Showing posts with label การศึกษา. Show all posts
Showing posts with label การศึกษา. Show all posts
Thursday, September 8, 2011

ประสบการณ์ต่างแดน ได้ภาษา-ใบเบิกทางอนาคต


รายงานพิเศษ


นอก จากนักเรียน นักศึกษา ต้องค้นหาตัวเองเพื่อเรียนในสิ่งที่รักแล้ว ยังต้องเลือกเรียนให้ตรงความต้องการของตลาดแรงงานด้วย เพื่อป้องกันปัญหาตกงาน ซึ่งการไปทำงานในต่างประเทศเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะทำให้ได้ประสบการณ์ทำงานจากต่างแดน และที่สำคัญ คือ การได้เรียนรู้ภาษา ซึ่งจะเป็นใบเบิกทางในการได้ทำงานในองค์กรที่มั่นคง และรายได้ที่เพิ่มขึ้น

นายประเสริฐพงษ์ ทองพลู จบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโทรคมนาคม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เคยทำงานในตำแหน่งวิศวกรได้รับเงินเดือนหมื่นกว่าบาท พบประกาศของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ว่า มีโครงการร่วมกับองค์กรพัฒนาแรงงานระดับนานาชาติประเทศญี่ปุ่น (Public Interest Foundation, Interna tional Manpower Development Orga nization, Japan : IM Japan) รับสมัครบุคคลสัญชาติไทย เพศชาย อายุระหว่าง 20-30 ปี จบการศึกษาชั้น ม.6, ปวช., ปวส. ประเภทวิชาอุตสาหกรรม ในสาขาต่างๆ ได้แก่ เครื่องกล เครื่องมือกลและซ่อมบำรุง โลหการ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และช่างก่อสร้าง เพื่อไปฝึกงานในสถานประกอบการที่ประเทศญี่ปุ่น ในระยะเวลา 3 ปี

"ผมจึงใช้วุฒิการศึกษา ม.6 ไปสมัคร เพราะอยากได้โอกาสในการทำงานต่างประเทศ การพัฒนาภาษาญี่ปุ่นให้กับตัวเอง ซึ่งโครงการนี้จะมีการอบรมด้านภาษา 4 เดือน และได้เงินเดือนจากนายจ้างญี่ปุ่นกว่า 3 หมื่นบาท ที่สำคัญ คือ ได้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นกลับมา จนขณะนี้สอบได้ระดับ 1 และเคยเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นของกระทรวงแรงงานด้วย"

ขณะที่ นายวีรศักดิ์ ทองมี จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จาก จ.ขอนแก่น บอกว่า ขณะนี้กำลังเรียนต่อในระดับปริญญาตรีกับมหาวิทยาลัยเปิด เพื่อเตรียมตัวไปทำงานเก็บผลไม้ที่ประเทศสวีเดน โดยติดต่อกับกรมการจัดหางานป้องกันการถูกหลอก แม้ต้องนั่งเก็บลูกบลูเบอร์รี่ทั้งวันท่ามกลางอากาศหนาวเย็น แต่ก็คุ้มค่า เพราะไปทำงานสองเดือนกว่า ก็มีเงินกลับมาเกือบ 8 หมื่นบาท บางคนที่ขยันและประหยัดจะเก็บเงินได้เกือบแสนบาท

ด้าน นางสุทัศนี สืบวงศ์แพทย์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมมีหน้าที่ดูแลผู้ใช้แรงงานที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศโดยตรง โดยเฉพาะการเดินทางไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดน และฟินแลนด์ ซึ่งมีคนไทยเดินทางไปเกือบ 5,000 คน กรมจะช่วยดูแลทั้งนักศึกษาที่เพิ่งจบหรือคนที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งต้องมีนายจ้างพาไปหรือต้องมีผู้รับซื้อติดต่อเข้ามา ไม่เปิดให้ไปทำงานด้วยตนเอง เพราะหากเกิดปัญหาจะได้มีผู้รับผิดชอบชัดเจน ที่สำคัญสวีเดนยังออกกฎใหม่ว่า หากไม่มีนายจ้างพาไป จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมาก

"การวางแนว ทางให้การจ้างงานจะต้องมีการรับประกันรายได้ให้กับคนงาน โดยจะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 8.3 หมื่นบาท กรณีผลไม้ออกน้อยก็จะต้องประกันรายได้ว่าจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 7.7 หมื่นบาท ซึ่งในปีนี้ได้รับข้อมูลว่ามีผลไม้ออกเป็นจำนวนมาก คนงานจะมีรายได้ดีอย่างแน่นอน"

ทั้งนี้ แรงงานไทยส่งเงินกลับประเทศในแต่ละปีไม่น้อย ปีละ 5-6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2554 แรงงานไทยมีรายได้ส่งกลับประเทศจำนวน 4.3 หมื่นล้านบาทแล้ว

ผู้ที่เรียนจบกำลังหาช่องทางไปทำงานต่าง ประเทศ นับว่าจะได้ประสบการณ์ชีวิตและทักษะภาษาที่เป็นประโยชน์ในอนาคต ขอให้ศึกษาข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง
Monday, August 22, 2011

เติมศักดิ์ กฤษณามระ ปูชนียาจารย์แห่งจุฬาฯ

ข่าวทะลุคน


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกย่อง ศ.กิตติ คุณ เติมศักดิ์ กฤษณามระ เป็นปูชนียา จารย์

ประกาศเกียรติคุณ เปี่ยมคุณธรรมจริย ธรรม รอบรู้และได้ใช้ความรู้ด้านพาณิชย ศาสตร์ ก่อประโยชน์ถึงระดับนานาชาติ

ผอ.คนแรกและคนปัจจุบันซึ่งต่อเนื่องมาเป็นวาระที่ 5 ของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาฯ

ครั้งเป็นอาจารย์ตราบจนดำรงตำแหน่งคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะพัฒนาด้านวิชาการอย่างกว้างขวางและทันสมัย

ขณะที่ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย สร้างผลงานยังประโยชน์มากมาย

ปรับปรุงด้านการบัญชีและการเงิน พิทักษ์ผลประโยชน์และเพิ่มพูนรายได้มหาวิทยาลัย

ริเริ่มจัดตั้งสถาบันภาษา และหน่วยงานบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวม

รวมถึงการจัดตั้งสถาบันวิทยาบริการ ทำให้การศึกษาของมหาวิทยาลัยใช้ทรัพยากรได้จากทุกแหล่งอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ยังเป็นกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาตลาด หลักทรัพย์แห่งประ เทศไทย กรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี

นายก สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ประธานมูลนิธิประชาธิปก-รำไพพรรณี และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมนิสิตเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ

เกิด 12 ก.ย. 2470

ปริญญา ตรีสาขาคอมเมิร์ซ มหาวิทยาลัยวิกตอเรียแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ศึกษาเพิ่มเติมที่ The Institute of Chartered Accountants สหราชอาณาจักร

รับราชการเป็นอาจารย์ที่คณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เมื่อ พ.ศ.2499

ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ทางวิชาการบัญชีในปี 2510 และคณบดี พ.ศ.2514

เป็นรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สิน

เป็นอธิการบดีจุฬาฯ ช่วงปี 2518-2520

คุณูปการควรค่าจุฬาฯเชิดชู

เป็นปูชนียาจารย์
Friday, August 19, 2011

จี้รัฐทุ่มงบสร้างนักวิจัย



ดร.อมเรศ ภูมิรัตน ผอ.โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2554 เปิดเผยว่า อยากให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับแก่นขององค์ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะก่อให้ เกิดผลประโยชน์ในด้านต่างๆ และลงทุนสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานให้มากขึ้น ส่วนนักวิจัยไทยนั้นจำเป็นต้องมีทีมวิจัยที่ดีมาร่วมทีมเพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือนักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยหลังปริญญาเอก เพราะมีไฟแรง มีความคิดริเริ่ม ผลักดันให้นักวิจัยมีโจทย์วิจัยใหม่ๆ ดังนั้น ถ้ามีระบบทีมวิจัยที่ดีและมีบรรยากาศในการทำวิจัยที่ดี ก็จะช่วยสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นได้ จึงเป็นที่มาของการให้ทุนวิจัยของ คปก. อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือระบบติดตามผลที่ดี ตลอดจนการให้ค่าตอบแทนแก่นักวิจัย เพราะแต่ละปีมีจำนวนทุนน้อยแต่ผู้ขอทุนมีจำนวนมาก

ด้านผู้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ดร.ยงยุทธ เหล่าศิริถาวร กล่าวว่า การได้รับทุนทำให้ไม่ต้องไปสอนพิเศษนอกเวลาเป็นเรือจ้างรายชั่วโมง ส่งผลให้มีโอกาสพัฒนาความเชี่ยวชาญในการทำวิจัย และสั่งสมประสบการณ์ในการทำวิจัยพร้อมกับการสอนและผลิตนักศึกษาให้เป็น บุคลากรด้านการวิจัยรุ่นต่อไปให้กับประเทศ

ผู้พิการคุณภาพ-ชุมชนคุณภาพ งานม.บูรพาประสานเนคเทค

รายงานพิเศษ


เปิด ตัวแล้ว โครงการเทคโนโลยีเพื่อชีวีแสนสุข ความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็ก ทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค (NECTEC) และเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี โดยเปิดโครงการในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข พร้อมการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความ สะดวก เพื่อสนับสนุนการดำรงชีวิตอิสระในผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยการบริหารจัดการด้วยชุมชน

ดร.อาณัติ ดีพัฒนา คณบดีคณะวิศว กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยว่า จากที่ศูนย์เนคเทคและเทศบาลเมืองแสนสุขได้ร่วมมือกันจัดทำชุมชนต้นแบบทาง ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ โดยเลือกชุมชน วัดตาลล้อม ในเขตจังหวัดชลบุรี จำนวน 150 หลังคาเรือน ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์มีส่วนร่วมในการนำเทคโนโลยีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการจากศูนย์เข้าทดสอบประกอบและติดตั้งในชุมชนต้น แบบ โดยเลือกบ้านที่เหมาะสมและมีความพร้อมจำนวน 7 หลัง เพื่อเป็นตัวอย่างในการติดตั้งและทดสอบ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีนั้น


เทศบาล เมืองแสนสุข จึงขยายผลโดยบรรจุลงในแผนของเทศบาล และนำมาซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ โดยโครงการนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหา วิทยาลัยบูรพา ในฐานะสถาบันการศึกษาเขตชลบุรี จะมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับชุมชน ทั้งในรูปแบบของการจัดอบรมเพื่อให้ชุมชนสามารถผลิตและดูแลอุปกรณ์ได้ด้วยตัว เอง และอีกหน้า ที่หนึ่งคือเป็นที่ปรึกษา ทั้งคอยติดตามผลและข้อคิดเห็นทางด้านเทค นิค เพื่อนำข้อมูลการ ใช้งานมาปรับปรุงให้เหมาะสมต่อการใช้งานในชุมชนของเทศบาลเมืองแสนสุข

ดร.อาณัติ กล่าวว่า สำหรับชุดอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์ควบคุมการเปิดปิดไฟฟ้าภายในบ้านโดยใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งมีระยะทางระหว่างเครื่องรับและเครื่องส่งประมาณ 20-30 เมตร ใช้งานได้ทั้งจากสวิตช์ปกติและรีโมตคอนโทรล และชุดแจ้งเหตุฉุกเฉินชุมชนภายในบริเวณบ้าน เป็นอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณเตือนภัยในรูปแบบของเสียงสัญญาณไซเรนและไฟแฟลช สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินถึงบุคคลในครอบครัวและผู้อยู่ละแวกใกล้เคียง เพื่อที่จะได้สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นการเสริมความสามารถของผู้ใช้งานที่เป็นผู้สูงอายุหรือ ผู้พิการด้วยเทคโนโลยี ทั้งยังเป็นการบรรเทาปัญหาและช่วยแบ่งเบาภาระของญาติพี่น้องและผู้ดูแลได้ อย่างดี

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานมีความมุ่งหวังจะขยายผลอย่างต่อเนื่องในอนาคต ก่อให้เกิดเป็นเครือข่ายภาคชุมชนที่สามารถดำเนินงานในรูปแบบการบริหารจัดการ ได้เองภายในชุมชน ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ เครือข่ายภาคชุมชนจะได้สะสมความรู้ในการนำเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความ สะดวกเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุมาปรับใช้เองภาย ในชุมชน เครือข่ายชุมชนจะช่วยดูแลกัน เกิดมิติของสังคมเอื้ออาทร และสร้างชีวิตที่อิสระให้ผู้พิการและผู้สูงอายุ ซึ่งการร่วมมือกันทุกภาคส่วนในสังคมภายใต้โครงการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่กัน เองของคนภายในชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสะท้อนความยิ่งใหญ่ของหัวใจมนุษย์ที่เอื้ออาทรอย่างแท้จริง

Thursday, August 18, 2011

มรม.เปิดห้องกม.'ทองใบ'

รศ.ดร.สม เจตน์ ภูศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับหลักสูตรสาขานิติศาสตร์ วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรม.) เปิดห้องสมุดกฎหมายชื่อ ห้องทองใบ ทองเปาด์ อดีตทนายความแมกไซไซ ขึ้น ทั้งนี้ นอกจากเพื่อเชิดชูเกียรตินายทองใบซึ่งเป็นบุคคลที่จ.มหาสารคาม ภาคภูมิใจ ยังมีวัตถุประสงค์ให้เป็นห้องเรียนรู้กฎหมายเพื่อปวงชน เผยแพร่ส่งเสริมความร่วมมือและบริการงานห้องสมุดกฎหมายและสารสนเทศทางด้าน กฎหมายแก่ประชาชนในชุมชน โดยจะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสารสนเทศทางด้านกฎหมายได้อย่างสะดวกรวด เร็วยิ่งขึ้น

สำหรับประวัตินายทองใบ เป็นทั้งทนายความ นักเขียน นักหนังสือ พิมพ์ และเป็นผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ พ.ศ.2527 ทั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2539 และสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมหาสารคาม ได้ชื่อเป็นทนายความของคนยาก จากที่ใช้กฎหมายต่อสู้เคียงข้างผู้ด้อยโอกาส เผยแพร่ความรู้กฎหมายทั้งพูด ทั้งเขียนตลอดเวลายาวนานของอาชีพทนายความ รวมถึงเขียนคอลัมน์ตอบปัญหากฎหมาย สิทธิมนุษยชน และปัญหาชีวิต โดยได้รับรางวัลนักกฎหมายดีเด่น ประจำปี 2547 จากกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ สำหรับในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นายทองใบเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์พิเศษสอนด้านกฎหมาย และยังเป็นวิทยากรในกิจกรรมต่างๆ สร้างคุณูปการให้มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมากมาย

คณะมนุษยฯมสด.ฉลอง36ปี

รายงาน ข่าวจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) แจ้งว่า จากที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มสด. ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2518 ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาสังคม ชุมชนและประเทศชาติ ตามพันธกิจหลัก ทั้งการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน การให้บริการวิชาการแก่ชุมชน การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนการผลิตผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ รวมถึงการสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศนั้น ปัจจุบัน คณะมนุษยศาสตร์และสังคม ศาสตร์ มสด. จัดตั้งขึ้นรวมระยะเวลา 36 ปี นับเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองและเผยแพร่ศักยภาพให้เป็นที่ประจักษ์ จึงได้กำหนดจัดโครงการ 36 ปี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มสด. โดยมีกิจกรรมภายในอย่างหลากหลาย อาทิ เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนทัศนคติ รวมถึงการบรรยายพิเศษโดย ผศ.ดร.ประพจน์ อัศวริรุฬหการ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การแสดงผลงานวิจัย การแสดงนาฏศิลป์จีนชุดวอเตอร์ แอนด์ อิงก์ การบรรเลงกู่เจิง และการแสดงศิลปะป้องกันตัว ฯลฯ ผู้สนใจเข้าร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ถึงวันที่ 19 ส.ค.นี้ ณ อาคารรักตกนิษฐ มสด. สอบถามรายละเอียดได้ที่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โทร.0-2244-5800-2
 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.