คอลัมน์ เศรษฐกิจติดดิน
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
ใน ช่วง 7 เดือนแรกของปีི นักลงทุนต่างประเทศซื้อตราสารหนี้สุทธิกว่า 5.9 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปริมาณซื้อสุทธิในปีཱ ทั้งปีที่อยู่ที่ 3.2 แสนล้านบาท
ส่วนตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงที่เหลือของปีི อาจยังคงให้ภาพที่ไม่แตกต่างมากนักจากในช่วง 7 เดือนแรก จากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ปัญหาหนี้ในยุโรปและสหรัฐ
ตลอด จนการเร่งตัวของเงินเฟ้อในภูมิภาคเอเชีย อันเป็นปัจจัยให้ทางการมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าคงจะส่งผลให้กระแสเงินทุนยังมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทยต่อเนื่อง ทำให้การเข้าซื้อสุทธิในตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติยังคงน่าจะอยู่ใน ระดับสูง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะปัจจัยภายในประเทศ เศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะยังมีโมเมนตัมของการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปีི ประกอบกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการเมืองที่มีความชัดเจนมากขึ้น จึงมองว่าสภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงที่เหลือของปีི น่าที่จะยังคงเอื้อต่อความต้องการระดมทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน
แม้ ว่าอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้อาจมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามการทยอยปรับ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทางการไทย เพื่อดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ แต่การทยอยฟื้นตัวของภาคการผลิตในญี่ปุ่นและเศรษฐกิจโลก ตลอดจนการลงทุนของภาครัฐที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการในการระดมทุนของภาครัฐและเอกชนต่อเนื่อง
ใน ขณะที่ความต้องการลงทุนจากนักลงทุนรายย่อยที่น่าจะยังมีอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นมาพอสมควร ส่วนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อีกทั้งการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น ก็น่าจะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน
โดย ประเมินว่าปริมาณการออกหุ้นกู้เอกชนในปีི อาจใกล้เคียงกับปีཱ ที่ประมาณ 2.4-2.5 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทผู้ออกหุ้นกู้น่าที่จะมาจากหลายอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ อาทิ บริษัทในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
อันจะเป็นโอกาสสำหรับการกระจายการลงทุนสำหรับผู้ออมด้วยเช่นกัน
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 comments:
Post a Comment