สายเหนือชะงัก น้ำถล่มรางขาด

Saturday, August 27, 2011



พิษน้ำป่า - รางรถไฟสายเหนือ ช่วงผ่านถ้ำขุนตาน อ.แม่ทา จ.ลำปาง ถูกน้ำป่าถล่มจนดินทรุดตัวเป็นทางยาว ทำให้การรถไฟต้องหยุดการเดินรถช่วงลำปาง-เชียงใหม่ เพื่อซ่อมแซมด่วน เมื่อวันที่ 26 ส.ค.
ยอดเสีย ชีวิตจากน้ำท่วมพุ่ง 48 ศพแล้ว ศอส.เตือน 3 จังหวัดตะวันออก และ 5 จังหวัดอีสานระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ก.คลังออกมาตรการลดภาษีช่วยน้ำท่วม ธ.ก.ส.พักหนี้ 3 ปี พร้อมให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ รถไฟลำปาง-เชียง ใหม่ อัมพาต น้ำเซาะรางขาด รฟท.เดินรถได้แค่กทม.-ลำปาง "พิจิตร"ท่วมทั้งจังหวัดแล้ว เกจิดังอ.บางระกำ เตรียมต้อนรับ"ปู"เผยเสนอโมเดลแก้น้ำท่วม ให้ขุดคลองสาขารับน้ำ ไม่ต้องมี"เสือเต้น" ภาคเหนือยังอ่วม ฝนหนักโคลนถล่ม"เชียง ใหม่"โคลนซัดร่างหนุ่มใหญ่ช่วยเพื่อนบ้านขนของจมหายไปต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน พังงา-ภูเก็ตน้ำลดแล้ว

ศอส.สรุปตายแล้ว 48 ศพ

วันที่ 26 ส.ค.นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เผยว่า ขณะนี้มีจังหวัดประสบสถานการณ์อุทกภัยและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ฉุกเฉิน 34 จังหวัด 275 อำเภอ 1,843 ตำบล 15,313 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1,055,013 ครัวเรือน 3,628,265 คน ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัย 14 จังหวัด รวม 65 อำเภอ 422 ตำบล 2,565 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 169,925 ครัวเรือน 545,234 คน ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ นครนายก พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี ปราจีนบุรี เชียงราย ระยอง พังงา และภูเก็ต ผู้เสียชีวิต 48 ราย ผู้สูญหาย 1 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 3,223,275 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาดว่าจะเสียหาย 45,931 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 2,044,971 ตัว

ถนนขาดหลายสาย

นาย ฉัตรป้องกล่าวว่า น้ำท่วมเส้นทางคมนา คมเสียหาย ทางหลวงไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 10 สาย ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย สุโขทัย 2 สาย พิจิตร 1 สาย น่าน 3 สาย เชียงใหม่ 1 สาย พังงา 3 สาย ทางหลวงชนบทไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 14 สาย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 4 สาย นครสวรรค์ 2 สาย พิจิตร 4 สาย พิษณุโลก 1 สาย นครพนม 1 สาย ร้อย เอ็ด 2 สาย ทางรถไฟสายเหนือช่วงสถานีถ้ำขุนตาล-สถานีทาชมภู ลำปาง น้ำท่วมรางรถไฟ รถไฟสายเหนือสามารถเดินรถได้ถึงสถานีจังหวัดลำปาง

นายฉัตรป้องกล่าว ต่อว่า สำหรับสถาน การณ์น้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำต่างๆ นั้น ที่ลุ่มน้ำยมน้ำล้นตลิ่งที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีแนวโน้มลดลง อ.โพทะเล จ.พิจิตร ทรงตัว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ลุ่มน้ำน่าน น้ำล้นตลิ่งที่ อ.เมืองพิจิตร และ อ.บางมูล นาก รวมถึงลุ่มน้ำป่าสัก น้ำล้นตลิ่งที่ อ.วิเชียร บุรี จ.เพชรบูรณ์ มีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ลุ่มน้ำชี น้ำล้นตลิ่งที่ อ.เมือง และอ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

8 จว.ระวังน้ำป่า

นาย ฉัตรป้องกล่าวว่า นอกจากนี้พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งใน 8 จังหวัด ประกอบด้วย 3 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี และตราด รวมถึง 5 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ทั้งนี้ ศอส.ได้สั่งกำชับให้ทั้ง 8 จังหวัดจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ภัย ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในลุ่มน้ำสำคัญอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา และที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งแม่น้ำ หากสถานการณ์รุนแรงให้เร่งอพยพ ประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยในทันที

"ปู"ไปดูบางระกำโมเดล

ที่ กระทรวงมหาดไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า วันที่ 28 ส.ค.นี้ตนจะเดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก พร้อมนายกฯ เพื่อไปดูบางระกำโมเดลดังกล่าว เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรที่ต้องปรับปรุงหรือแก้ไขหรือ ไม่ ก่อนที่จะมีการวางแผนใช้กับพื้นที่อื่นต่อไป

เมื่อถามถึงการสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้นเพื่อเป็นพื้นที่รองรับน้ำที่จะมาจากทางเหนือ นายยงยุทธกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะจะต้องมีการศึกษารูปแบบรวมทั้งผลกระทบ เพราะเรื่องแก่งเสือเต้นถือเป็นปัญหาที่คาราคาซังกันอยู่ ดังนั้น ต้องใช้เวลาในการศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบ

ลดภาษีช่วยน้ำท่วม

นาย นริศ ชัยสูตร ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติด้านการเงิน โดยมาตรการด้านภาษีผู้บริจาคเงินช่วยเหลือสามารถนำเงินบริจาคมาหักเป็นราย จ่ายทางภาษีได้ถาวร นับตั้งแต่ครั้งนี้เป็นต้นไป ส่วนผู้ประสบภัยจะได้ยกเว้นภาษีเงินชดเชยจากภาครัฐ และเงินสินไหมทดแทนจากการประกันภัย รวมทั้งขยายเวลายื่นรายการเพื่อเสียภาษีสรรพากรให้กับบางพื้นที่ที่ประสบ อุทกภัยรุนแรงตามความจำเป็นและสมควร

ธ.ก.ส.พักชำระหนี้ 3 ปี

นาย ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าว ว่า ธ.ก.ส.ได้เห็นชอบมาตรการให้ความช่วย เหลือลูกค้าธ.ก.ส. ที่ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม โดยกรณีที่เสียชีวิตจากอุทกภัย ธ.ก.ส. จะปลดหนี้ให้พร้อมรับคู่สมรสหรือทายาทขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าแทนผู้เสียชีวิต และมอบเงินบำรุงขวัญให้กับคู่สมรสหรือทายาทครอบครัวละ 10,000 บาท โดยธ.ก.ส.รับภาระเองกรณีประสบภัยร้ายแรงหรือเสียหายจนเป็นเหตุให้รายได้ลดลง เกินกว่าร้อยละ 50 ของรายได้ปกติ จะพักชำระหนี้ 3 ปี ตั้งแต่ปีบัญชี 2554-2556 พร้อมงดคิดดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่พักชำระหนี้และให้เงินกู้ใหม่เพื่อนำไป ฟื้นฟูการผลิตและพัฒนาคุณภาพชีวิตรายละไม่เกิน 100,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้ปกติร้อยละ 3 ต่อปี โดยธ.ก.ส. จะประสานงานกับกระทรวงการคลังนำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา จัดสรรงบประมาณในการจ่ายดอกเบี้ยแทนเกษตรกรต่อไป

นายลักษณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้หากพักชำระหนี้แล้วยังเป็นภาระหนักจะพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ให้สอด คล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ และลดหย่อนหลักประกันเงินกู้กรณีจำนองอสังหาริมทรัพย์เป็นประกันจากกู้ได้ ไม่เกินครั้งหนึ่งเป็นกู้ได้ไม่เกินวงเงินจำนองและกรณีใช้กลุ่มลูกค้ารับรอง รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ขยายการค้ำประกันจากรายละไม่เกิน 150,000 บาท เป็นไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากนี้ หลังน้ำลด ธ.ก.ส.จะประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูการประกอบอาชีพด้วย การซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตรเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน สมทบเงินสร้างบ้านกรณีเสียหายทั้งหลังจำนวน 20,000 บาท รวมทั้งช่วยจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชให้เกษตรกรซื้อในราคาที่ย่อมเยา

"มาร์ค"ให้รัฐบาลเร่งช่วย

เวลา 06.30 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการเดินทางลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อติดตามปัญหาน้ำท่วม ว่า เป็นห่วงเรื่องค่าชดเชยที่รัฐบาลเคยให้ครอบครัวละ 5 พันบาท รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร และขอให้รัฐบาลพิจารณาเยียวยาให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว

ที่พรรคประชาธิ ปัตย์ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหา เฉพาะหน้าของชาวอ.บางระกำ คือการไม่มีข้าวไปจำนำ จึงต้องการความช่วยเหลือ 4 อย่างคือ 1.น้ำท่วมนา ซึ่งทราบว่ารัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือไร่ละ 2,022 บาท 2.เงินส่วนต่าง ซึ่งที่ผ่านมาจะได้เงินช่วยเหลือจากรัฐเกวียนละ 3 พันบาท 3.เงินช่วยเหลือน้ำท่วมบ้าน 5 พันบาทต่อครัวเรือน และ 4.เมล็ดพันธุ์ข้าว

น้ำซัดรางรถไฟ"เหนือ"ขาด

นางนวล อนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชา สัมพันธ์ รฟท. กล่าวว่า ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก น้ำเซาะหินใต้ราง ช่วงระหว่างสถานีขุนตาน-ทาชมภู ทำให้หินบริเวณใต้รางรถไฟถูกน้ำพัดหายไปกว่า 100 เมตร ส่งผลให้ช่วงบ่ายวันที่ 26 ส.ค. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 1, 13, ขบวนรถด่วนดีเซลรางที่ 11 ขบวนรถด่วนที่ 51 และขบวนรถเร็วที่ 109 (กรุงเทพฯ-เชียงใหม่) เดินรถได้เพียงสถานีลำปาง ส่วนผู้โดยสารที่จะเดินทางจากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯ รฟท.ได้จัดรถยนต์รอรับผู้โดยสารที่สถานีเชียงใหม่ไปที่สถานีลำปาง เพื่อเดินทางกับขบวนรถไฟจากสถานีลำปางเข้ากรุงเทพฯ ประ กอบด้วยขบวนรถด่วนพิเศษที่ 2, 14 ขบวนรถด่วนที่ 52 และขบวนรถเร็วที่ 10

อย่าง ไรก็ตาม นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรฟท.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถาน การณ์อย่างใกล้ชิด เร่งดำเนินการซ่อมทางรถไฟเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางโดย เร็วที่สุดและได้แจ้งเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารที่ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง สามารถคืนตั๋วโดยสาร ได้เต็มราคาที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ

กทม.ท่วมขัง10จุด-เร่งระบาย

ที่ ศาลาว่าการกทม. นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ. สำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ทำให้กทม.มีน้ำท่วมขัง 10 จุด ได้แก่ 1.ถนนสุขุมวิท ตั้งแต่สน.พระโขนง-ปากซอยสุขุมวิท 93 2.ปากซอยสุขุมวิท 62-64 3.ถนนศรีนครินทร์ บริเวณแยกอ่อนนุช-คลองตาสาด 4.ถนนลาดหญ้า บริเวณตรงข้ามห้างโรบินสัน 5.ถนนจอม ทอง ปากซอยจอมทอง 8-10 6.ถนนบางบอน 1 บริเวณบ่อสูบบางโคลัด 7.ถนนเพชรเกษม บริเวณ ปากซอยเพชรเกษม 63 8. ถนนประชาอุทิศ บริเวณปากซอยประชาอุทิศ 89/2 - คลองลางตรง 9.ถนนประชาอุทิศ บริเวณ คลองตาถึง-บิ๊กซี และ10.ถนนเจริญกรุงบริเวณวัดลาดบัวขาว โดยมีน้ำท่วมขัง ประมาณ 15-20 ซ.ม. ทั้งนี้สาเหตุที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากมีปริมาณฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลานาน จึงทำให้เร่งระบายน้ำไม่ทัน นอกจากนี้ในเขตกทม.ใต้ อาทิ อ่อนนุช ประเวศ พระโขนง คลองเตย ไฟฟ้าดับทั้งหมด ส่งผลให้เครื่องสูบน้ำของสถานีสูบน้ำพระโขนง ไม่สามารถทำงานได้ ส่งผลกระทบให้บริเวณถนนศรีนครินทร์ บริเวณแยกอ่อนนุช-คลองตาสาด เกิดน้ำท่วมขังยาวประมาณ 1-2 กิโลเมตร สนน. จึงใช้เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เร่งสูบน้ำ เพื่อระบาย น้ำ โดยในเวลา 02.10 น. ของวันที่ 26 ส.ค. บริเวณดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาพปกติแล้ว

นาย สัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ 1,661 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที ทำให้มีระดับสูงอยู่ที่ประมาณ 21 ซ.ม. ทั้งนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง แต่กทม.ก็ไม่ประมาท จึงได้จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ประจำประตูระบายน้ำ จำนวน 200 กว่าจุด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่จากหน่วยเบสท์กว่า 700 นาย ให้มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

วธ.ห่วงโบราณสถาน

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วย นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒธรรม นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางตรวจเยี่ยมโบราณสถาน ที่มีความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วม ประกอบด้วย วัดไชยวัฒนาราม หมู่บ้านโปรตุเกส วัดธรรมาราม โดยนางสุกุมล กล่าวว่า วัดที่อยู่ในเขตพื้นที่อยุธยาได้รับผลกระทบ 38 วัด และมัสยิดได้รับผลกระทบ 29 แห่ง โดยอยู่ในภาวะวิกฤต 3 แห่ง ทั้งนี้ ภาพรวมของระดับน้ำในเขตพื้นที่โบราณสถานถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง เพราะระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งอีกหลายซ.ม. อาทิ บริเวณวัดไชยวัฒนาราม และวัดธรรมาราม อยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 30 ซ.ม. ส่วนบริเวณหมู่บ้านโปรตุเกสต่ำกว่าตลิ่ง 80 ซ.ม. ขณะที่บริเวณป้อมเพชรต่ำกว่าตลิ่ง 1 เมตร อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กรมศิลปากร ติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง หาก จังหวัดใดมีปัญหาน้ำท่วมมาก จะเข้าไปตรวจสอบต่อไป ในส่วนโบราณสถานในจ.สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชรนั้น จะหารือทางกรมศิลปากรว่า จะมีวิธีใดบ้างป้องกันน้ำท่วม ซึ่งอาจจะนำตัวอย่างจากระบบป้องกันในอยุธยาเป็นต้นแบบ และจะเร่งของบประมาณ จากทางรัฐบาลต่อไป

เขื่อนสิริกิติ์น้ำ 92% แล้ว

ที่ จ.พิษณุโลก นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผอ. โครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำน่านไหลเข้าท่วมเขตเมืองพิษณุ โลกไม่น่าเป็นห่วงแล้ว แม้ว่าน้ำที่ระบายเพิ่มจากเขื่อนสิริกิติ์จะถึงแล้วก็ตาม โดยแม่น้ำน่านมีระดับความสูงเฉลี่ย 10.14 เมตร ยังต่ำกว่าระดับล้นตลิ่ง 40 ซ.ม.

นายบรรดิษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำในอ่างแล้ว 92 เปอร์เซ็นต์ ต้องระบายน้ำวันละ 63 ล้านลบ.ม. ส่วนเขื่อนแควน้อย อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก มีน้ำในอ่างแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ และยังมีน้ำไหลเข้าวันละ 34 ล้านลบ.ม. จึงต้องระบายออกหมดทุกวัน เพื่อให้อ่างเพียงพอกับปริมาณน้ำฝนที่จะตกในอีก 2 เดือนข้างหน้า ส่วนแม่น้ำยม น้ำในเขต จ.สุโขทัย เริ่มนิ่งแล้ว รวมถึงที่ อ.บางระกำ ด้วย โดยระดับน้ำอยู่ที่ 11.08 เมตร สูงกว่าระดับวิกฤตที่ 7.15 เมตร เหลืออีก 10 ซ.ม. ระดับน้ำที่ท่วม อ.บางระกำ จะเทียบเท่าปี 2538

เกจิดังสองแควแนะแก้ท่วม

พระ มงคลสุธี หรือหลวงปู่แขก เกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าอาวาสวัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บางระกำ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่นายกฯ จะเดินทางเข้ามานมัสการในวันที่ 28 ส.ค. ก็อยากเสนอแนวคิดการแก้ไขน้ำท่วม โดย อ.บางระกำ มีคลองเล็กคลองน้อยมากมาย จึงอยากเสนอให้ทำคลองเทียม จาก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ถึงอ.โพ ทะเล จ.พิจิตร จากนั้นให้ขุดคลองที่มีอยู่เดิมประมาณ 10 คลอง อาทิ คลองปากพระ คลองพระพาย คลองกรุงกรัก คลองยันต์พันคลอง คลองสามง่าม แต่ละคลองให้ขุดมาเชื่อมกับแม่น้ำเทียม เพื่อใช้เป็นคลองที่สามารถระบายน้ำไปยัง จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร และ จ.นครสวรรค์ ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเขื่อนแก่งเสือเต้น ด้วยการทำคลองให้มีขนาดความลึก 6 เมตร กว้าง 20 เมตร ทำประตูเปิดปิด ให้สามารถเก็บไว้ในคลองได้จำนวนมาก เพราะระยะทางต่อคลองยาวไม่ต่ำกว่า 50 กิโล เมตร จะทำให้เรามีน้ำกักเก็บไว้จำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีเขื่อนแก่งเสือเต้น มองดูแล้วมีความเป็นไปได้ใช้งบประมาณดำเนินการไม่กี่ร้อยล้านบาทแต่สามารถ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงๆ

พิษณุโลกขอชดเชยเพิ่ม

นาย วิศว วิศวชัยวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ที่ ครม.อนุมัติเงินชดเชยนาข้าวเสียหายไร่ละ 606 บาทนั้นไม่เพียงพอแน่ เพราะต้นทุนต่อไร่ก็ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทแล้ว จึงควรเพิ่มเงินชดเชยให้มากกว่านี้ พร้อมกับพิจารณาลดหนี้ ลดดอกเบี้ยลูกค้า ธ.ก.ส.ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมทั้งภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร โดยเฉพาะเจ้าหนี้เกษตร กร ภาคธุรกิจจำหน่ายพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ให้สินเชื่อเกษตรกรนำปัจจัยการผลิต มาลงทุนก่อน ช่วยลดหนี้ให้กับเกษตรกรที่นาข้าวได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมปีนี้จะยืด เวลาการชำระหนี้ หรือลดหนี้บางส่วน

"พิจิตร"ท่วมทั้งจังหวัดแล้ว

ที่ จ.พิจิตร นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินจากอุทกภัยเพิ่มเติมอีก 2 อำเภอ คือ อ.วังทรายพูน และ อ.สากเหล็ก รวมเป็น 12 ครบทั้งจังหวัดแล้ว โดยระดับแม่น้ำยม ที่ อ.โพ ทะเล อยู่ที่ 8.56 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤต 1.61 เมตร แม่น้ำน่าน ที่ อ.เมืองพิจิตร อยู่ที่ 11.30 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤต 1.09 เมตร ประกอบกับมีน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลบ่าสมทบบวกเข้ามาอีกจำนวนมาก ทำให้น้ำพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม จากที่มีน้ำท่วมขังสูงอยู่ก่อนหน้านี้มานานเกือบหนึ่งเดือนแล้วนั้นได้เพิ่ม ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

น้ำเซาะทางขาด

สำหรับ สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มแม่น้ำน่านทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง หลังจากมีน้ำ ป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลหลากลงมาสม ทบกับน้ำในแม่น้ำน่านที่เอ่อล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมเส้นทางการเดินรถไฟสายเหนือ ระหว่าง สถานีรถไฟพิจิตร ถึงสถานีรถไฟวังกรด อ.เมือง พิจิตร กระแสน้ำได้กัดเซาะดินและหินขนาดใหญ่ ที่ใช้เป็นฐานรองพื้นรางรถไฟระหว่างเสาโทรเลขที่ 344/7-8 ต.คลองคู้ หายไปทั้งแถบทำให้เหลือแต่เหล็กรางรถไฟกับหมอนคอนกรีตแขวนลอยอยู่ ขณะที่บริเวณรางรถไฟช่วงสถานีบางมูลนาก ถึงสถานีหอไกร อ.บางมูลนาก น้ำเอ่อท่วมรางรถไฟบางจุด ส่งผลกระทบต่อการเดินรถไฟในเส้นทางสายเหนือทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวล่อง

โดย นายบุญเกียรติ จั่นซื่อ สารวัตรบำรุงทางแขวงพิษณุโลก รฟท. ต้องระดมเจ้าหน้าที่คนงานกว่า 30 คน เข้าซ่อมแซมจุดที่น้ำกัดเซาะดินและหินรองหมอนรางรถไฟโดยเร่งด่วน ด้วยการ นำดินและหินขนาดใหญ่มาถม และอัดแน่นด้วยเครื่องจักรกลในจุดที่น้ำกัดเซาะปักหลักไม้ ป้อง กันดินถูกกระแสน้ำกัดเซาะ ซึ่งขบวนรถไฟทุกขบวนที่ผ่านจุดดังกล่าวต้องชะลอความเร็วรถไฟต่ำที่สุดประมาณ 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายและการเกิดอุบัติเหตุ

ที่ อ.บางมูลนาก น้ำยังท่วมต่อเนื่องในเขตเทศบาลเมือง นอกจากนี้น้ำป่าจากเพชรบูรณ์ไหลท่วมถนนทางหลวงบางมูลนาก-วังงิ้ว สูงกว่า 50 ซ.ม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้

"น่าน"ฝนถล่มสะพานขาด

ที่ จ.น่าน เจ้าหน้าที่อบต.นาทะนุง อ.นาหมื่น และแขวงการทางที่ 1 น่าน ต้องใช้รถแบ๊กโฮบรรทุกชาวบ้านและเด็กนักเรียนฝ่ากระแสน้ำจากลำห้วยฮ้อ เข้าไปยังหมู่บ้านปากนาย เนื่องจากสะพานบ้านห้วยฮ้อ หมู่ที่ 12 ต.นาทะนุง ถูกน้ำพัดขาดหลังเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องเมื่อตอนเย็นวันที่ 25 ส.ค. ทำให้ชาวบ้านและนักเรียนที่จะเดินทางเข้าไปยังอีก 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยเลา บ้านเขาแก้ว และบ้านปากนาย ต.นาทะนุง กว่า 100 คน ตกค้าง เข้าบ้านไม่ได้ ห่างจากจุดสะพานขาด 10-19 กิโลเมตร

นอกจากนี้ น้ำจากลำห้วยกึ๋นยังกัดเซาะคอสะพานบ้านนาทะนุง ต.นาทะนุง จนรถไม่สามารถ ผ่านได้ ขณะเดียวกันยังเกิดดินสไลด์ลงมาในหมู่บ้านเขาแก้วหลายจุด ทั้งถนนทางเข้าหมู่บ้านระหว่างบ้านห้วยเลากับบ้านเขาแก้ว บ้านเรือนเสียหาย 2 หลัง

น้ำป่าซัด"แม่ฮ่องสอน"

ที่จ.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกหนักที่ต.ห้วยผา อ.เมือง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และต้นไม้ขนาดใหญ่เส้นรอบวง 3 เมตร ล้มปิดทับเส้นทางหลวงสาย 1095 แม่ฮ่องสอน-ปาย ซึ่งเป็นถนนสายหลักไปยังอำเภอปางมะผ้า-ปาย เจ้าหน้าที่เร่งตัดไม้เปิดทาง

นอกจากนี้ น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาต่างๆ ไหลลงสู่แม่น้ำแม่สะงี ทำให้เกิดดินสไลด์หลายจุด โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางจากบ้านห้วยทรายขาวไปสู่ช่องทางการค้าชายแดนบ้านห้วย ผึ้ง ทำให้ยานพาหนะที่บรรทุกสินค้าจากไทยส่งไปพม่า ที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าว ไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ ทำให้การค้าชายแดนช่องทางดังกล่าว ต้องชะงักลงโดยสิ้นเชิง และคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการตักดินออกจากถนนไม่ต่ำกว่า 3 วัน เนื่องจากดินภูเขาบริเวณดังกล่าว มีน้ำซับอยู่ตลอดและยังคงมีการเคลื่อนตัวของดินจากบนยอดเขาลงมาเรื่อยๆ

น้ำเซาะหวั่นบ้านพัง

ที่ จ.ลำปาง ฝนตกหนักที่อ.ห้างฉัตร จนเกิดน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติขุนตาล สมทบในลำห้วยแม่ตาล ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่บ้านแม่ตาลน้อย หมู่ 8 ต.เวียงตาล ถนนภายในหมู่บ้านถูกน้ำซัดขาด รถทุกชนิดเข้าออกไม่ได้ ต้องอาศัยการเดินข้ามรางรถไฟที่ผ่านหมู่บ้านอย่างเดียวซึ่งก็อันตรายมาก เบื้องต้นพบความเสียหายคือ คอสะพานทรุดสองแห่ง และถนนภายในหมู่บ้านถูกน้ำกัดเซาะเสียหายหลายแห่ง นอกจากนี้ บ้านเลขที่ 22/4 บ้านของนาง สีลา จันทร์ดี ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งเข้าไปถึงตัวบ้าน ซึ่งกระแสน้ำไหลเชี่ยวและแรง เจ้าของบ้านจึงกลัวบ้านจะทรุดลงมาได้ตลอดเวลา และยังมีบ้านเลขที่ 7/5 ของนางเทียมจันทร์ ใจวรรณ์ ถูกน้ำห้วยแม่ตาลกัดเซาะที่ดินไปกว่า 5 เมตร ถึงแม้จะนำกระสอบทรายและไม้มาปักเป็นแนวกัน แต่ก็ยังไม่สามารถทนกระแสน้ำที่ไหลหลากอย่างรุน แรงได้

ราง"ขุนตาน"ก็ขาด

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุดินทรุดตัวยาวประมาณ 500 เมตร จนทำให้รางรถไฟขาด ที่ก.ม.684/9 สถานีรถไฟถ้ำขุนตาน โดยนายรังสรรค์ แตงเลี่ยน สารวัตรแขวงการทางลำพูน รฟท. เผยว่า เบื้องต้นได้นำรถแบ๊กโฮ 3 คัน มาทำงานปรับพื้นที่ตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อเปิดเส้นทางน้ำให้อ้อมจุดเกิดเหตุทางทิศตะวันตก ให้ทางน้ำไหลผ่านไปโดยไม่กัดเซาะเพิ่มขึ้น ซึ่งหากฝนไม่ตกมาอีกเชื่อว่า 3 วันน่าจะปรับพื้นที่และเปิดใช้ทางรถไฟได้ตามปกติ

"เชียงใหม่"โคลนถล่มดับ

ที่ จ.เชียงใหม่ เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อ.ไชยปราการ และอ.ฝาง จนเกิดน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว โดยที่อ.ไชยปราการ มีชาวบ้านกำลังจะเข้าไปช่วยญาติที่บ้านถูกน้ำท่วม แต่กลับถูกโคลนซัดหายไปต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน โดยที่ไม่สามารถช่วยได้ทัน จึงได้ประสานขอกำลังชุดกู้ภัยทต.ไชยปราการ ช่วยงมหาศพจนพบ ทราบชื่อว่านายจันทร์แก้ว บัวลง อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 206 หมู่ที่ 3 บ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.ไชยปรา การ ส่วนที่อ.ฝาง น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ต.สันทราย ต.เวียง ต.แม่ข่า และต.แม่สูน ชาว บ้านต้องขนสิ่งของขึ้นที่สูง โดยน้ำพัดลูกวัวหายไป 1 ตัว

"เชียงราย"ท่วมตลาดชายแดน

ที่ จ.เชียงราย น้ำป่าจากสันเขาหลายแห่งไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยสัก และอ่างเก็บน้ำแม่ข้าวต้ม ซึ่งเป็นอ่างดินขนาดเล็ก จนไม่สามารถรับปริมาณน้ำไว้ได้ ล้นอ่างไหลบ่ามาตามลำห้วยแม่ข้าวต้มทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรกว่า 50 หลังคาเรือน บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำในการสัญจรไปมา และน้ำมีกระแสเชี่ยวกราก

ขณะ เดียวกันทำให้เกิดน้ำท่วมถนนสาย อ.แม่จัน จ.เชียงราย กับ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกไฟแดงแม่จัน บางจุดมีระดับน้ำสูง 50 ซ.ม. นอกจากนี้ น้ำยังท่วมเทศบาลนครเชียงราย บริเวณถนนพหลโยธินสายเก่า ถนนวินิจฉัยกุล ถนนสถานพยาบาล ระดับน้ำลึกตั้งแต่ 30-60 ซ.ม.

ที่ อ.แม่สาย น้ำป่าจากเทือกเขาในประเทศพม่าไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำสายที่กั้นพรมแดน ไทย-พม่า จนทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งตลาดชายแดน อ.แม่สาย และ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า พ่อค้าแม่ค้าต้องขนย้ายสินค้าข้าวของขึ้นไปไว้ที่ปลอดภัย

พังงา-ภูเก็ตคลี่คลายแล้ว

ที่ จ.พังงา ระดับน้ำลดเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตามบ้านของนายเลี้ยง แหวนทอง อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 8 ม.5 บ้านทุ่งนางดำ ต.คุระ อ. คุระบุรี ทรุดตัวลง ทำให้ครอบครัวไปนอนค้างแรมอยู่ที่ศาลาอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน นอก จากนั้น ยังมีสะพาน 2 แห่งที่ถูกตัดขาด โรง เรียนทั้ง 7 แห่ง ของอ.คุระบุรี ต้องหยุดการเรียนการสอน

ที่จ.ภูเก็ต สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ป่าตอง กลับเข้าสู่ภาวะปกติ รถยนต์สามารถสัญจรจากตัวเมืองภูเก็ต ไปยังเขตป่าตองได้แล้ว อย่างไรก็ตามมีเสาไฟฟ้าล้มบางจุดจากลมพัดและฝนตกหนัก อย่างไรก็ตามที่โรงพยาบาลป่าตอง ยังมีน้ำท่วมขังที่ลานจอดรถ และพื้นที่ห้องเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ได้เร่งสูบน้ำระบายออก ส่วนการรักษาผู้ป่วยทางโรงพยาบาลรับเฉพาะผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยฉุกเฉินเท่า นั้น ทั้งนี้ทางจังหวัดได้ประกาศเขตภัยพิบัติ และเฝ้าระวังจับตาจุดเสี่ยงภัยดินถล่มริมเชิงเขา ที่มีการสร้างที่อยู่อาศัย ในเขตป่าตอง กมลา และกะทู้ หากมีฝนตกลงมาอีกอาจเสี่ยงต่อภัยดินถล่มได้
Share this article on :

0 comments:

Post a Comment

 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.