ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาวันที่ 24 ส.ค.2554 ว่า ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องสุด นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหารชินคอร์ปอเรชั่น พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร, คุณหญิงพจมาน อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน เป็นจำเลยที่ 1-3 ต่อศาลอาญา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.1149/2550 ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่าหุ้น 738 ล้านบาท และภาษีที่หลีกเลี่ยงจำนวน 546 ล้านบาท อันเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) (2) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91 คดีศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 3 ปี จำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปี ปรับเป็นเงินคนละ 5 ล้านบาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คดีนี้โจทก์มีอำนาจฟ้อง การสอบสวนเป็นไปโดยชอบ แม้คตส.บางคนวางตัวไม่เป็นกลางแต่ก็ไม่ทำให้กระทบต่อการสอบสวน ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ ศาลชั้นต้นไม่ได้พิจพากษานอกฟ้อง พฤติกรรมของจำเลยที่1 มีการแจ้งข้อความเท็จตอบคำถามด้วยถ้อยคำเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ตาม ป.รัษฎากรมาตรา 37 ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 1 แสนบาท รอลงอาญา 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-3 เห็นว่าเจ้าพนักงานไม่มีหมายเรียกมาให้ปากคำ กลับทำเป็นหนังสือเชิญ และเรียกเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลเห็นว่ากฎหมายข้อนี้เป็นกฎหมายที่กระทบต่อประชาชนต้องใช้ด้วยความ ระมัดระวัง จึงเห็นว่าจำเลยที่ 2-3 ไมมีการกระทำอันเป็นการครบองค์ประกอบความผิดดังกล่าว พิพากษายกฟ้อง
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังฟังคำพิพากษา คุณหญิงพจมาณ ได้กอดกับบุตรชายและบุตรสาวรวม 3 คน แล้วพากันเดินกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ แต่อย่างใด
0 comments:
Post a Comment