มันฯ มือเสือ
เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดเสียงวิจารณ์ตามมา บ้างวิจารณ์ในภาพรวม บ้างวิจารณ์เป็นรายบุคคล
เท่า ที่ประมวลจากข่าวสารในรอบ 2-3 วันที่ผ่านมา ดูเหมือนจะมีรัฐมนตรี 2 คนตกเป็นเป้ามากที่สุด คือ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ กับนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ
เสียงวิจารณ์ถึง 2 คนนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ทั้งคู่ไม่เคยมีประสบการณ์หรือดีกรีเกี่ยวกับผลงานด้านการต่างประเทศและด้าน การศึกษามาก่อน
โดยเฉพาะนายสุรพงษ์ ดูเหมือนจะโดนหนักกว่านายวรวัจน์อยู่บ้าง ตรงที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับนายใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศมากกว่า
ก็เลยถูกมองว่าถูกส่งเข้ามาทำงานเพื่อช่วยเหลือนายใหญ่ ให้ได้กลับประเทศไทยได้โดยสะดวก
เริ่ม จากการคืนพาสปอร์ตแดง หรือพาสปอร์ตทางการทูตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกสื่อมวลชนและพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามดักคอทันทีตั้งแต่ยังไม่ทันเข้ากระทรวง
ซึ่งนายสุรพงษ์ตอบ แบบแบ่งรับแบ่งสู้ คือไม่ได้บอกว่าจะคืนหรือไม่คืน เพียงแต่บอกขอเวลาศึกษาดูก่อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกก็ต้องทำให้ถูก
อย่างไรก็ตาม ถึงข้อเท็จจริงจะมีอยู่ว่านายสุรพงษ์ จบด๊อกเตอร์ทางวิศวกรรม ในชีวิตไม่เคยเป็นทูต
ใน ทางการเมืองก็ไม่เคยเป็นรัฐมนตรี แค่เคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการการคลัง ของสภาผู้แทนฯ เท่านั้น ซึ่งถือเป็นงานฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่งานฝ่ายบริหาร
แต่การตั้งป้อมโจมตีกันตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงาน จะว่าไปแล้วก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกวิจารณ์เท่าไหร่นัก
คืออย่างน้อยควรเปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้ทำงานพิสูจน์ฝีมือสักระยะ จะสามเดือนหรือหกเดือนก็ว่ากันไป
เพราะ ถ้าจะเอาเรื่องประสบการณ์เป็นตัวตั้ง ก็อยากให้ย้อนกลับไปดูรัฐมนตรีคนก่อน นายกษิต ภิรมย์ มีดีกรีเป็นถึงอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศใหญ่ๆ ทั้งรัสเซีย เยอรมัน ญี่ปุ่น สหรัฐ
แต่พอมาเป็น รมว.การต่างประเทศก็เห็นกันอยู่ว่าผลงานด้านการสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศนั้น
เละตุ้มเป๊ะขนาดไหน
0 comments:
Post a Comment