Showing posts with label บันเทิง. Show all posts
Showing posts with label บันเทิง. Show all posts
Thursday, September 8, 2011

'แบงค์'เลิฟซีน'พิ้งกี้'-โล่ง'เบลล์'ไม่หึง





โล่ง เมื่อแฟนสาว 'เบลล์-มนัญญา' ไม่หึงที่หนุ่ม 'แบงค์'อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม ปลื้มนางเอก 'พิ้งกี้-สาวิกา' ที่เล่นละคร "ทองประกายแสด" ด้วยกัน

โดย 'แบงค์' กล่าวว่า "ดีแล้วครับ ถ้าเขาบอกว่าหึงผมคงกลัวขึ้นมาเหมือนกัน จะยิ่งเกร็งไปกันใหญ่ เดี๋ยวพอไปร่วมงานกันแล้วก็กลัวว่าคนของเราจะหึง แต่พอเบลล์บอกไม่หึง ทำให้ผมสบายใจในการทำงานมากขึ้น"

เกร็งไหมหลัง ออกตัวว่าปลื้มพิ้งกี้ แล้วเดี๋ยวต้องมาเล่นด้วยกัน "ค่อนข้างเกร็งเหมือนกันเพราะบทโหดร้ายรุนแรง มีฉากเลิฟซีนเยอะอยู่ ผมก็พยายาม เต็มที่ ช่วงแรกอาจจะต้องพูดคุยกับเขามากขึ้นเพื่อให้เกิดความสนิทสนม"

ถ้ามี ถ่ายฉากเลิฟซีนจะชวนเบลล์เข้ากองเลยไหม เพื่อความสบายใจ "ถ้าเขาไปผมคงใจไม่ค่อยดี คงเล่นลำบาก เหมือนเวลาเล่นแล้วมีคนซึ่งไม่ใช่ผู้กำกับฯ คอยมองตลอดเวลา(หัวเราะ)"

'แตงโม-ปุ๊กลุก'เมินถ่ายรูปคู่ อ้างเปล่าเกาเหลา-ทำงานยึดสปิริต





มา ร่วมบวงสรวงละคร "เพลงรักบ้าน นา" สำหรับ 2 สาว 'แตงโม'ภัทรธิดา พัชร วีระพงษ์ กับ 'ปุ๊กลุก'ฝนทิพย์ วัชรตระกูล หลังมีข่าวไม่ถูกกันซึ่งต้นตอมาจากหนุ่ม 'วี'วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ อดีตแฟนปุ๊กลุก

ถามแตงโมเรื่องที่ต้องเล่นละครกับปุ๊กลุก แตงโมเผย "งานคืองาน ไม่มีปัญหา ตัวโมเวลาทำงานจะปกติ เวลามีเรื่องส่วนตัวจะลืมปัญหาไว้ที่บ้าน"

เมื่อถามถึงข่าวไปเที่ยว ลาวกับวี แตงโมกล่าวว่า"ไปทำงานค่ะ เปิดคลินิกวุฒิ-ศักดิ์สาขาที่ลาวมีนักแสดงไปเป็น 10 คน ส่วนข่าวที่พักห้องเดียวกันเป็นไปไม่ได้ ทุกคนมีห้องส่วนตัว ข่าวค่อนข้างแรงแต่เข้าใจได้เพราะสนิทกันจริง ทุกวันนี้ยังแฮงเอาต์ (ใช้เวลากับเพื่อนๆ) ด้วยกันเลย ไม่แปลกที่จะเป็นข่าวไม่หยุด ด้วยความบริสุทธิ์ใจยังทำตัวปกติ เวลาจะช่วยพิสูจน์เอง ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ และตอนนี้โสดสนิทมา 9 เดือนแล้ว"

ถูก เม้าธ์ว่าเวลาจะนัดเจอวี ต้องขึ้นหัวบีบีเป็นโค้ดลับรูปหมารูปแมว "โมคลั่งแมวมาก จะทำอะไรจะเป็นแมวรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ เลยไม่เข้าใจว่าไปเกี่ยวพันยังไง"

พอมีข่าวเยอะ ต้องงดเจอวีไหม "มีส่วนบ้าง แต่ถ้าเป็นกลุ่มใหญ่ไม่งด กับพี่วีเป็นพี่น้องเพื่อนร่วมงาน เป็นทุกอย่างยกเว้นแฟน และไม่เคยเกาเหลาใคร ถ้าอะไรที่ทำให้น้องเข้าใจผิดหรือคิดไปทางลบฝากขอโทษด้วย"

คิดจะคุยกับปุ๊กลุกตรงๆ ไหม "โมทำทุกอย่างสว่าง ถ้าเขาอยากรู้อะไรถามได้ตลอด"

มี ข่าวว่าถามแล้ว แต่'โม'ร้องไห้ "ไม่เคยไม่มีอะไรลึกซึ้งละเอียดอ่อนที่ก่อเป็นความรักที่จะต้องร้องไห้ และข่าวจะถอนตัวจากละครโมปรึกษาผู้ใหญ่จริง มีเหตุผลหลักคือเรื่องสุขภาพค่ะ"

ด้าน 'ปุ๊กลุก' ตอบเรื่องที่ต้องร่วมงานกับ 'แตงโม' ในละครว่า "ไม่มีผล หนูมีสปิริตในการทำงานค่ะ"

เมื่อ ก่อนมีอะไรจะปรึกษาแตงโมตลอด "เราเดินออกจากพี่วีแล้วก็ไม่มีอะไรต้องปรึกษา ตอนนั้นที่ไปปรึกษาเพราะเขาถ่ายละครเรื่องเดียวกัน หนูไม่ค่อยเจอพี่วี ก็คุยกับพี่โม"

วันนี้ทำไมไม่ให้สัมภาษณ์คู่ "อย่างที่บอกไม่ได้เกาเหลา ที่ผ่านมาไม่เคยปฏิเสธ แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ การสัมภาษณ์คู่จะเป็นการเชื่อมคนหลายคน มันดูอึดอัด ไม่อยากให้เป็นประเด็น อยากก้าวต่อไป"

ถ้าวีประกาศคบแตงโมล่ะ "ไม่สนใจ เป็นสิทธิของเขา"

เสร็จ การให้สัมภาษณ์ทั้งแตงโมและปุ๊กลุกก็เข้าพิธีบวงสรวงโดยไม่ยอมนั่งติดกัน ไม่มีการพูดคุยหรือแม้แต่มองหน้า และเลี่ยงที่จะถ่ายรูปคู่กัน ขณะที่ดาราหนุ่ม 'นิว-วงศกร' คั่นกลาง
Sunday, August 28, 2011

"แอฟ"มีสเต็ปชีวิต ไม่เกาะมายาจนแก่

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล เรื่อง

ห่างหายไปนาน ตั้งแต่ละครเรื่อง "วนิดา" สำหรับนางเอกสาวหน้าหวาน "แอฟ"ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ล่าสุดเจ้าตัวมีผลงานทางการแสดงเรื่องใหม่ "รอยไหม" มานำเสนอ ซึ่งออกอากาศทุกจันทร์-อังคาร ทางช่อง 3 หลังข่าว โดยเริ่ม 5 ก.ย. นี้

ในช่วงที่ว่าง หลังบวงสรวงละครเรื่อง "รักประกาศิต" เสร็จ นางเอกสาวก็มาเปิดใจให้สัมภาษณ์

l ชีวิตโดยรวมตอนนี้เป็นอย่างไร?

แอ ฟ - "มีความสุขดีค่ะ ตอนนี้ค่อนข้างลงตัวในการแบ่งเวลาในการใช้ชีวิต อย่างละครทำทีละเรื่อง เพราะต้องแบ่งคิวไว้ให้หนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ 5 แล้วก็จะได้มีเวลาศึกษางานด้านอื่นๆ ด้วย เพราะแอฟอยากลองทำงานด้านอื่นดูบ้าง"

"ซึ่งเวลาส่วนตัวบางทีก็มีน้อย บางทีก็ไม่มี แล้วแต่ช่วง อย่างพอละคร "รอยไหม" ปิดกล้อง แอฟมีเวลาว่าง 2 อาทิตย์ก่อนจะเปิดเรื่อง "รักประกาศิต" พอว่างก็มีงานอดิเรกที่ทำอยู่คือโครงการบ้านที่โบนันซ่ากับสงกรานต์ (เตชะณรงค์) น่าจะเปิดตัวสิ้นปีนี้ นอกนั้นก็ไปออกกำลังกาย นวดตัว แล้วแต่ว่านึกอยากทำอะไรให้ตัวเอง"

l ทำงานเยอะ ตอนนี้สุขภาพ โอเคหรือเปล่า?

แอ ฟ - "แอฟอึดค่ะ สังเกตว่าไม่เคยเห็นข่าวแอฟป่วยเข้าโรงพยาบาล อาจจะเป็นความโชคดีส่วนหนึ่ง และดูแลตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง แอฟก็ทำทุกอย่างเหมือนปกติ แม้จะได้นอนน้อยกว่าคนอื่น แต่ถ้ามีโอกาสก็นอนเต็มที่ ทานอาหารครบทุกมื้อ แค่นี้ก็ถือว่าโอเคกับสุขภาพแล้ว แต่อาจจะมีแค่เรื่องแพ้ฝุ่น แพ้น้ำ แพ้โน่นนี่ เพราะเป็นคนแพ้ง่าย"

l หลังจบ "วนิดา" แอฟดูจะหายไปพักหนึ่งเลย?

แอ ฟ - "หายไปถ่ายละคร "รอยไหม" 7-8 เดือนค่ะ ขึ้นเหนือไปถ่ายกัน บางช่วงก็อยู่ยาว บางช่วงไปๆ กลับๆ เพราะไปถ่ายหลายจังหวัด ทุ่มให้การถ่ายเต็มที่"

"ส่วนงานอีเวนต์ถ้าจะรับหลักๆ คือสินค้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือรับช่วงที่จบละครไปแล้ว เลือกงานที่เหมาะกับตัวเอง สบายใจที่จะทำ อย่างเรื่องเสื้อผ้าคุยกันก่อนว่าใส่ได้แค่ไหน ไม่ร้องเพลงนะ เคลียร์กันเลย ถ้าถ่ายละครอยู่แล้ววิ่งไปงานอีเวนต์นี่แทบไม่มี แอฟเอาสบายไว้ก่อน ไม่เร่งรีบเก็บเงิน เงินแอฟก็แทบไม่ได้ใช้เพราะอาศัยกินข้าวตามกองถ่ายค่ะ (หัวเราะ)"

l ละคร "รอยไหม" เห็นว่าจะออกอากาศแล้ว?

แอฟ - "ค่ะ จะออกอากาศ 5 ก.ย. นี้ คาแร็กเตอร์จะรับบทเป็น 2 คน 2 ชาติ ชาติที่แล้วเป็นเจ้าหญิงเชียงตุง ชื่อ เจ้านางมณีริน แต่จะแอบเปรี้ยว แก่นแก้ว เชื่อมั่นในความรัก พอเป็นชาติปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนทอผ้าชื่อ เรริน เป็นคนนิ่งๆ ทุ่มเทให้งานทอผ้า"

"เรื่องนี้อยากให้ติดตามทุก ตอน ถ้าพลาดเดี๋ยวจะทำความเข้าใจยาก ขนาดนักแสดงเองอ่านบทยังมีงงเลย ต้องถามผู้กำกับฯ ตลอด ละครเข้มข้นมากๆ มีทั้งความรัก ความแค้น มีผีเข้ามาให้ตื่นเต้นด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดคือภาพสวย อารมณ์ละเมียดละไม ส่วนเรื่อง "รักประกาศิต" จะคนละแนวเลย"

l คิดว่าตัวเองโชคดีไหมที่ได้เล่นบทที่กลิ้งไปกลิ้งมา?

แอ ฟ - "จริงๆ สลับกันไปเรื่อยๆ กลิ้งไปกลิ้งมาบ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นฉีกไปร้ายเลย ตรงนั้นคงยังไม่ถึงเวลา ผู้ใหญ่ยังไม่ให้เล่น แค่สลับบรรยากาศแบบเรียบร้อยกับแก่นๆ สู้คนไปก่อน"

l แต่หลายคนรอคอยจะได้เห็น "แอฟ" เล่น "เพลิงบุญ" ในบท "ใจเริง" มากเลย?

แอฟ - "จริงเหรอคะ จริงๆ บทนี้ดีมากทุกคนจะจำตัวละครตัวนี้ได้ตั้งแต่เวอร์ชั่นที่พี่หน่อย (บุษกร) เล่น เป็นบทท้าทายและดีมากสำหรับนักแสดง ถ้าใครได้เล่นคงเป็นโอกาสดีในการปล่อยพลังได้เต็มที่ ตัวละครมีหลายด้าน ถ้ามีโอกาสได้เล่นจริงๆ ถามว่าแอฟจะไหวมั้ย พูดจริงๆ ถ้าผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสม แอฟก็ไม่กลัวนะ แต่อาจมีลิมิตบ้าง คงตกลงกันในเงื่อนไข เช่น เลิฟซีนได้แค่ไหน"

l คิดอยากฉีกบทบาทบ้างไหม?

แอ ฟ - "อยากค่ะ แอฟอยากเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่คงไม่ได้เปลี่ยนแบบพลิกตึงไปเลย สุดท้ายต้องมีลิมิตของตัวเอง เพราะแอฟยังอยากกลับมารับบทตามแนวถนัด หรือไม่ก็กลับไปเป็นตัวของตัวเองได้ คงต้องนึกถึงครอบครัว คนรอบข้าง เอาแค่ในกลุ่มแฟนคลับเอง บางคนก็อยากให้ฉีก บางคนก็ไม่อยากให้ฉีก มีหลากหลายกันไป"

l ตอนนี้มีนางเอกน้องใหม่เข้ามาเยอะมาก วางตัวเองอย่างไร?

แอ ฟ - "เหมือนเดิม ไม่ค่อยเปลี่ยนอะไรค่ะ ไม่ใช่ว่าแอฟมีละครเยอะนะ แต่รู้สึกว่าพอยิ่งโตขึ้นไม่ได้อยากทำงานเยอะ แต่อยากทำงานที่ชอบ ได้บทที่ชอบมากกว่า ถ่ายละครแต่ละเรื่องใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 เดือน ถ้าได้เล่นบทที่ตัวเองไม่แฮปปี้ถือว่าทุกข์ทรมานมากนะ"

"อีกอย่างการ ที่น้องๆ นางเอกใหม่เข้ามาเยอะก็ดูไม่เกี่ยวกับแอฟ เพราะคนละรุ่นไปแล้ว แอฟ ก็คงไปเล่นคู่ ณเดชน์ (คูกิมิยะ) ไม่ได้ น้องญาญ่า (อุรัสยา) ก็คงจะมารับบทผู้ใหญ่อย่างแอฟไม่ได้ ทุกอย่างแล้วแต่วัย บุคลิก และความเหมาะ สมกับบทนั้นๆ แอฟว่าดีด้วยซ้ำที่มีนางเอกใหม่เข้ามาเยอะ เป็นสีสัน"

l เส้นทางการแสดงของแอฟถือว่าโตเร็วไหม?

แอฟ - "ส่วนตัวคิดว่าไม่นะ จริงๆ แอฟอยู่วงการมานานแล้ว ใช้เวลานานในการจะเป็นที่รู้จัก แอฟคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี อุ่นใจดี ไม่ได้แบบว่าเล่นเรื่องเดียวเปรี้ยง คนมุ่งจับตามอง แต่ของแอฟจะไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสบการณ์ทางการแสดง ชื่อเสียง ฉะนั้นความกดดันก็เลยไม่ค่อยมี เพราะได้ปรับตัวมาเรื่อยๆ นานเหมือนกันกว่าจะมีวันนี้ได้"

l คิดว่าจะอยู่วงการไปนานแค่ไหน?

แอฟ - "ยังไม่แน่ใจ รอดูช่วงจังหวะชีวิตก่อน แต่คิดว่าคงไม่อยู่ไปจนแก่เฒ่า เพราะต้องมีสเต็ปอื่นในชีวิต อย่างตอนนี้แอฟเริ่มศึกษางานด้านอื่นดูบ้าง อาจจะแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง อีกหน่อยถ้าเกิดมีครอบครัวก็ไม่แน่ใจว่าถึงตอนนั้นจะให้ความสำคัญกับอะไร เป็นอันดับหนึ่ง"

"เรื่องอนาคตยังไม่แน่ใจ แต่คงไม่มาเกาะอยู่กับตรงนี้ไปตลอดแน่นอนค่ะ"



ภูมิใจได้เป็นตัวเอง

เอ่ย ชื่อ "แอฟ-ทักษอร" คนจะนึกถึงสาวหน้าหวานแบบไทย ถึงแม้ว่าปัจจุบันกระแสเกาหลีจะฮอตฮิตค้านกับบุคลิกของเธอ แต่เจ้าตัวก็ภาคภูมิใจกับการเป็นตัวของตัวเอง

"เราอาจจะมีคนที่เรา ชื่นชม เป็นต้นแบบ แต่เราไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนกัน บางคนบอกว่าบุคลิกแอฟไม่ได้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน อย่างตอนนี้กำลังฮิตเกาหลี แอฟก็เฉยๆ เพราะแอฟเป็นแบบนี้ ไม่ต้องพยายามจะทำให้ตัวเองเป็นไปตามนั้น เพราะแอฟคงเป็นเกาหลีไม่ขึ้น"

"ทุกอย่าง ควรจะเริ่มจากการรักตัวเอง ภูมิใจและมั่นใจในตัวเอง แล้วถึงจะทำให้ออกไปทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จได้ เพราะถ้าไม่รักตัวเองแล้วคนอื่นจะรักจะชื่นชมในตัวเราได้ยังไง"

ถามว่ากดดันไหมกับภาพเรียบร้อยที่คนอื่นยื่นให้ จนกลายเป็นความคาดหวัง เรื่องนี้แอฟอธิบายยาว

"เมื่อ 1-2 ปีที่แล้วเรื่องนี้เป็นปัญหากับชีวิตแอฟได้ยังไงไม่รู้ แต่พอผ่านตรงนั้นมาแล้วแอฟก็รู้ว่าจริงๆ ไม่ใช่หรอก แอฟไม่สามารถทำให้ทุกคนรักแอฟได้ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่ดำหรือขาวไปเลย"

"อย่างบางคนบอกว่าแอฟเรียบร้อย ก็ต้องดูว่าเรียบร้อยของคุณคือแบบไหน จริงๆ น่าจะมีกรอบของมันว่าถ้าเกินเส้นนี้ไปถึงจะเรียกว่าไม่เรียบร้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าเรียบร้อยคือต้องใส่กระโปรงยาวถึงข้อเท้าตลอดเวลา ในเมื่อไม่มีอะไรชัดเจนขนาดนั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องดูสิ่งแวดล้อม ดูเหตุการณ์ วาระโอกาส ณ ขณะนั้นว่าสิ่งที่ทำเหมาะหรือเปล่า"

"บางที ก็งงว่าแค่แอฟใส่กางเกงขาสั้นก็เป็นเรื่องได้ ไหนว่าเรียบร้อยไง แอฟก็อ้าว ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนใส่ขาสั้นไม่ได้เหรอ แล้วก็อธิบายกันลำบากว่าไม่นะ สั้นแค่นี้เอง ไม่ได้สั้นเสมอ...อะไรแบบนั้น (หัวเราะ) ตอนนั้นแอฟพยายามจะตอบคำถามอยู่ แต่ถึงตอนนี้ก็ไม่เป็นไร บางอย่างถ้าไม่เข้าใจก็ช่างเถอะ ทุกอย่างอยากให้มองบริบทโดยรวม คือถ้าแอฟใส่ขาสั้นไปพบผู้ใหญ่แบบนั้นค่อยมาตำหนิกัน"

แล้วเรื่อง เปรี้ยวสุดหรือจี๊ดจ๊าดที่สุดในชีวิตที่เคยคืออะไร แอฟตอบ "แอฟว่าการได้มาเล่นละครในบทต่างๆ หลากหลายคือที่สุดของแอฟแล้ว เพราะชีวิตจริงไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้"

"ละครก็เหมือนเป็นที่ที่ทำให้แอฟได้ไปเจออีกโลกหนึ่ง และเป็นได้โดยไม่ผิดด้วย" แอฟกล่าว



ไม่ชอบให้เรียก"ว่าที่สะใภ้โบนันซ่า"ถือเป็นการดูถูก

เป็นคู่รักที่หลายคนลุ้นว่าจะมีข่าวดีเมื่อไหร่ สำหรับนางเอกสาว "แอฟ-ทักษอร" กับแฟนหนุ่ม "สงกรานต์ เตชะณรงค์"

พอ ถามเรื่องนี้ สาวแอฟถึงกับยิ้มและกล่าวว่า "เวลาที่มีคนถามว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดีซักที แอฟรู้สึกดีมากเลยนะ ดีกว่าคนลุ้นให้เลิก(หัวเราะ)"

"ช่วงแรกที่คบกันมีกระแสทั้งดีและไม่ ดี ส่วนใหญ่หนักไปทางไม่ดีด้วยซ้ำ ฉะนั้นถ้าตอนนี้คนลุ้นให้มีข่าวดีก็ดีใจ แสดงว่าคนเริ่มเข้าใจและอยากเห็นเราสองคนมีความสุข ถ้าลุ้นข่าวดีลุ้นกันมาเยอะๆ เลยไม่กดดัน อย่างน้อยก็เหมือนเขาหวังดี ชีวิตก็เป็นมงคลที่มีคนคิดอะไรดีๆ กับเรา"

"จากตอนแรกที่คนปรามาสไว้ ว่าจะไปกันได้ซักกี่น้ำ แต่จนถึงปัจจุบันแอฟก็ไม่ได้คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะแน่นอนขนาดนั้น อะไรก็เปลี่ยน แปลงได้เสมอ คบกันมา 2 ปีเองค่ะ แต่คนจะชอบคิดว่าคบกันนานแล้ว ด้วยความที่ช่วงแรกสนิทกันเร็ว เพราะเจอเหตุการณ์ไม่ราบรื่น คนเข้ามากดดัน ทำให้ยิ่งได้คุยกันสนิทกัน"

การคบกัน 2 ปี ดาราสาวยอมรับ ต้องมีการปรับจูนกันตลอด เนื่องจากทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ

ถามว่ามีคุยกันเรื่องแต่งบ้างไหม "เคยคุยบ้าง แต่คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ รอให้พร้อมจริงๆ ดีกว่า"

ความ พร้อมของคู่แอฟวัดจากอะไร เพราะบางคนมองว่าคู่นี้พร้อมจนไม่รู้จะพร้อมยังไงแล้ว เจ้าตัวหัวเราะ "แอฟว่าสมัยนี้ ไม่ใช่พร้อมเรื่องเงินทองหรือของภายนอกอย่างเดียว แต่อยากให้พร้อมจริงๆ คือจิตใจ โดยเฉพาะผู้ชาย"

"ไม่ใช่ว่าไม่แน่ใจ ในตัวกรานต์ แต่คนเราจะแต่งงานกัน ประเด็นที่ในชีวิตจริงและในละครมักพูดเสมอคือยังไม่พร้อม ขอสร้างเนื้อสร้างตัวก่อน แต่แอฟกลับไม่คิดแบบนั้น มีตั้งหลายคู่ที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาพร้อมกันได้ ยิ่งสร้างอะไรด้วยกันยิ่งมีความผูกพันกัน"

ตอนนี้เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกันแล้วใช่ไหม แอฟยิ้ม "ระดับหนึ่งค่ะ ยืนยันว่าความพร้อมทางใจสำคัญที่สุด"

พอ ถามถึงความรู้สึกที่มีคนเรียกว่า "ว่าที่สะใภ้โบนันซ่า" นางเอกสาวทำหน้าจริงจังก่อนพูดว่า "เอาจริงๆ นะไม่อยากให้คนพูดแบบนี้เลย ไม่อยากให้คนที่ได้ยินคิดไปในมุมไม่ดี ตีความไปถึงเรื่องของวัตถุเงินทอง เพราะทุกวันนี้แทบไม่มีอะไรที่ต้องพึ่งกันเลย พึ่งอย่างเดียวคือกำลังใจหรือความสุขทางใจ"

"แอฟเองก็โตแล้วไม่ใช่ เด็กๆ ทุกอย่างสร้างด้วยตัวเองได้ ถึงแอฟไม่สร้าง คุณพ่อคุณแม่ก็คงดูแลอย่างดีอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปพึ่งผู้ชาย"

"แอฟเคยคุยเรื่องนี้กับ อาจิ๋ม (มยุรฉัตร) อาจิ๋มจะพูดเสมอว่าไม่ชอบให้คนคิดแบบนี้ เหมือนดูถูกนักแสดง ทั้งที่ก็รู้กันว่าอาชีพนักแสดงหาเงินได้เยอะเพราะฉะนั้นทำไมต้องคิดว่านัก แสดงต้องไปเกาะไฮโซหรือหวังพึ่งใคร ซึ่งอันนี้เป็นการดูถูกทางอ้อม น่าจะเคารพในความเป็นตัวเราด้วย"

ถามจริงๆ อยากแต่งงานไหม แอฟตอบ "แอฟว่าผู้หญิงทุกคนน่าจะอยากแต่งงานนะ แอฟเองก็ด้วย ถือเป็นอีกช่วงชีวิตหนึ่งที่ผู้หญิงทุกคนอยากให้ถึงวันนั้น เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่ที่คนสองคนจะคิดว่ามันใช่แล้ว"

สุดท้ายแอฟได้ให้คำนิยมความรักของตัวเธอว่า "คือพลังที่ทำให้แอฟทำทุกอย่างได้ค่ะ"

มิน่า ถึงไม่เจ็บไม่ไข้เลย

"จ๊อบ"ชอบ"กีฬา-ดนตรี" จุดเริ่มต้นของสะสมสุดรัก

คอลัมน์ คนเบื้องหลัง
พิฐชญาณ์ เพชรธีระโรจน์ เรื่อง


ถือ เป็นผู้บริหารเลือดใหม่ที่งานชุกเอาการทีเดียว สำหรับหนุ่มหน้าใส "จ๊อบ" ณฐกฤต วรรณภิญโญ แห่ง บ.ครีเอทิส มีเดีย จำกัด ซึ่งรั้งตำแหน่งโปรดักชั่นไดเร็กเตอร์ พร้อมทั้งช่วยบริหารงาน บ.ทีวีธันเดอร์ จำกัด วันนี้ผู้บริหารหนุ่มขอพักงานมายืดเส้นยืดสายโชว์ลีลายัดลูกบาสฯ ลงห่วง รวมถึงโชว์ตีกลองชุดสเต็ปเทพ ซึ่งกิจกรรมทั้ง 2 อย่างนี้ยังนำมาซึ่งของสะสมสุดรักของ "จ๊อบ" นั่นคือโปสเตอร์นักบาสเกตบอลชื่อดังและวงดนตรีสุดคลาสสิคด้วย

เช้า นี้แดดกำลังดี "จ๊อบ" คว้าลูกบาสฯ เคาะสลับมือไปมา ก่อนจะเล็งห่วงแล้วชู้ตลงไปอย่างสวยงาม แต่เดี๋ยวจะนึกว่าลงแบบฟลุกๆ "จ๊อบ" เลยโชว์ให้ดูอีกรอบ บรรจงปล่อยลูกบาสฯ ออกจากมือ ลูกกลมๆ สีส้มนั้นก็ลงห่วงดังซวบ เชื่อแล้วล่ะว่าฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ พอได้เหงื่อนิดหน่อยแต่หนุ่ม "จ๊อบ" ยังไม่สะใจ เลยชวนมาตีกลองเรียกเหงื่อชุดใหญ่ คว้าไม้กลองได้ปุ๊บก็ออกลีลาสะบัดข้อมือ โซโล่จังหวะมันๆ ให้ฟัง

จากนั้น "จ๊อบ" พามานั่งมุมสบายๆ พร้อมกับยกโปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใส่กรอบอย่างดีมาให้ดู ก่อนเล่าว่า "โปส เตอร์ "ไมเคิล จอร์แดน" เป็นของที่สะสมมาตั้งแต่ม.2 ตอนนั้นเป็นนักบาสฯ ของโรงเรียน เลยชื่นชอบลีลาของ "ไมเคิล จอร์แดน" ชนิดที่ว่าตามดูทุกแมตช์ที่จอร์แดนลงเล่น ยุคนั้นจอร์แดนถือว่าเป็นนักบาสฯ ที่สุดยอดคนนึงเลยก็ว่าได้ ผมชอบดูการแข่งขันของเขา เพื่อที่จะนำมาปรับใช้ในการเล่นของตัวเอง"

เล่นบาสฯ อยู่ดีๆ ไหงมาสนใจตีกลองได้ "จ๊อบ" กล่าวว่า "พอโตขึ้นแล้วความสนใจในเรื่องบาสฯ ก็เริ่มลดลง กลับไปโฟกัสเรื่องอื่นมากกว่า ประกอบกับที่จอร์แดนเลิกแข่งแล้วด้วย พอดีกับว่าผมชอบดนตรีอยู่แล้ว ลองเล่นเครื่องดนตรีมาครบทุกชิ้น แต่ถูกใจการตีกลองที่สุด เลยหันมาตีเป็นจริงเป็นจัง จนถึงขั้นเป็นวงของมหาวิทยาลัยเลย"

"ผมตี กลองตั้งแต่ม.6 กลองชุดนี้เป็นของที่ผมซื้อเอง แต่บางชิ้นอาจถูกเปลี่ยนไปให้ทันสมัยมากขึ้น นอกจากตีกลองแล้วผมยังชอบเพลงถึงขนาดชีวิตนี้ขาดเสียงเพลงไม่ได้ ว่างๆ ก็จะตีกลอง แกะเพลงไปด้วย"

แล้วหนุ่ม "จ๊อบ" ก็หยิบของรักชิ้นถัดไปมาให้ดู "อันนี้เป็นโปสเตอร์วงเดอะบีตเทิลส์ครับ ถือเป็นวงที่คลาสสิคมากวงหนึ่ง แม้ว่าเดอะบีตเทิลส์จะเลิกเล่นไปนานแล้ว แต่ผลงานเพลงของเขายังมีให้ฟังจนถึงทุกวันนี้"

ถามถึงเสน่ห์ของของ ที่สะสม "จ๊อบ" บอกว่า "ผมไม่ได้สะสมเพราะความชอบอย่างเดียว แต่สะสมเพราะตัวเองเล่นจริงด้วย อย่างบาสเกตบอลหรือดนตรี ผมชื่นชอบทั้งสองอย่าง การสะสมถือเป็นงานอดิเรกที่ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์ในการไปทำอย่างอื่นด้วยครับ"

คอลัมน์ เพลินภาพดารา




สาวๆ เตรียม กรี๊ด เพราะวันนี้เอาใจกันสุดฤทธิ์ หยิบเอาภาพของหนุ่มฮอตลูกครึ่งจีน-เวียดนาม "ธันวา สุริยจักร" มาให้ดูกันไล่กันมาตั้งแต่ละอ่อน จนเป็นหนุ่มหล่อ



1-รูป นี้เป็นรูปครอบครัวครับ ถ่ายตั้งแต่ผมเด็กๆ ถ่ายที่ประเทศลาว รูปนี้เป็นความรู้สึกที่ประทับใจเห็นแล้วก็ให้นึกถึงที่บ้านครับ เพราะว่าช่วงหลังๆ มานี้ผมทำงานอยู่ที่ประเทศไทยตลอด นานๆ จะได้กลับไปบ้านสักครั้งหนึ่ง เห็นรูปนี้ทีไรก็คิดถึงครอบครัวครับ



2-รูป นี้ถ่ายกับน้องๆ เห็นรูปนี้ก็คิดถึงน้องๆ ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน พอ กลับไปแต่ละครั้งก็ไม่ค่อยได้อยู่พร้อมหน้ากันเลย เพราะว่าตอนนี้น้องสาวผมก็โตแล้วเขาไปเรียนที่ฝรั่งเศส ส่วนน้องคนเล็กเรียนที่เวียงจันทน์ นานๆ ถึงจะได้เจอกันพร้อมหน้า 3 พี่น้องสักที



3-เป็นการ ถ่ายรูปที่เมืองไทยครั้งแรก ถ่ายในสตูดิโอเพื่อส่งไปแคส ติ้งนักแสดงช่อง 7 และทำให้ผมได้เซ็นสัญญากับช่อง 7 ผมจำได้ว่าตอนที่ไปถ่ายครั้งนั้นเกร็งมาก ตื่นเต้นด้วย เป็นการถ่ายรูปครั้งแรกในวงการที่ผมประทับใจ เพราะทำให้ผมได้มาทำงานตรงนี้



4-โปส เตอร์หนังเรื่อง "ฮักนะ สารคาม" เป็น การแสดงหนังเรื่องแรกของผม คือที่ผ่านมาเวลาเราไปดูหนังจะเห็นรูปดาราในหนังเรื่องนั้นๆ อยู่ในโปสเตอร์ติดอยู่ตามโรงหนัง แต่ครั้งนี้ในโปสเตอร์มีรูปเราอยู่ด้วยก็ดีใจ และก็ตื่นเต้น ผมให้น้องสาวเก็บอะไรที่เกี่ยวกับหนังไว้ทั้งหมด



5-โปสเตอร์ ละคร "มนต์รักแม่น้ำมูล" เป็นละครเรื่องแรกของผม ได้ร่วมงานกับพี่นักแสดงเก่งๆ หลายคนอย่าง พี่จุ๋ย, พี่เวียร์ และนักแสดงคนอื่นๆ ที่สำคัญได้ทำงานร่วมกับ พี่ธงชัย(ประสงค์สันติ) ด้วย ถือว่าเป็นการแสดงละครครั้งแรกที่เป็นความทรงจำที่ดีและประทับใจ

สตรีเหล็ก

คอลัมน์ ย้อนอดีต


เมื่อ 11 ปีที่แล้ว "สตรีเหล็ก" สร้างความฮือฮาให้กับวงการภาพยนตร์ไทย เพราะสร้างจากเรื่องจริงของทีมวอลเลย์บอลชาย โดยผู้เล่นทั้งทีมเป็นกะเทย ผลงานกำกับฯ ของ "สิน"ยงยุทธ ทองกองทุน มี ปนัดดา โพธิวิจิตร และ ศศิวิมล ชินเวชกิจวานิชย์ เป็นผู้ช่วย เขียนบทโดย วิสุทธิชัย บุณยะกาญจน และ จิระ มะลิกุล จัดจำหน่ายโดยค่ายไท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์

นำแสดงโดย "ติ๊ก"เจษฎาภรณ์ ผลดี(ชัย), สิริธนา หงส์โสภณ(ครูบี๋), "ต่อ"สหภาพ วีระฆามินทร์(มล), "ป๋อม"ชัยชาญ นิ่มพูลสวัสดิ์(จุง), "อี้"เอกชัย บูรณผานิต(วิทย์), โจโจ้ ไมอ๊อกชิ(โหน่ง) และ "โกโก้"กกกร เบญจาธิกุล(เปีย) ซึ่งหลังภาพยนตร์ออกฉาย แจ้งเกิดให้กับ "ป๋อม-ชัยชาญ" และ "โกโก้-กกกร" ทันที

"สตรีเหล็ก" ประสบความสำเร็จด้านรายได้ ก่อให้เกิดกระแสสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับกีฬา และเพศที่สาม นอกจากนี้ยังได้ออกไปฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ โดยได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัล 12 รางวัล ได้รางวัลมา 10 รางวัล ทั้งรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน

เมื่อครูบี๋ โค้ชคนใหม่ก้าวเข้ามา การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับทีมวอลเลย์บอลชายประจำจังหวัดลำปาง ซึ่งยังไม่เคยรู้รสชาติของชัยชนะมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว โค้ชคนใหม่พยายามทุกวิถีทางที่จะสร้างทีมให้แข็งแกร่ง มล และจุง นักตบลูกยางฝีมือก๋ากั่น เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ แต่กลับสร้างความอึดอัดให้กับคนอื่นๆ จนพากันลาออกไป เพราะทั้งคู่เป็นกะเทย คงเหลือแต่ ชัย มือเซ็ตตัวฉกาจที่พยายามทำใจ แต่ผู้เล่นแค่ 3 คน ไม่สามารถเป็นทีมได้ วิทย์, โหน่ง และเปีย เพื่อนร่วมทีมของมลและจุงสมัยเรียน จึงต้องเข้ามาช่วยเสริมกำลัง ภายใต้ชื่อทีม "สตรีเหล็ก"

เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่ปากน้ำโพเกมส์ คือเป้าหมายของทีม อุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดเส้นทางของการเป็นแชมป์ คือสิ่งทดสอบความแข็งแกร่งของกำลังกายและกำลังใจของทีมสตรีเหล็ก ทีมที่มีเป้าหมายเหมือนกัน โดยคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว กิตติ ผู้มีอำนาจในแวดวงกีฬา เมืองแมน อดีตสมาชิกทีมลำปาง กลายมาเป็นหัวหน้าทีมคู่แข่งตัวเก่ง ต่างเป็นเพียงส่วนหนึ่งของด่านทดสอบที่จะพิสูจน์ใจ จนกว่าจะถึงวันแห่งการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย โดยมีเหรียญทองเป็นเดิมพัน



พระเอก สุดหล่อ "ติ๊ก" เจษฎาภรณ์ ผลดี หนุ่มแท้ๆ เพียงหนึ่งเดียวของทีม "สตรีเหล็ก" กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ฟังว่า

"ตอนถ่ายหนัง "สตรีเหล็ก" สนุกดี เหมือนได้ซ้อมกีฬาด้วย ตัวผมเองชอบเล่นกีฬา จึงมีทักษะในเรื่องกีฬา "สตรีเหล็ก" ถือเป็นงานชิ้นที่ 3 ของผม การทำงานรู้สึกสบายขึ้น ส่วนหนึ่งด้วยบทไม่เครียด เจอบรรยากาศที่สนุกๆ ทุกคนเล่นเป็นกะเทยหมด มีผมคนเดียวที่เล่นเป็นผู้ชายธรรมดา แล้วหนังดำเนินเรื่องแบบสบายๆ ไดอะล็อกต่างๆ เป็นภาษาที่คนปกติพูดกันในชีวิตประจำวัน"

"ติ๊ก" กล่าวต่อว่า "จำได้ว่าตอนถ่ายทำผมหลุดขำตลอด อย่างพี่โจโจ้ตัวใหญ่ล่ำบึ้กขนาดนั้น หรือพี่ต่อที่เป็นนักร้องเท่ๆ แต่พอมาเล่นเป็นกะเทยกัน ผมก็อดขำไม่ได้ แต่ละคนเตรียมมุขมาขายผู้กำกับฯกันเพียบ เพราะหนังจะเป็นแนวตลกด้วย บรรยา กาศในกองจึงเฮฮามาก นอกจากความสนุกแล้ว หนังก็ยังให้ข้อคิด รวมถึงได้รับรางวัลทั้งในและนอกประเทศเยอะมาก ผมดีใจที่ "สตรีเหล็ก" เป็นหนังที่หลายคนยังนึกถึงและชื่นชม ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ครับ"
 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.