เปิดใจ'เสื้อแดง'พ้นคุกอุดร

Friday, August 19, 2011


รายงานพิเศษ


หมายเหตุ- กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวน 22 คนซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี นานกว่า 1 ปีและได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดใจหลังได้รับอิสรภาพ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและนำมาซึ่งการถูกจับกุม



1.ปฐมาวดี วินิจจามร หรือดีเจ.ศุภารัตน์ หัตถีจร

นักจัดรายการสถานีวิทยุกระจายเสียง จ.อุดรธานี

ตอน นี้รู้สึกโล่งไปหมด หลังจากโดนขังมา 1 ปี 3 เดือน 15 วัน วันแรกๆ ที่เข้าไปถูกจับขังซอยหรือขังเดี่ยวเลย 12 วัน เขาหาว่าเป็นแกนนำ ผู้คุมเข้มมาก ห้ามใครในเรือนจำเข้าไปพูดคุยด้วย ทำให้ดิฉันน้อยใจมาก คิดว่าเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ รับประทานอาหารไม่ได้เลย

จากนั้นจึงออกมาขังรวมกับคนอื่นที่เป็นหญิงกว่า 400 คน และเจ้าหน้าที่เห็นว่าดิฉันมีความรู้ดี จึงให้เป็นบรรณา รักษ์ ในห้องสมุด

สังคม ในเรือนจำนั้น รู้สึกกดดันมาก นึกว่าชีวิตจะไม่รอดแล้ว ต้องหาหมอโรคจิตมาบำบัดแน่ แล้วคดีที่ดิฉันกับเพื่อนๆ โดนนั้น เป็นคดีที่ใหม่ต่อเขามาก มีแต่สายตาที่ไม่เป็นมิตร

พวกเราอยู่ท่าม กลางอึมครึม ถูกรังเกียจว่าเป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง เป็นพวกขบถ เป็นพวกทรราช ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องการบ้านการเมืองเลย ได้รับฟังข่าวทางเดียวจากเจ้าหน้าที่ แม้แต่โทรทัศน์ก็ไม่ได้ดูเลย แต่พวกเราพยายามไม่สร้างปัญหา พยายามเป็นมิตร ซึ่งต่อมาเขามาถาม มาพูดคุยด้วย เราก็ชี้แจงให้ฟัง

สำหรับแดนขังหญิงนั้นคับแคบมาก เนื้อที่ไม่น่าจะถึง 1 ไร่ แต่มีผู้ต้องขังถึง 400 กว่าคน ต้องนอนบนพื้นกระเบื้องเลย ทุกอย่างต้องแย่งชิงกันหมด แม้แต่ราวตากผ้า น้ำก็ไม่พออาบกัน บางวันได้อาบเพียง 3 ขันเท่านั้น น้ำก็ขุ่น แดง ก็ต้องทำใจ

ดิฉันได้ทราบข่าวว่าจะได้รับประกันในวันจันทร์ที่ 15 ส.ค. ก็พากันตั้งหน้าตั้งตารอ จนถึงเวลา 21.00 น.คืนวันอังคารที่ 16 ส.ค. จึงมีเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบและเก็บข้าวของ แล้วนำมาพบนายขวัญชัย ไพรพนา และส.ส.ที่ห้องรวม เมื่อมากันพร้อม เจ้าหน้าที่จึงนำออกมาจากที่คุมขัง

หลัง จากนี้ขออยู่กับลูกสาว และสามีก่อน จากนั้นจะทำหน้าที่จัดรายการวิทยุ ต่อไป และในวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค.นี้ พวกเราทั้งหมดจะไปรวมกันที่ชมรมคนรักอุดร เพื่อฟังคำชี้แนะของนายขวัญชัย ในการทำงานต่อไป

ต้องขอขอบคุณทุก คนที่ช่วยประกันตัวพวกเราออกมาในครั้งนี้ รวมทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด้วย ยืนยันว่าเราทำเพื่อความเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้คิดมุ่งร้ายกับใครทั้งสิ้น



2.แสงทอง ประจำเมือง

ชาวต.หมากแข้ง อ.เมือง อุดรธานี

ผม มีอาชีพเปิดร้านขายของชำอยู่ที่บ้าน ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ไปยืนถ่ายวิดีโอบันทึกเหตุการณ์อยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดร ธานี ซึ่งหลังจากสิ้นเสียงปืน ทุกคนพากันหนีหมด แต่ผมยังยืนถ่ายวิดีโออยู่ และถูกทหารคนหนึ่งมากระชากกล้องแล้วทำลายกล้องจนพังหมด ก่อนจะควบคุมผมและคนอื่นๆ ไปที่ค่ายทหารพระยาสุนทรธรรมธาดา ต.โนนสูง อ.เมืองอุดร

โดนควบคุมตัวอยู่ 2 วัน ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบสวนผมและเพื่อนๆ ทั้ง 22 คน ซึ่งตำรวจบอกว่าพวกผมโดนคดีกระทำผิด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นคดีไม่ร้ายแรง ให้รับสารภาพ เสียแค่ค่าปรับเท่านั้น ซึ่งทุกคนก็รับสารภาพกันหมด

จาก นั้นทหารบอกให้ญาติไปเสียค่าปรับที่ศาล และบอกว่าจะนำตัวส่งศาล แต่กลับนำพวกผมเข้าห้องขังที่เรือนจำกลางอุดรฯ เมื่อมาถึงในคุก ทางศาลแจ้งว่าพวกผมต้องโทษอีก 2 คดีคือ พยายามวางเพลิงเผาทรัพย์อาคารสาธารณะ สมบัติของแผ่นดิน และคดีบุกรุกโดยมีอาวุธหรือร่วมกันกระทำผิดเกิน 2 คนขึ้นไป

เมื่อ เข้าไปอยู่ในเรือนจำ รู้สึกกดดันมาก ถูกขังซอย 7 คนต่อห้องที่มีขนาด 3 x 2 ตร.ม. ไม่ได้ออกไปไหน อยู่ในห้องประมาณ 2 สัปดาห์ เขาก็นำมาขังรวมกันที่มาด้วยกัน 18 คน (เฉพาะชาย ส่วนหญิงอีก 4 คนแยกไปขังซอยหญิง) จึงค่อยดีขึ้น

ทุกเช้าที่แถวหน้าเสาธง พวกผมจะรู้สึกกดดันมาก เพราะจะมีเจ้าหน้าที่เรือนจำออกมาพูดหน้าแถวว่าพวกผมเป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง เป็นพวกขบถ เป็นทรราช ทำให้พวกนักโทษในเรือนจำ พากันเยาะเย้ยถากถางเป็นประจำ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ให้ผมไป อยู่ ฝ่ายการศึกษา ได้เรียนหนังสือ ทำงานอยู่ในห้องสมุด และได้ทราบข่าวว่าจะมีคนเสื้อแดงมาช่วยประกัน จนมาเสร็จในคืนวันอังคารที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ดีใจมาก ตอนนี้ต้องออกมาดูแลร้านต่อ ขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยประกันตัว



3.กิตติพงษ์ ชัยกัง

ชาวต.หนองไฮ อ.เมือง อุดรธานี

ผม เพิ่งอายุ 19 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป วันเกิดเหตุ ผมไปยืนดูจุดที่เผาสำนักงานเทศบาลนครอุดรฯ อยู่ใกล้ศาลากลาง และมาถูกจับกุมในวันที่ 16 มิ.ย. 2553 พร้อมกับนายเดชา คมขำ และนายบัวเรียน แพงสา

เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมที่บ้าน บอกว่ามีรูปผมอยู่ในรูปภาพในวันเผาศาลากลาง ซึ่งผมโดน 3 ข้อหาเช่นกัน และโดนขังที่สภ.เมืองอุดรฯ อยู่ 2 วัน ก็นำไปฝากขังที่เรือนจำกลางอุดรฯ อยู่รวมกับนักโทษทั่วๆ ไป

ยอมรับว่าลำบากมาก ทั้งเรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ทุกอย่าง และรู้สึกกดดันมาก เพราะถูกคนในเรือนจำพูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่า เป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง เป็นพวกทรราช และมีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลอย่างละเอียด

อีกทั้ง พวกนักโทษที่ไม่ชอบคนเสื้อแดง ก็ด่าว่ากระทบกระแทกทุกวัน แต่ผมยังโชคดีที่นายทองชัย ชัยกัง พ่อของผมซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองหูลิง บอกให้สงบสติอารมณ์ไว้ขณะมาเยี่ยม และซื้อสิ่งของมาฝาก

ขณะที่อยู่ในเรือนจำ เขาให้ผมไปอยู่ที่งานฝึกอาชีพ ทำหน้าที่สานอวน หรือถักอวน ทำอยู่กับเพื่อน 3 คน ถักอวนคนละหลัง



4.มงคล ชมคุณ

ชาวอ.เมือง อุดรธานี

ผม อาศัยอยู่กับมารดาคือนางเตือนจิต สีกุลนาวา ซึ่งผมช่วยแม่ขายข้าวมันไก่ ซึ่งในวันเกิดเหตุ เพื่อนชวนผมมาดูเหตุ การณ์ที่เผาศาลากลางจังหวัด ขณะที่ยืนดูกันอยู่ที่หน้าศาลากลาง ก็ถูกทหารเข้ามาจับกุม โดยทหารได้ใช้พานท้ายปืนตีเข้าที่หน้าผาก และเหนือคิ้วซ้าย จนทำ ให้ปวดตามาก

ช่วงที่ถูกจับกุม ผมรู้สึกห่วงแม่มาก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งแม่บอกว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแจ้งให้ทราบว่าลูกชายถูกจับจากเหตุเผา ศาลากลางจังหวัด

อีกทั้งแม่ยังบอกด้วยว่าตอนนี้รู้สึกเกลียดทหารมากที่ทำร้ายผม และจะไม่ขายข้าวมันไก่ให้กับทหารโดยเด็ดขาด



5.ธนพล มาดีประเสริฐ

ชาวต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี

ผม มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งโดนจับไปพร้อมกับนายมงคล ชมคุณ พ่อค้าข้าวมันไก่ ช่วงแรกๆ เข้าไปในห้องขังซอย นั่งร้องไห้ทุกวัน คิดถึงลูกชายที่มีอายุ 7 เดือนเศษ ข่าวคราวข้างนอกก็ไม่รู้เรื่องเลย มีเจ้าหน้าที่บางคนที่ดีๆ เข้ามาปลอบใจบอกให้ทำตัวดีๆ

ตอนนั้นจิตใจแย่มาก ต้องหันมาพึ่งบุหรี่ เขาทำเหมือนกับเราไม่ใช่คนไทยเลย โดนขังซอยถึง 10 วันก็ได้มาอยู่ห้องขังรวม 18 คน พวกเดียวกัน ก็ดีขึ้น และทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่อยากปล่อยไปรวมกับนักโทษอื่น กลัวว่าพวกเขาจะทำร้ายเอา เนื่องจากมีบางพวกเกลียดพวกเสื้อแดงมาก

ส่วนอาหารการกินต้องพึ่งญาติ เพราะอาหารในนั้นกินไม่ได้เลย สถานที่คับแคบมาก ผ้าห่ม หมอน เสื้อผ้าต้องอาศัยญาตินำเข้าไปให้

วัน ที่พวกผมเข้าไป พวกนักโทษที่ได้รับอภัยโทษพากันโกรธมาก เพราะทางเรือนจำต้องรับพวกเสื้อแดงก่อน ทำให้นักโทษที่ได้รับอภัยโทษต้องเลื่อนวันออกมา พวกเขาดุด่าพวกเรามาก แต่พวกเราเข้าใจ

คนเสื้อแดงไม่ได้ทอดทิ้งเรา พยายามจะช่วยเหลือมาตลอด เราไม่กลัวตรงจุดนี้แต่เรากลัวจะไม่ได้รับความยุติธรรม เหมือนเราสู้กับรัฐบาล ต้องขอบคุณนายขวัญชัย ส.ส.อุดรฯ นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล หรือเสี่ยต้อยติ่ง และคนเสื้อแดง ที่ช่วยเหลือพวกผมมาตลอดขณะอยู่ในคุกจนมีวันนี้
Share this article on :

0 comments:

Post a Comment

 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.