "ทุกคนคงรู้สึกไม่ต่างกัน ก็รู้สึกนิดนึงเหมือนกันว่า ก่อนหนังฉายมีกระแสค่อนข้างดี คนชมเยอะ โอเคช่วงเปิดตัวก็มีโรงฉายพอสมควร แต่ว่าไม่ได้เยอะมากเท่าที่กระแสมันมาตอนนั้น จริงๆ แล้วทางทีมงานกับเซลส์ก็พยายามต่อรองขอเพิ่มโรงในบางจุด แต่สุดท้ายก็ได้มาเท่าที่ได้"
"มันเป็นจังหวะด้วย พอดีหนังของเราไปชนกับหนังฟอร์มใหญ่อย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เราก็ต้องเข้าใจในธุรกิจของโรงหนังด้วย แต่รายได้ที่ออกมาก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร ถ้าเกิดตามกระแสที่มีออกมาบางคนบอกว่าน่าจะได้สัก 80 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท หลายๆ คนมองว่าน่าจะเป็นหนังที่คนไทยมาดูกันเยอะ เพราะคุณพุ่มพวงก็เป็นบุคคลที่ทุกคนรัก ประกอบกับกระแสหนังที่ออกมาฟีดแบ็กค่อนข้างโอเค"
เจอเหตุการณ์แบบนี้ อยากให้ทางโรงหนังช่วยเหลือหนังไทยอย่างไรบ้าง "ถ้าในมุมของคนทำหนังไทยนะคะ ก็อยากให้ช่วยดึงโปรแกรมของหนัง จริงๆ แล้วตัวของหนังเองมันเริ่มทำงานตอนที่หนังเข้าฉายไปประมาณสัปดาห์ที่สอง กระแสหนังจะมาหลังจากที่หนังฉายไประยะหนึ่งแล้ว อยากให้โรงหนังช่วยในแง่ที่ว่าสัปดาห์ที่ 1-2 ให้เป็นช่วงเวลาที่เลี้ยงหนังไทยเอาไว้นิดนึงค่ะ"
0 comments:
Post a Comment