ส่อ แววเป็นศึกยืดเยื้อสำหรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ของรัฐบาล "ยิ่งเลิฟ" เมื่อฝ่ายนายจ้างต่อรองขอทยอยปรับแบบขั้นบันไดใน 4 ปี อย่างกรณี ในกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำประมาณ 250 บาท/วัน เท่ากับว่าได้ปรับขึ้นปีละ 10 กว่าบาทนิดหน่อย
แถมขู่หากรัฐบาลเดินหน้า จะแก้เผ็ดโดย "ลดสวัสดิการ" ที่ลูกจ้างเคยได้ ไม่ว่าจะเป็นโบนัส ค่าครองชีพ อาหารที่พัก รถรับส่ง ชุดฟอร์ม ทุนการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่คนงานเคยได้
หักกลบลบกันแล้ว ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทไม่มีความหมาย
เท่าที่ติดตามยังไม่เห็นรัฐบาลมีแผนอะไรรองรับชัดเจน ไม่มีข้อมูล อาจจะแค่เห็นช่องใช้หาเสียงกับผู้ใช้แรงงานก็เลยหยิบมาเป็นประเด็น จนถึงวันนี้ยังไม่มีแผนฝึกอบรมยกระดับคุณภาพแรงงานว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุดไม่ใช่จะบอกว่า ขึ้นค่าแรงแล้วเป็นการยกระดับฝีมือในตัว
ถ้าเป็นอย่างที่นายจ้าง "ขู่" เชื่อเถอะแรงงานส่วนหนึ่งจะขอรับค่าจ้างเท่าเดิมแค่ 6-7 พันบาท/เดือน แต่มีที่พักอาศัย มีอาหาร มีโบนัสรวมเบ็ดเสร็จอาจจะมากกว่า 300 บาทเสียอีก ไม่ต้องเสี่ยงตกงาน
นอกจากนี้บางธุรกิจจะบีบให้คนงานต้องเลือกด้วยวิธีขู่ปลดโดยอ้างว่ารับภาระ เพิ่มขึ้นไม่ไหว เฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ธุรกิจรับจ้างทั่วไป
ในที่สุดคนงานก็อาจจะยอมรับค่าจ้างต่ำกว่ากฎหมาย กลายเป็น "แรงงานใต้ดิน" ต้องยอมรับว่ามีแรงงานส่วนหนึ่งที่ขายแรงงานจริงๆ ไม่ได้ขายฝีมือ
เมื่อเป็นเช่นนี้มันจะเข้าตำราเดียวกับกรณี "เทปผีซีดีเถื่อน" ที่สินค้ามีลิขสิทธิ์ที่ขายถูกต้องตามกฎหมาย แต่ราคาแพงหูฉี่ คนก็เลยหันไปซื้อเทปผีซีดีเถื่อน ที่ขายใต้ดินแทน เพราะราคาถูกกว่ามาก เสียงดังฟังชัดเหมือนกัน
เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลจัดการไม่ดี ต่อไปจะได้เห็นตลาดแรงงานจะมี 2 ตลาด เหมือนเทปผีซีดีเถื่อน ตลาดแรก "ตลาดบนดิน" รับค่าจ้างวันละ 300 บาท เป็นตลาดแรงงานถูกกฎหมาย แต่จะมี "ตลาดใต้ดิน" ที่ยอมทำงานในค่าจ้างต่ำกว่า เพื่อแลกกับการมีงานทำ
น่าเห็นใจคนงานยังไงก็แพ้เล่ห์เหลี่ยมนายทุนวันยังค่ำ
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 comments:
Post a Comment