"ปู"มอบนโยบายบิ๊กขรก. ตั้ง"พัลลภ"กุนซือนายกฯ ทูตมะกันรุดพบมท.ยุทธ
"ปู"แถลง - น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ประชุมชี้แจงนโยบายบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล โดยมีหัวหน้าส่วนราช การทั้งหมดเข้ารับฟัง ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 26 ส.ค. |
"ปู"เปิดทำเนียบประชุมบิ๊กขรก.
เมื่อ เวลา 09.15 น.วันที่ 26 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมชี้แจงนโยบายของรัฐบาลและจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ต่อหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้นำเหล่าทัพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้ง นี้นายกรัฐมนตรีใช้เวลาชี้แจงนโยบายกับหัวหน้าส่วนราชการประมาณ 35 นาที โดยอธิบายถึงนโยบายของรัฐบาลทั้งหมดที่แถลงต่อรัฐสภา ทั้งนโยบายเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ การเยียวยาและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางด้านการเมือง ตั้งแต่ช่วงปลายของการใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งเป็นการเยียวยาทั้งภาคประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบการ และการเยียวยาเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ การสนับสนุนการตรวจสอบและค้นหาความจริงของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหา ความจริง(คอป.) ให้เป็นไปอย่างอิสระ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีความอิสระ และเลือกโดยภาคประชาชน ซึ่งจะให้ความอิสระเช่นเดียวกับ คอป. และไม่ได้เร่ง แต่สามารถทำได้ก่อนในปีแรก รวมทั้งการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งการขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน และรายได้ปริญญาตรี 15,000 บาท ลดราคาน้ำมัน การลดภาษีนิติบุคคล เป็นต้น
ประชาชนคือลูกค้าสำคัญ
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว อีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่ต้องทำภายใน 4 ปี แบ่งเป็น 7 เรื่อง ได้แก่ 1.นโยบายความมั่นคง ซึ่งอยากเห็นการเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเป็นรูปธรรม และอยากเห็นการเสริมสร้างศักยภาพกองทัพเพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และฝากเรื่องกำจัดปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมให้หมดไป 2.นโยบายเศรษฐกิจ อยากเห็นการลงทุนทั้งภาคการผลิต บริการ และภาคเกษตร 3.สังคมและคุณภาพอาชีพ โดยต้องเน้นวางรากฐานเพื่อให้เด็กแข่งขันกับอาเซียนได้ เช่นเดียวกับครู รัฐบาลพร้อมให้กำลังใจและสนับ สนุน ที่สำคัญอยากเห็นหน่วยงานที่จะมาบูรณาการเรื่องของเด็กและสตรีอย่างจริงจัง 4.นโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขอเน้นย้ำเรื่องแก้ไขปัญหาน้ำ ป่าไม้ทั้งระบบ โดยต้องหาหน่วยงานที่มาทำหน้าที่รณรงค์เพื่อให้มีการป้องกันระยะยาว 5.นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยากให้สร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยมากขึ้น 6.นโยบายการต่างประเทศ และเศรษฐกิจต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ความรอบคอบและความละเอียดอ่อนสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศ และประเทศไทยต้องยืนให้ได้ในฐานะผู้นำอาเซียน 7.การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยต้องพัฒนาบุคลากร และเครื่องมือต่างๆ ให้เพียงพอ ที่สำคัญคืออยากเห็นหัวใจการบริการอย่างมืออาชีพและยึดหลักนิติ ธรรม ธรรมาภิบาล และความโปร่งใส วันนี้เราเก็บภาษีจากประชาชน เราต้องถือว่าประชาชนคือลูกค้าสำคัญที่เราต้องให้บริการ
ห้องทำงานเปิดรับทุกท่าน
"ดิฉัน อยากเห็นการทำงานแบบบูรณาการ เพราะจะทำให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว เราจะทำงานทั้งแบบแท่งตรงคือรายกระทรวง และแนวนอนก็ต้องเร่งให้เกิดขึ้น อีกเจตนารมณ์หนึ่งที่ดิฉันอยากให้ทุกท่านสบายใจคือรัฐบาลนี้เราไม่แก้แค้น เราไม่มีคำนี้ เราอยากเห็นความสามัคคีปรองดองเกิดขึ้น แต่อยากให้ทุกท่านทำงานอย่างเต็มที่ ขอให้ทำงานเพื่อสนองกับความต้องการของพี่น้องประชาชน สนองการบริการอย่างมืออาชีพ ที่สำคัญอยากขอให้ทำงานตามนโยบายที่รัฐบาลได้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน ขอฝากความมุ่งมั่นอันนี้ และอยากเห็นการทำงานที่ซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส เพราะวันนี้ตัวเลขที่น่ากลัว และถือเป็นโอกาสสำหรับพวกเราในการกู้ชื่อเสียงนี้ คือดัชนีความโปร่งใสของประเทศไทยในปี 2553 เราอยู่เพียง 3.5 จากคะแนน 10 เราต้องแก้ไขเรื่องนี้เร่งด่วน ต้องกอบกู้ชื่อเสียงของไทยคืนมา ดิฉันอยากเน้นว่าเราต้องไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น นโยบายต้องทำ แต่คนดีต้องดูแลและรักษา แต่เรื่องระบบการตรวจสอบทุจริตต่างๆ เราจะทำอย่างจริงจัง และขอให้สบายใจ ไม่มีระบบซื้อขายตำแหน่ง ห้องดิฉันพร้อมเปิดรับคำแนะนำและการร้องเรียนจากทุกท่าน ขอให้กำลังใจทุกท่าน และขอให้ทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าทุกท่านทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ รัฐบาลพร้อมสนับสนุน เพราะวันนี้เราคือทีมงานเดียว กัน ข้าราชการทุกคนถือเป็นกำลังสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนงานและนโยบายต่างๆ ดิฉันอยากเห็นการทำงานที่เป็นทีมเวิร์กเดียวกัน เพราะโดยรัฐบาลลำพังคงทำงานไม่สำเร็จถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน และทุกภาคส่วน" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
นายกฯกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอฝากโครง การพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ค้างอยู่หลายโครงการ ขอให้เร่งรัดโครงการต่างๆ เหล่านี้โดยเร็ว ตนพร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือหากการทำงานมีอุปสรรค โดยเฉพาะเรื่องน้ำ รวมทั้งขอให้ร่วมมือจัดงานเฉลิมฉลองในวาระเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาอย่างสมพระเกียรติ และขอให้ทุกหน่วยงานน้อมรับพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ บรมราชินีนาถ ในเรื่องยาเสพติดด้วย อย่างไรก็ตามขอให้ดูแลผู้เสพด้วย ต้องถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลรักษา เราไม่เน้นเรื่องปราบปรามอย่างเดียว การปราบปรามต้องทำอย่างจริงจัง แต่ต้องดูแลผู้เสพ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ด้วย นอกจากนี้ขอให้ดูแลแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยส่งเสริมเศรษฐกิจในภาคใต้ให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงลงได้ ทั้งนี้การทำงานทั้งหมด อยากให้ยึดแนวพระราชทานของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
"วันนี้เรามาทำความเข้าใจร่วมกัน แต่เข้าถึงนั้น ดิฉันไม่สามารถเข้าถึงได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนราชการ" นายกฯกล่าว
อยากเห็นสามัคคีปรองดอง
นายกฯ กล่าวอีกว่า เนื่องจากงบประมาณประ จำปีเรายังไม่ได้ทำ จึงมีงานที่ต้องเร่งใน 2 ส่วนคือ เตรียมงานนโยบายของใหม่ ขณะเดียวกันงบประมาณ และแผนบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องทำโดยเร็ว โดยขอความร่วมมือรองนายกฯ รมต. และหัวหน้าส่วนราชการ 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.เร่งจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบ บูรณาการ(ก.น.จ.) โดยขอฝากผู้ว่าฯซีอีโอทุกคนไปดูแลและทบทวนแผนงานที่วางไว้ด้วยว่าสอดคล้อง กับทิศทางที่ทำงานร่วมกันหรือไม่ ส่วนไหนที่ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจก็ขอให้ช่วยกันประหยัดงบประมาณ 2.กลไกการทำงานของรัฐบาล ซึ่งต้องบูรณาการงานร่วมกัน ตนรู้สึกตกใจที่ทราบว่าวันนี้เรามีคณะกรรมการชุดต่างๆ ทั้งหมดถึง 282 คณะ ถือว่าเยอะมาก เราเสียเวลากับการประชุมคณะกรรมการต่างๆ จึงขอให้หัวหน้าส่วนราชการได้ทบทวนและหารือกับรมต.แต่ละกระทรวง ตรงไหนปรับลดได้ก็ให้ปรับลด เพราะเราเน้นประ สิทธิภาพมากกว่าปริมาณ จะได้มีเวลาทำงานภายในหน่วยงานมากขึ้น โดยขอให้ยืนยันกลับมาภายในวันที่ 13 ก.ย.
ดูซาก - พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เยี่ยมดูเมืองเคเซนนุมะ จ.มิยางิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติสึนามิอย�างรุนแรง โดยมีรองนายกเทศมนตรีเมืองเคเซนนุมะคอยต้อนรับ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. |
"ขอบ คุณทุกภาคส่วนอีกครั้ง เพราะตลอดเวลา 3 วันของการแถลงนโยบาย และการจัดทำนโยบายต่างๆ รบกวนทุกหน่วยงานมามาก จนวันนี้ที่เรามีโอกาสได้ทำงานจริงจัง ดิฉันเองก็ตื่นเต้น และอยากหาโอกาสไปเยี่ยมทุกท่าน ให้กำลังใจ และขอรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ เพราะเราเองอยากทำงานแบบ 2 ทางในการปรับปรุงงานต่างๆ อีกสิ่งที่อยากเห็นและเป็นความจริงใจจากรัฐบาลและครม.ทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าทุกคนมีเจตนารมณ์เดียวกัน คืออยากเห็นประเทศก้าวไปสู่ความสามัคคีปรองดอง จุดนี้จะทำให้ต่างประ เทศมีความมั่นใจและเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ที่จะทำให้เศรษฐกิจใน ประเทศเจริญเติบโตอย่างถาวรด้วย เพราะจะมีทั้งการจ้างงานในประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศ ที่สำคัญหากมีความสามัคคีปรองดองบรรยากาศความสงบและความสุขจะกลับคืนมา สำหรับคนไทยๆ" นายกฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายน.ส.ยิ่งลักษณ์ขอหารือกับผู้เข้าร่วมประชุมในเรื่องรณรงค์การแต่ง กายด้วยผ้าไทยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทย และศิลปะพื้นบ้าน แต่แนะ นำว่าควรนัดกันสวมใส่ให้ตรงกันเพื่อความเป็นเอกภาพ และคนดูจะได้ชื่นใจ เช่น ทุกวันอังคารที่มีประชุมครม.
ไม่ได้เบิร์ธเดย์เพราะ"ป๋า"ปิดบ้าน
จาก นั้นเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เวลา 15.30 น.นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะ 12 คน เข้าพบ
ต่อมาผู้สื่อข่าวถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ไม่ไปอวยพรวันคล้ายวันเกิดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์หยุดอึ้งก่อนตอบว่า "ท่านไม่ได้เปิดบ้านค่ะ" เมื่อถามว่าจะติดต่อประสานเพื่อขอเข้าพบหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ตอบ โดยพูดเพียงว่า "ก็ท่านไม่ได้เปิดบ้าน"
ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวระหว่างมอบ นโยบายการบริหาราชการแผ่นดิน ที่มีนายกฯเป็นประธาน ตอนหนึ่งว่า การทำงานของข้าราชการการนั้นต้องเรียงลำดับความสำคัญเพื่อประหยัดเวลา และให้ได้ผลตรงตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจัง ซึ่งการจัดทำแผนบริหารราชการแผ่นดินและแผนงบประมาณต้องมาจากจังหวัดและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแผนจะต้องสอดคล้องกับแผนบริหารราชการแผ่นดินเช่นเดียวกัน โดยแผนบริหารราชการแผ่นดินต้องผ่านความเห็นชอบจากรมต.เจ้ากระทรวงและรอง นายกฯที่รับผิดชอบกระทรวงนั้นๆ ดังนั้นข้าราช การทั้งหลายถือเป็นหลักของบ้านเมืองกันทุกคน
"เหลิม"ขอ2สัปดาห์โชว์วิสัยทัศน์
ขณะ ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯแบ่งงานให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและแก้ไข ปัญหายาเสพติด อาชญากรรมและบ่อนการพนันว่า ขอเวลาอีก 2 สัปดาห์ที่จะแสดงความคิดเห็นและบอกถึงแนวทางการทำงาน หากพูดอะไรตอนนี้ถือว่าใหม่เกินไป แต่สำหรับปัญหายาเสพติดนั้น ตนปราบยาเสพติดมาตั้งแต่เป็นร.ต.ท.หลับตามองเห็นภาพ และเป็นคนตั้งบช.ปส.สมัยนายกฯพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ถือเป็นงานถนัด แต่ขอเวลา 2 สัปดาห์จะชี้แจงรายละเอียด
ยังไม่คิดย้ายผบ.ตร.-ดีเอสไอ
เมื่อ ถามว่ากล้าประกาศหรือไม่ว่ารัฐบาลนี้ยาเสพติดและบ่อนพนันจะลดลง รองนายกฯกล่าวว่า ตนไม่กล้าประกาศแต่ขอให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ เมื่อถามถึงกระแสข่าวโยกย้ายพล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. รองนายกฯตอบว่า ยังแสดงความคิดเห็นไม่ได้ ขอเวลา 2 สัปดาห์ เมื่อถามว่าอีก 2 สัปดาห์ก็เข้าสู่ฤดูโยกย้ายข้าราชการพอดี ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดว่าจะต้องย้ายภายใน 15-30 วัน ไปคิดกันเอง ตนยังไม่ได้มีความคิดเรื่องย้ายผบ.ตร.เลย เมื่อถามว่าหากย้ายจริงจะเกิดเสียงครหาและแรงกระเพื่อมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวย้ำว่า "ขอไม่แสดงความคิดเห็น ฝนยังไม่ตก แดดยังไม่ออก อย่าเพิ่งกางร่ม"
ผู้สื่อข่าวถามว่าการกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมจะ เช็กบิลข้าราชการหรือไม่ โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รองนายกฯกล่าวว่า ตนเพียงกำกับดูกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้เป็นรมว.ยุติธรรม อย่างมากนายกฯคงอาจมอบหมายให้ไปเป็นประธานคณะกรรมการดีเอสไอ แต่อย่าได้กังวลไปเลย ถ้าตนเป็นประธานจะแสดงความคิดเห็นว่าการทำงานของดีเอสไอมันต้องพิเศษจริงๆ ไม่ใช่คดีมโนสาเร่ คดีเล็กคดีน้อยอย่าไปยุ่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษชื่อก็บอกชัดเจนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าจะเช็กบิลนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นหน้าที่รมว.ยุติธรรม ไม่ใช่ตน
รุดร.พ.ตำรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่
ต่อ มาเวลา 14.30 น.ที่โรงพยาบาลตำรวจ ร.ต.อ.เฉลิมเข้าเยี่ยมตำรวจที่บาดเจ็บจากการปฏิ บัติหน้าที่กว่า 10 นาย โดยมีพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท. พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. และคณะแพทย์ ตำรวจให้การต้อนรับ จากนั้นร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายในการกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ(ตร.) ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกฯให้มาดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเคยเป็นตำรวจมาก่อนมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับตำรวจอย่างดี อีกทั้งยังมีความรู้ด้านกฎหมาย ตนเข้าใจชีวิตตำรวจดี โดยจะให้ตำรวจใช้กฎหมายเป็นหลัก ซึ่งเป็นพื้นฐานของตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนมาอยู่แล้ว ตนจะพยายามทำงานให้ดีที่สุด บนพื้นฐานความถูกต้อง ที่สำคัญที่สุดประโยชน์ต้องตกอยู่กับประชาชน และใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่อยากให้มีการแถลงข่าวเรื่องสำนวนการสอบสวนบ่อยครั้ง เพราะเกรงกว่าคน ร้ายจะหนีการจับกุมไปได้
"หากข้าราชการตำรวจท่านใด เดือดร้อนสามารถกู้เงิน โดยจะทำโครงการออกเงินกู้ ให้สถาบันการเงินกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ต้องดูคุณสมบัติว่าอย่างไร ซึ่งไม่ได้คิดว่าจะให้ตำรวจเป็นหนี้ ไม่กู้ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ต้องการให้ไปกู้ดอกเบี้ยจากที่อื่น ทั้งนี้ต้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาว่ามีความเห็นชอบหรือไม่"รอง นายกฯกล่าว
เป็นปธ.ก.ตร.-นายกฯต้องสั่ง
ผู้สื่อข่าว ถามว่าจะเรียกความเชื่อมั่นตำรวจกลับมาหรือไม่ อย่างไร หลังเกิดกรณีตรวจสอบเรื่องบ่อนการพนันของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมา ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตนน่าจะรู้ดีกว่าคนที่นำเอาหลักฐานออกมา หากมันมีจริงก็จะปรากฏออกมาว่าจริง ไม่มีจริงก็ปรากฏออกมาว่าไม่มีจริง ทั้งนี้จะบอกว่าจะทำให้ชื่อเสียงของตำรวจสั่นคลอนคงเป็นไปไม่ได้ ตนคงทำอะไรตามใจชอบไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีกฎเกณฑ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องใช้กฎหมาย จะดำเนินการอะไรต้องตอบสังคมได้ ส่วนเรื่องบ่อนจะดำเนินการอย่างไรนั้น ยังไม่ขอแสดงความเห็น ต้องขอเวลาอีกสัก 1 สัปดาห์จึงจะบอกได้
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า การที่ตนจะมานั่งกำกับเป็นประธานก.ตร.ได้นั้น นายกฯต้องลงนามมอบอำนาจมอบหมายให้กำกับดูแลสั่งการ หมายความว่าต้องมาปฏิบัติงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนจะเป็นประธานก.ตร.หรือไม่ นายกฯต้องออกหนังสือสั่งการอีกฉบับ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ารองนายกฯรับมอบหมายไม่ได้ ซึ่งความจริงรับได้ เพราะว่าคณะกรรมการก.ต.ช. นั้น นายกฯต้องเป็นประธานเอง มอบหมายบุคคลอื่นไม่ได้ ส่วนตำแหน่งอื่นกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งวันที่ 31 ส.ค.นายกฯจะเป็นประธานประชุมก.ต.ช. ตนจะไปร่วมพิจารณาด้วย
แจงไม่มีอำนาจย้ายผบ.ตร.
เมื่อ ถามว่าจะเปลี่ยนผบ.ตร.หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การที่จะสั่งย้ายดังกล่าวตนไม่มีอำนาจสามารถทำได้ พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 มาตรา 62 การที่ผบ.ตร.จะออกจากตำแหน่ง ต้องเกิดจากความยินยอมหรือความสมัครใจ แต่สามารถนำตัวไปช่วยราชการได้ ตามอำนาจของนายกฯ
"ทำไมต้องล้างบาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติสะอาดอยู่แล้ว ยังไกลไปที่จะพูดถึง คงไม่มีใครเข้าใจตำรวจได้เท่าผม โดยใช้ความเป็นตำรวจเก่าและเป็นนักกฎหมาย ตำรวจต้องอยู่กับประชาชน ซึ่งต้องทำให้รัดกุมยุคผมซื้อตำแหน่งไม่ได้อย่างเด็ดขาด ใครที่ทำไม่ดี คิดไม่ดีต้องยุติ และเตรียมมอบนโยบายให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงดูแล ซึ่งต้องคุยกันอีกครั้ง" รองนายกฯ กำกับดูแลตร. กล่าว
"บิ๊กโก"ฟิตคุม7กระทรวง7สนง.
ด้าน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับมอบหมายกำกับดูแลด้านความมั่นคง และจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ได้รับมอบหมายให้ดูแล 7 กระทรวง และ 7 สำนัก งาน ซึ่งจะระดมไปช่วยภาคใต้ ตนสอบถามทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบว่ายังมีงานตรงไหนขลุก ขลักคั่งค้างอยู่บ้างจะได้ช่วยให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเชิญผู้ว่าฯระยองมาถามด้วยว่าโครงการมาบตาพุดยังติดอยู่ตรงไหน จะได้เร่งช่วย
"ปึ้ง"ไม่สนปชป.ยื่นถอดถอน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประ เทศ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอด ถอนจากตำแหน่งว่า ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ และไม่หนักใจ ถือเป็นสิทธิที่ประชาธิปัตย์จะดำเนินการ ตนต้องการให้ประชาธิปัตย์ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพราะถ้าเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ประชาชนจะเบื่อหน่าย ความปรองดองไม่เกิด คงไม่ต้องหาหลักฐานอะไรจากญี่ปุ่นมายืนยัน เพราะไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา ตนไม่มีหลักฐานเพราะการออกวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของรัฐบาลญี่ปุ่น
ผู้ สื่อข่าวถามว่าแต่ฝ่ายค้านมีหลักฐานเอกสารที่ระบุว่าเป็นเอกสารที่ไทยขอไป นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การที่อ้างอย่างนั้นเป็นสิทธิที่ทางญี่ปุ่นจะออกวีซ่า เพราะตนไม่มีอำนาจใดๆ สั่งการให้ญี่ปุ่นออกวีซ่า ตนคงไม่ต้องไปแก้ตัวหรือแถลงการณ์ตามที่ประชาธิปัตย์เรียกร้อง และไม่ใช่เรื่องสาระสำคัญเพราะไทยไม่ได้สั่งญี่ปุ่นออกวีซ่าแต่เป็น เอกสิทธิ์ของประเทศนั้นๆ อย่างไรก็ไม่มีนโยบายในการห้ามพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางไปไหนมาไหน
ไม่รู้เรื่อง"ทักษิณ"เข้าอังกฤษ
เมื่อ ถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศระบุว่าเตรียมเดินทางเข้า ประเทศอังกฤษ นายสุรพงษ์กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ เมื่อถามว่าแต่ข่าวระบุว่ากำลังติดต่อประสานงานสถานทูตไทยที่อังกฤษ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า ตนไม่ทราบและไม่ได้หารือกันถึงเรื่องนี้ พ.ต.ท. ทักษิณจะเดินทางไปประเทศใดเป็นเอกสิทธิ์ของประเทศนั้นๆ ที่จะออกวีซ่า
ต่อ ข้อถามว่าหากมีการร้องขอมากระทรวงการต่างประเทศจะมีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เราเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ยืนยันว่าหากใครจะขอวีซ่าไปประเทศใดเราไม่มีสิทธิยุ่งเกี่ยว เป็นไปตามกระบวนการของประเทศนั้นๆ พ.ต.ท.ทักษิณจะขอวีซ่าประเทศใดเราคงไม่สามารถรู้ได้ สำหรับเรื่องนี้คงแล้วแต่ประเทศอังกฤษ และเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ถือพาสปอร์ตไทยก็คงไม่มาประสานกับกระทรวงการต่าง ประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณถือพาสปอร์ตของมอนเตเนโกรแล้วไปขอวีซ่าประเทศใดเราก็ไม่ทราบ แล้วแต่ประเทศนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องมาประสานสถานทูตไทย กระทรวงการต่างประเทศไทยไม่รู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น
รมต.สื่ออยากเห็นช่อง 9-11
น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายกำกับดูแลสื่อ ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องมองในภาพรวมอยากเห็นช่อง 11 เป็นสถานีข่าวสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ อยากเห็นการเพิ่มพื้นที่ข่าวของท้องถิ่น ชุมชน และภาคประชาสังคมมากขึ้น รวมทั้งรายการที่ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การท่องเที่ยว และศาสนา โดยประชาสัมพันธ์จังหวัดจะมีบทบาทนำเสนอข่าวของจังหวัดมากขึ้น ส่วนช่อง 9 อสมท ที่เป็นบริษัทมหาชนและเป็นรัฐวิสาหกิจ อยากเห็นเป็นสถานีข่าวคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการบริหาร สามารถสร้างผลตอบแทนผู้ลงทุนได้ตามสมควร และนำข่าวสารด้านเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่การรับรู้ระดับอาเซียน สำหรับรายการนายกฯพบประชาชน ตนจะเสนอนายกฯในโอกาสต่อไป
ลุยรายการสร้างความขัดแย้ง
เมื่อ ถามว่าจะจัดระเบียบวิทยุชุมชนอย่างไร น.ส.กฤษณากล่าวว่า ต้องขอศึกษาก่อนแล้วจะเรียนให้ทราบ เมื่อถามว่าบางรายการทางช่อง 11 มีปัญหากับพรรคเพื่อไทยมาตลอด จะมีนโยบายดำเนินการอย่างไร รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากให้เป็นประเด็นในรายการที่มีปัญหา อยากเรียนว่าถ้ามาดูแลสื่อในภาพรวม ขอให้ย้อนดูนโยบายที่นายกฯแถลง เรื่องเร่งด่วนเป็นเรื่องปรองดอง ขณะที่รายการที่สร้างความขัดแย้งนั้นคงต้องคุยกัน ถ้าไม่ตรงกับนโยบาย ขณะที่ทีวีเสื้อเหลืองเสื้อแดงนั้นจะยังไม่ขอลงรายละเอียดขณะนี้
ส่วน การลาออกจากตำแหน่งส.ส. เพื่อเปิดโอกาสปาร์ตี้ลิสต์ลำดับถัดไปได้ขึ้นเป็นส.ส.นั้น น.ส.กฤษณากล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ ต้องดูว่าผู้ใหญ่จะว่าอย่างไร
"ฐิติมา"วาดแผนงานโฆษกรบ.
ส่วน นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีแต่งตั้งนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ซึ่งใกล้ชิดกับแกนนำคนเสื้อแดงเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ว่า อย่าไปดูว่าเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือเสื้อสีอะไร เพราะเห็นว่านายอนุสรณ์เป็นคนน่ารัก ตั้งใจทำงาน รู้ฝีมือกันอยู่และเข้ากับคนอื่นได้ดี คิดว่านายอนุสรณ์จะทำงานได้ดีและมีความรู้ด้านการเมือง ต้องการรองโฆษกรัฐบาลที่เข้ามาทำงานการเมืองมากขึ้น เมื่อถามว่าหากเกิดแรงเสียดทานจะชี้แจงอย่างไร นางฐิติมากล่าวว่า ขอทำงานต่อไป และคิดว่าไม่มีอะไรปัญหามาก โฆษกต้องทำงานเป็นทีมช่วยกันทุกเรื่อง
เมื่อถามว่ามีแนวทางการทำ งานอย่างไรเพราะตำแหน่งนี้ถือเป็นหน้าตารัฐบาลด้วย นางฐิติมา กล่าวว่า ต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งรวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้รัฐบาล ทั้งเรื่อง ปรองดองและกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือหน้า ตาของประเทศสู่สายตาอาเซียนและชาวโลก ฉะนั้น ทีมโฆษกต้องเข้าใจและทำงานเป็นทีม ที่ผ่านมาการทำงานในสภาของตนอาจเห็นว่าพูดจารุนแรงเพราะเป็นการอภิปรายไม่ ไว้วางใจ ส่วนหน้าที่โฆษกรัฐบาลตนพอเข้าใจ แต่เมื่อยังไม่เคยทำงานก่อน จึงขอโอกาสเรียนรู้ น่าจะทำได้หากได้รับความร่วมมือจากสื่อด้วย
ต่อ ข้อถามว่าจะชี้แจงกรณีรัฐบาลถูกมองว่าอยู่ภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณอย่าง ไร โฆษก รัฐบาลกล่าวว่า เรื่องนี้แทบไม่ต้องชี้แจง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยมายุ่งตั้งแต่ต้น แต่ในฐานะพี่ชายของนายกฯที่เคลื่อนตามกันมา ต้องพูดคุยกันถือเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นขอให้ไว้ใจได้ นายกฯเป็นตัวของตัวเอง
"อนุสรณ์"ชี้คนกล่าวหาไม่รู้จริง
ด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กล่าวว่า ที่วิจารณ์ว่าตนเป็นนักจัดรายการวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งชีวิตไม่เคยจัดรายการวิทยุชุมชน แต่เติบโตมาจากเวทีโต้คารมมัธยมศึกษา จากนั้นทำงานทั้งนักวิชาการ เป็นวิทยากรอบรมสัมมนา และอยู่ในสายงานสื่อสารมวลชนมาตลอด แต่บางคนอาจเห็นไปขึ้นเวทีเสื้อแดงก็คิดว่าตนเป็นโฆษกคนเสื้อแดง ความจริงไม่ใช่ ตนเป็นสื่อสารมวลชนแต่ขึ้นเวทีเสื้อแดง คนที่กล่าวหาจึงรู้ไม่จริง
"ผู้ใหญ่หลายคนเชียร์ผมเพราะเห็นพัฒนาการ และความสามารถ ที่ผ่านมาเคยได้รับทาบทามให้เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯแต่เพิ่งตอบ ตกลงในรัฐบาลนี้ จึงไม่รู้สึกกดดัน ผมเองไม่ได้เริ่มต้นมาจากศูนย์ หลังจากมีข่าวว่าผมได้รับหน้าที่นี้ก็มีคนชื่นชมยินดีว่าเหมาะสมตั้งคนได้ ตรงกับงาน" นายอนุสรณ์กล่าว
เมื่อถามว่าหลังมีตำแหน่งต้องยุติการจัด ราย การที่เกี่ยวข้องกับเสื้อแดงหรือไม่ นายอนุสรณ์กล่าวว่า ต้องดูข้อกฎหมายก่อน แต่ถ้าต้องทำให้ถูกต้องก็คงเลิกจัด ตอนนี้ตนเป็นพิธีกร 2 ราย การทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ไอนิวส์ชาแนลและเอมวีไฟน์
2พระเอก"บรู๊ค-แซม"ได้เป็นส.ส.
ที่ พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีรมต.ของพรรคลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อเปิดโอกาสผู้มีชื่อบัญชี ลำดับถัดไปได้เลื่อนขึ้นเป็นส.ส.ว่า หลังจากพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม และนายบัณฑูรย์ สุภัควณิช เลขาธิการนายกฯ ขอลาออกจากส.ส. ส่งผลให้ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค 2 คน คือ นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่ออันดับที่ 62 และนายยุรนันท์ ภมรมนตรี อันดับที่ 63 เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส. ส่วนรัฐมนตรีที่มีสถานะเป็นส.ส.จะลาออกจาก ส.ส. อีกหรือไม่นั้น เป็นการแสดงสปิริตส่วนบุคคล พรรคไม่กำหนดว่าใครต้องลาออก
โพยด่า-งูเขียวหางไหม้โผล่ปชป.
ผู้ สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อเวลา 12.00 น.บริเวณห้องน้ำหญิง ชั้น 1 อาคารมูลนิธิควง อภัยวงศ์ มีผู้นำกระดาษเขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงและดำ 2 แผ่นด่าทอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อย่างรุนแรง วางไว้ข้างอ่างล้างหน้า ส่วนอีกแผ่นเขียนปากกาเมจิกสีดำข้อความโจมตีนายอภิสิทธิ์ ดีแต่พูด เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น และเย้ยพรรคประชาธิปัตย์ (99วัน) ยังทำไม่ได้ แล้วไปโทษผู้อื่น แหลการเมือง วางไว้ด้านหลังโถชักโครก
โดยก่อนหน้านี้มีผู้พบเห็นผู้หญิง 2 คนนั่งกินกาแฟที่ร้านกาแฟภายในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์จากนั้นหายตัวไป
ต่อ มาเวลา 13.00 น.ในห้องแถลงข่าวพรรคประชาธิปัตย์ มีผู้พบงูเขียวหางไหม้ยาวประมาณฟุตครึ่ง นอนขดลำตัวติดกับเทปกาวไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ใกล้กับโพเดียมแถลงข่าว สร้างความแตกตื่นให้กับผู้สื่อข่าวและช่างภาพ จนเรียกเจ้าหน้าที่พรรคมาจับออกไป ตรวจสอบพบว่างูเขียวดังกล่าวติดอยู่กับเทปป้ายกาว ข้อความ "สัจจัง เว อมตาวาจา" คติประจำพรรคประชาธิปัตย์ คาดว่างูเขียวคงเลื้อยเข้ามาทางหน้าต่างห้องที่เปิดอยู่
"มาร์ค"เฉยๆ"ปู"ขึ้นชั้นสตรีโลก
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแบ่งงานรองนายกฯ และรมต.ประจำสำนักนายกฯ โดยร.ต.อ.เฉลิมได้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ไม่มีอะไรน่าแปลก ขอให้ทุกคนยึดมั่นประโยชน์ของประเทศ ช่วงอภิปรายที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิมมาคุยกับตนหลายเรื่อง คุยกันประจำคือทำอย่างไรให้การเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตนจึงฝากว่าในฐานะที่จะต้องมาดูแลหรือคาบเกี่ยวเรื่องความมั่นคงและการเมือง อย่าให้เกิดปัญหาที่เห็นอยู่ในขณะนี้ คือสภาพของมวลชนที่ใช้วิธีการกดดัน ข่มขู่คุกคาม มีอะไรก็ใช้กระบวนการของกฎหมาย กระบวน การยุติธรรม และกระบวนการของรัฐสภาแก้ไข
ผู้สื่อข่าวถามว่าจบการแถลงนโยบายรัฐบาล แล้วมองวุฒิภาวะผู้นำของน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การตอบคำถามในสภาเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล แต่เห็นชัดว่าคงมอบให้ร.ต.อ.เฉลิมชี้แจงเป็นหลัก จะคล้ายๆ ย้อนกลับไปสมัยพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ ยุคนั้นสภาไม่ได้เป็นที่ถูกใช้ประโยชน์ การตอบคำถามต่างๆหลายครั้งผู้รับมอบหมายก็ตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของหัวหน้ารัฐบาล ไม่อยากให้กลับไปเป็นแบบนั้น
ส่วน กรณีนิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพล ลำดับที่ 59 ของโลกนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผู้หญิงที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ก็เป็นธรรมดา แต่อยากให้ใช้ตำแหน่งสร้างประโยชน์ให้กับชาติ ยึดส่วนรวมเป็นหลัก
ปชป.สร้างสรรค์มาตลอด
นาย วิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าประชาธิปัตย์เล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ว่า ประชาธิปัตย์ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์มาโดยตลอด กระทำการตามกรอบรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และประเพณีที่ดีงามของการเมืองไทย ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ถ้าไม่ทำถือว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ด้วยซ้ำ การยื่นเรื่องถอดถอนนายสุรพงษ์ พรรคมีหลักฐานว่ารมว.ต่างประเทศทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างชัดเจน
นาย วิรัตน์กล่าวว่า วันที่ 11 ส.ค.ก่อนแถลงนโยบายรัฐบาล นายสุรพงษ์ร้องขอทูตญี่ปุ่นให้มาพบที่พรรคเพื่อไทย และร้องขอในนามรัฐบาลไทยให้ช่วยอำนวยความสะดวกพ.ต.ท.ทักษิณเข้าญี่ปุ่น เป็นการร้องขอกรณีพิเศษ แม้ช่วงแรกนายสุรพงษ์จะปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอด แต่จำนนด้วยหลักฐานเพราะเลขาธิการครม.ญี่ปุ่นแถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศญี่ปุ่นเพราะการร้องขอของรัฐบาลไทย ดังนั้นการกระทำของนายสุรพงษ์จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายชัดเจน เพราะก่อนแถลงนโยบายรมต.ยังไม่สามารถทำงานได้ และขอตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำของนายสุรพงษ์ทำตามตามคำร้องขอของผู้ใด หรือทำเพื่อตอบแทนใคร
เรียกร้อง"ปึ้ง"ผิดแล้วขอโทษ
หัว หน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทำผิดกฎหมายก็ควรต้องรับผิด ไม่ใช่โทษผู้อื่น และสุดท้ายต้องขอบคุณนายสุรพงษ์ที่ยอมรับว่าความจริงคือความจริง เพราะเรื่องนี้จริงๆ แล้วเลขาฯครม.ญี่ปุ่นแถลงว่าพ.ต.ท.ทักษิณเข้าประ เทศได้เพราะการร้องขอของรัฐบาลไทย ดังนั้นเมื่อนายสุรพงษ์ กระทำการในตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ ก่อนแถลงนโบบายจึงทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน จึงขอให้ยอมรับความจริง สังคมไทยจะได้ให้อภัย
ทูตมะกันเข้าเยี่ยมมท.ยุทธ
เมื่อ เวลา 14.00 น.ที่กระทรวงมหาดไทย นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ภายหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบหมายนายยงยุทธดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ใช้เวลาหารือกันประมาณ 1 ช.ม.
นาย ยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่า ทูตสหรัฐสอบถามถึงภารกิจเร่งด่วนว่ามีอะไรบ้าง เนื่อง จากตนได้รับมอบหมายดูแลและรับผิดชอบกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งชี้แจงไปว่ามีภารกิจเร่งด่วนหลายด้าน โดยเฉพาะงานที่ต้องร่วมมือกัน อาทิ เรื่องผู้อพยพ ยาเสพติด ส่วนงานที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ปัญหายาเสพติด และสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหารือถึงการอนุญาตให้พ.ต.ท. ทักษิณเข้าสหรัฐหรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าแปลกใจมากที่ทูตหลายประเทศ ไม่มีใครให้ความสนใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางเข้าออกประเทศไหน เพราะเขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร ใครจะเดินทางเข้าออกประเทศไหน ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์แต่ละประเทศ เราไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย
0 comments:
Post a Comment