พท.ด่าไร้สาระ ถอดถอน"ปึ้ง"

Saturday, August 20, 2011


ปูลั่นพร้อมแจง ยุ่นให้วีซ่าแม้ว



พาทัวร์ - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ทักทายแม่ค้าข้าวแกงโรงอาหารของทำเนียบรัฐบาล โดยมีกลุ่มผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบเป็นคนพานายกฯ ใหม่เดินทัวร์จนรอบ เมื่อวันที่ 19 ส.ค.
ยิ่งลักษณ์ ให้นักข่าวพาทัวร์ทำเนียบ ยันพร้อมชี้แจงนโย บายต่อรัฐสภาสุรพงษ์บ่นปชป.มุ่งเล่นการเมืองมากไป เด็จพี่ตอกมาร์คค้านไร้สาระ แนะหยุดทำแบบแมลงวันตอมสร้างความรำคาญ "พิชิต ชื่นบาน" ยกข้อกฎหมายแจงข้อกล่าวอ้างปชป.เลื่อนลอย นพดลปัดข่าวแม้วอยู่กัมพูชา เบิร์ธเดย์เติ้ง 79 ปี มาร์คปัดวุ่นเจอบรรหารชวนไปบึงฉวาก เติ้งมึนปชป. ไล่บี้รมว.ต่างประเทศ บ่น"แล้วปรองดองจะหาจากไหน" แนะฝ่ายค้านรอให้รัฐบาลทำงานก่อน เผยแม้วขอวีซ่ามาตั้งแต่ 6 เดือนก่อนแค่ประจวบเหมาะช่วงนี้ เชื่อยิ่งลักษณ์แถลงสภาฉลุย ปชป. เย้ยรัฐบาลทำนโยบายแก้บน จัด 70 ขุนพลเตรียมชำแหละ

ยิ่งลักษณ์ทัวร์ทำเนียบ

วันที่ 19 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังจากเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติแล้ว เวลา 11.00 น. ได้ลงมาให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ที่บริเวณทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้ากับตึกสันติไมตรี ประมาณ 10 นาที ด้วยท่าทีผ่อนคลายขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กังวลว่าจะตอบคำถามได้ไม่ครบถ้วน และกังวลกับคำถามของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอให้นางยุวดี ธัญญศิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบฯ พาชมรอบทำเนียบฯ โดยจุดแรก ได้เข้าไปทักทายผู้สื่อข่าวที่รังนกกระจอกใหม่ รวมทั้งสอบถามถึงสถานที่และการทำงาน อย่างไรก็ตามช่วงหนึ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินไปที่บอร์ดของผู้สื่อข่าวที่นำภาพข่าวสถานการณ์ต่างๆ มาติดไว้ด้านหลังห้อง ซึ่งมีภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและข้อความ "ล่าแม้ว ส่งตำรวจสากล" รูปการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และรูปนางงามจักรวาล ปรากฏว่าเมื่อเห็นรูปพี่ชาย ที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนทับว่า TERRORISM มีความหมายว่า ลัทธิก่อการร้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนมองด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่เมื่อเห็นกลุ่มผู้สื่อข่าวจ้องดูอยู่ จึงหันไปมองรูปนางงามจักรวาลพร้อมส่งยิ้มหวานให้ช่างภาพ

แวะทักทายนักข่าวถึงห้องทำงาน

จาก นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินมายังรังนกกระจอกเก่า ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของสื่อมวลชนแห่งแรกของทำเนียบฯ โดยได้ทักทายและสอบถามการทำงานของสื่อแขนงต่างๆ อย่างเป็นกันเอง และเมื่อเห็นรูปพ.ต.ท.ทักษิณ สวมเสื้อผ้าไหมรับแขกในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกก็ยิ้ม พร้อมกระซิบว่ารูปนี้เก่าไปแล้ว จากนั้นได้กล่าวติดตลกว่า "ตอนนี้แก่ไปเยอะ แต่ต้องรออีก 3 เดือนว่าจะแก่ไปอีกขนาดไหน" เมื่อถูกถามว่าเครียดหรือไม่เพราะแค่เข้ามาก็เจอศึกรอบด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยอมรับว่า ก็กดดันบ้างแต่เราตั้งใจทำงาน นอนหลับดี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินไปสำรวจและทักทายข้าราชการที่ตึกนารีสโมสร ซึ่งเป็นสถานที่แถลงข่าว และทดลองนั่งโต๊ะแถลงข่าว ก่อนเดินไป ที่ศูนย์อำนวยการประสานงานสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 พร้อมเดินสำรวจโรงอาหารด้านหลังตึกบัญชาการ และซื้อขนมขบเคี้ยว เช่น ขนมปังขาไก่ หนังปลาทอด ฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ในวันที่ 20 ส.ค. พร้อมเป็นประธานประชุมผู้ว่าฯ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และมอบนโยบายผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง 76 จังหวัดทั่วประเทศนั้น ในวันนี้ที่กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่จากสวนนงนุช จ.ชลบุรี นำดอกไม้พันธุ์ต่างๆ มาจัดวางเพื่อปรับภูมิทัศน์ทั้งด้านหน้ากระทรวง และหน้าอนุสาวรีย์กรมพระยาดำรงราชานุภาพ รวมถึงเตรียมต้นลำดวนและเตรียมสถานที่หน้ากระทรวง ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือเยื้องไปทางทิศเหนือ ที่นายกฯจะปลูกในวันดังกล่าวด้วย

ยันรัฐบาลพร้อมแจงกรณีวีซ่าแม้ว

เวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านแจ้งความและยื่นถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ว่า ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการ เราพร้อมชี้แจง เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ให้ผู้ที่ทราบข้อเท็จจริงชี้แจงดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายอยากฟังคำชี้แจงจากนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ชี้แจงอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียด รมว.ต่างประเทศจะชี้แจงเอง

เมื่อถามว่าคิดว่าเรื่อง นี้รมว.ต่างประเทศออฟไซด์เองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ รมว. ต่างประเทศทำตามกระบวนการ การพบปะทูตเป็นเรื่องปกติ และมีนโยบายสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

"ขอให้เวลาท่านหน่อย จริงๆ แล้วเราอยากทำงานอย่างเต็มที่ และพร้อมชี้แจง วันนี้รมว.ต่างประเทศก็ชี้แจงอยู่ ท่านคงให้คำตอบอยู่แล้ว ซึ่งสุดท้ายแล้ว เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์" นายกฯกล่าว

เมื่อถามถึงการให้สัมภาษณ์วัน แรกของรมว. ต่างประเทศ นายสุรพงษ์ให้ล่ามแปลข้อความให้ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เป็นไร นายสุรพงษ์ก็มีเหตุผล อาจจะอยากให้เกิดความชัดเจนถูกต้อง เมื่อถามว่าช่วงนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ โทรศัพท์มาหาบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่ายังไม่ได้คุยกันเลย

ยันพร้อมชี้แจงนโยบาย

เมื่อ ถามถึงการเตรียมแถลงนโยบายของรัฐบาลที่พรรคฝ่ายค้านพร้อมอภิปรายในสภาอย่าง เต็มที่ นายกฯ กล่าวว่า ได้เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว มีความมั่นใจ และพร้อมชี้แจงในทุกนโยบาย มั่นใจว่าทุกนโยบายมีเหตุผลและมีรายละเอียดให้ รัฐมนตรีทุกคนก็เตรียมตัวอย่างดีแล้ว ส่วนเรื่ององครักษ์พิทักษ์นายกฯในสภาก็ไม่มี

เมื่อถามว่ากังวลหรือ ไม่ที่พรรคประชาธิปัตย์จะใช้โอกาสนี้ลองเชิงและลองของนายกฯ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นปกติของทางนั้นอยู่แล้ว สำหรับตนไม่เรียกว่าพร้อม แต่จะชี้แจงให้ดีที่สุด อยู่ที่เนื้อหา โอกาสและเวลา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ระบุขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันเฉพาะข้าราชการและรัฐวิสาหกิจก่อน ว่า ยืนยันนโยบายนี้ยังมีอยู่ และจะผลักดันต่อไป แต่ในการปฏิบัติเราต้องคุยกับคณะกรรมการไตรภาคี และมีขั้นตอนเตรียมตัวบ้าง ยืนยันว่าเรื่องนี้ทำแน่นอน แต่ต้องหารือในทางปฏิบัติ ซึ่งมีหลายวิธี อยู่ที่ว่าจะเลือกวิธีไหนที่มีความพร้อมและมีผลกระทบน้อยที่สุด และผู้ได้รับผลกระทบมีโอกาสเตรียมตัว ซึ่งต้องพูดคุยกัน ทั้งนี้กลไกของการทำงานต้องทำ 2 อย่างควบคู่กันไป ส่วนหนึ่งต้องปรับค่าแรง เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานดำรงอยู่ได้ ขณะเดียวกันเราต้องมุ่งพัฒนาฝีมือแรงงาน และต้องเห็นใจผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน ซึ่งภาครัฐต้องช่วยในทุกภาคส่วนเหล่านี้

เมื่อถามว่าทีมเศรษฐกิจได้ พูดคุยกับภาคเอกชนที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยให้เกิดความเข้าใจหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า มีความเข้าใจมากขึ้น แต่ต้องใช้เวลาเตรียมตัว ทางรองนายกฯด้านเศรษฐกิจและรมว.คลัง มีความพร้อมและพยายามไปพูดคุยกับทุกภาคส่วนอยู่แล้ว

อวยพรเติ้งเบิร์ธเดย์-ให้แข็งแรง

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวอวยพรวันคล้ายวันเกิดของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้มีสุขภาพแข็งแรง นายบรรหารอยู่ในวงการการเมืองมานาน อย่างน้อยก็อยากจะได้รับคำแนะนำจากนายบรรหาร อยู่เสมอ

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวถึงการพิจารณาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในโควตาของพรรคเพื่อไทยอีก 2 คนว่า เมื่อมีโฆษกประจำสำนักนายกฯเป็นผู้หญิงแล้ว อย่างน้อยควรมีผู้ชาย 1 คน โดยจะแบ่งเป็นด้านการเมือง 1 คน และด้านเศรษฐกิจ 1 คน ยอมรับว่ารองด้านเศรษฐกิจนั้นหายาก ซึ่งจะเน้นเรื่องวิชาการเข้ามาด้วย และคงไม่ใช่คนนอก โดยจะหาคนที่มีความเข้าใจในงานทั้งหมด ส่วนรองโฆษกฯของพรรคชาติไทยพัฒนานั้นยังไม่ได้ส่งชื่อมา

ต่อมาเวลา 11.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยภายหลังนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าพบว่า เลขาธิการ สศช. มารายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจคร่าวๆ ในแต่ละไตรมาส เพื่อจะได้รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และวันข้างหน้าเราต้องทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง ยอมรับว่าเป็นห่วงตัวเลขทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถาน การณ์น้ำท่วมอาจมีผลบ้าง ต้องดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจให้ได้โดยเร็ว

ปึ้งบ่นปชป.มุ่งเล่นการเมือง

เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอด ถอนพร้อมดำเนินคดีอาญาว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการขัดต่อกฎหมาย ช่วงแถลงนโยบาย หากตกเป็นเป้าโจมตี ถ้าเรื่องนั้นอยู่ในนโยบาย พร้อมจะชี้แจง กรณี พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าญี่ปุ่นนั้นไม่ได้อยู่ในนโยบายรัฐบาลนี้

"พรรค ประชาธิปัตย์อย่านำเรื่องการเมืองมาเล่นให้มาก รัฐบาลชุดนี้จะตั้งใจทำงานและต้องการการสนับสนุนจากส.ส. ฝ่ายค้านควรนำเรื่องปัญหาบ้านเมืองมาก่อน ค้านอย่างมีเหตุผล มิเช่นนั้นประชาชนจะเบื่อหน่าย ฝากถึงผู้นำฝ่ายค้านให้เพลาๆ ลงบ้าง" นายสุรพงษ์กล่าว

รมต.คุมสื่อลั่นไม่ปิดกั้นฝ่ายค้าน

น.พ.สุ รวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังเดินตรวจเยี่ยมสื่อมวลชนภายในทำเนียบรัฐบาล ว่า นายกฯยังไม่ได้มอบนโยบายให้ดูแลสื่อ มีแต่ผู้ใหญ่ในพรรคแจ้งให้ทราบเบื้องต้น ถ้ามีโอกาสเข้ามากำกับดูแลสื่อจริง ยืนยันจะไม่ปิดกั้นฝ่ายค้านหรือกลุ่มที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาลในการใช้ พื้นที่สื่อ

เมื่อถามว่าได้คิดรูปแบบรายการนายกฯพบประชาชนไว้หรือ ยัง น.พ.สุรวิทย์ กล่าวว่า นายกฯยังไม่ได้สั่งการ แต่เท่าที่คุย นายกฯให้ความสนใจ ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร จะมีใครบ้าง จะสดหรือไม่สด นายกฯคงมีแนวคิด ทั้งนี้ ยังไม่มีการตั้งชื่อรายการ เพียงแต่นายกฯให้ความสนใจและจะเริ่มเมื่อไหร่ก็ยังไม่ทราบ

เมื่อถาม ว่ารัฐบาลต้องระวังตัวมากขึ้นหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรนิดหน่อยฝ่ายค้านก็ยกมาเป็นประเด็นโจมตี น.พ.สุรวิทย์ กล่าวว่า ระวังอยู่แล้ว จะไม่ทำสิ่งที่ผิดจากกรอบที่ควรจะเป็น

เมื่อถามว่ารัฐบาลถูกจับตามองว่านโยบายเร่งด่วนคือการช่วยพ.ต.ท. ทักษิณ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้คิดอย่างนั้น ในนโยบายเร่งด่วนจะเป็นการสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย เชื่อว่าประชาชนหรือคนที่เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ คงไม่ทำเพื่อใครคนใด แต่ทำเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยในบ้านเมืองมากกว่า ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร จะแก้รัฐธรรมนูญมาตราไหนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับส.ส. แต่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด

เด็จพี่ตอกมาร์คค้านไร้สาระ

ที่ พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แถลงว่า กรณีนายอภิสิทธิ์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนพร้อมแจ้งเอาผิดทาง อาญาต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์และนายสุรพงษ์ ฐานสนับสนุนให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้าญี่ปุ่นนั้น เป็นสิทธิที่ดำเนินการได้ แต่เป็นเรื่องไร้สาระ ใส่ร้าย กล่าวหาโดยไร้ข้อเท็จจริง น.ส. ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายอภิสิทธิ์น่าจะรู้ดีว่าการให้วีซ่าเป็นอธิปไตยแต่ละประเทศ จึงเป็นการเล่นเกมการเมืองถล่มรัฐบาล ทำลายโอกาสที่รัฐบาลจะทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน รวมถึงทำลายความสัมพันธ์ไทยกับญี่ปุ่นด้วย

"นายอภิสิทธิ์และพรรคประ ชาธิปัตย์อย่าเอานิสัยเดิมคือทำการเมืองไม่สร้างสรรค์มาใช้ และหยุดการค้านแบบไร้สาระ ค้านแบบแมลงวันตอมให้เกิดความรำคาญทุกวัน กรณีนายอภิสิทธิ์และกรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็นสั่งการให้เอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์และรมว.ต่างประเทศด้วยความเท็จเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ดังนั้นพรรคจะไปยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป"

นพดลปัดข่าวแม้วอยู่กัมพูชา

นาย พร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนมาก ข้าราชการที่กลัวถูกโยงให้เป็นแพะรับบาป ส่งเรื่องทุจริตของรัฐบาลที่แล้วรวม 149 เรื่องมาให้พรรคตรวจสอบ โดยเฉพาะการทิ้งทวนโครงการต่างๆ เช่น การใช้งบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การอนุมัติใช้งบหลายกระทรวงที่อาจส่อไปในทางทุจริตซึ่งพบมูลค่าความเสีย หายกว่า 1 แสนล้านบาท พรรคจะตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำงานของรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนและจะทำเป็นวาระแห่งชาติ หากพบนักการเมืองไม่ว่าใครเกี่ยวข้องจะสั่งการเอาผิดต่อไป

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวถึงสื่อกัมพูชารายงานว่าขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ประเทศกัมพูชา ว่า ไม่เป็นความจริง เช้าวันเดียวกันนี้ได้พูดคุยกับพ.ต.ท. ทักษิณทางโทรศัพท์ พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าอยู่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำหรับการอภิปรายนโยบายวันที่ 23-24 ส.ค. ฝ่ายค้าน พยายามดิสเครดิตโดยพุ่งเป้าไปที่พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายสุรพงษ์ เพราะไม่สามารถทำลายความน่าเชื่อถือของนโยบายรัฐบาลได้ พรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมรับมือแล้ว

พิชิตชี้ปชป."อ้างเลื่อนลอย"

นาย พิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์และตั้งข้อสังเกตในประเด็นข้อกฎหมายเพื่อความเข้าใจต่อกรณี ที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ และนายวัชระ เพชรทอง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโทษนายสุรพงษ์ ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 และมาตรา 192 โดยมีเนื้อหาระบุว่า

1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 และมาตรา 192 บัญญัติถึงวิธีการช่วยผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาหรือช่วยผู้หลบหนีจากการคุม ขังตามอำนาจของศาล พนักงานสอบสวน ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาไว้โดยชัดแจ้งว่า"ให้พำนัก ซ่อนเร้น ช่วยด้วยประการใด" ตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านายสุรพงษ์ ได้ช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้าง และการแจ้งความกล่าวโทษ เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง ซึ่งการอ้างเรื่องการอำนวยความสะดวกให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ในการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ โดยไม่ถูกจับกุม ถือเป็นคนละประเด็นและคนละเรื่องกับองค์ประกอบของข้อกฎหมายตามมาตรา 189 และมาตรา 192 เพราะทั้งสองมาตรา เป็นเรื่องการให้ที่พำนัก ซ่อนเร้น ส่วนคำว่าช่วยด้วยประการใดๆ นั้น ต้องพิจารณาพฤติการณ์ในคดีเป็นเรื่องๆ ไป

ลั่นบี้"ปึ้ง"วาระซ่อนเร้น

2.ตาม ที่แจ้งความกล่าวโทษมีคำพิพากษาฎีกาที่ 2449/2522 ได้วินิจฉัยว่า ถ้าในขณะที่ช่วย ผู้กระทำผิด ไม่มีเจ้าพนักงานผู้ใดจะจับผู้ทำผิดก็ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 จะเห็นว่า ตลอดเวลา 2 ปีจนกระทั่งหมดวาระ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีการตั้งเจ้าพนักงานดำเนินการจับกุมพ.ต.ท. ทักษิณ ให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะการจับกุมมีองค์ประกอบของข้อกฎหมายและมีกฎหมายเกี่ยวข้องหลายฉบับและ หลายหน่วยงาน ซึ่งผู้กล่าวโทษก็รู้ดี

นายพิชิตกล่าวด้วยว่า ดังนั้น การกล่าวอ้างเพื่อกล่าวโทษดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามมาตรา 189 และมาตรา 192 ถือเป็นวาระซ่อนเร้นทางการเมือง ในฐานะนักกฎหมาย ไม่ต้องการให้ผู้ใดนำข้อกฎหมายมากล่าวอ้างหรือกล่าวหาให้เสื่อมเสีย เรื่องนี้ควรเป็นการตรวจสอบทางการเมือง ไม่ควรนำเรื่องการตรวจสอบทางการเมืองกับการดำเนินคดีตามกฎหมายมากลั่นแกล้ง กัน

สมชายหิ้วกระเช้าแม้วอวยพรเติ้ง

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บ้านพักย่านจรัญสนิท วงศ์ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดบ้านพักเพื่อให้ข้าราชการ ประชาชน และนักการเมือง เข้าร่วมอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 79 โดยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคพร้อมด้วยนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ และส.ส.ของพรรค นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พร้อมคณะของพรรคเพื่อไทย นำกระเช้าดอกไม้ ที่มีนามบัตรเขียนชื่อของพ.ต.ท. ทักษิณ มามอบให้กับนายบรรหาร พร้อมกล่าวว่า เป็นตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งได้ฝากคำอวยพรมาให้ว่าขอให้สุขภาพแข็งแรง เพื่อมาทำงานให้ประเทศชาติต่อไป และยินดีที่พรรคชาติไทยพัฒนาเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย

ต่อมานายยง ยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้พร้อมกล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนของน.ส.ยิ่งลักษณ์มาอวยพรวันเกิด อยากกล่าวคำว่าขอบคุณที่ก่อนหน้านี้นายบรรหาร เคยแนะนำให้ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพราะมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยขอให้พรรคเพื่อไทยได้เข้ามา บริหารประเทศ และเป็นไปตามนั้น

ด้านนายบรรหาร กล่าวว่า ตนสัญญาพร้อมร่วมทำงานทุกอย่างและทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้นโยบายของพรรคเพื่อไทยสำเร็จลุล่วง

บรรหารชวนมาร์คไปบึงฉวาก

เวลา 11.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎรธานี และส.ส.ของพรรค นำแจกันดอกไม้มามอบให้ โดยนายบรรหาร กล่าวกับคณะนายอภิสิทธิ์ว่า ขอขอบคุณที่นายอภิสิทธิ์ กรุณาต่อพรรคชาติไทยพัฒนามาตลอด ตนยังซาบซึ้งและมีอะไรล่วงเกินก็ขออภัย เป็นเรื่องน้ำจิ้ม ยังหวังว่าในอนาคตจะได้ทำงานร่วมกัน และขอให้กำลังใจในการทำหน้าที่ อย่า เครียด อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติขอให้เดินหน้าต่อไป ตนพร้อมเป็นกำลังใจ ส่วนตนอายุมากแล้วอยู่ไม่นานเท่าไร แต่จะอยู่ 20-30 ปี

จากนั้นนาย บรรหาร กล่าวหยอกล้อนายอภิสิทธิ์ว่าอย่าลืมไปเที่ยวที่บึงฉวาก โดยนายอภิสิทธิ์ ตอบว่า "ผมไม่อยากรับปาก กลัวจะเป็นเรื่องอีก"

อึ้งปชป.ฟ้องรมว.ต่างประเทศ

นาย บรรหาร ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันเกิดอีกปีหนึ่ง ซึ่งแต่ละปีก็กังวลใจ อายุเพิ่มไปทุกปี แต่ถ้าสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็เป็นสิ่งที่ดี วันนี้บอกกับแขกที่มาอวยพรว่า ตนขอให้มีสุขภาพแข็งแรง อยู่ถึง 96 ปี กินได้ นอนหลับ เที่ยวได้ ทำงานได้ ตอนนี้เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ผลการเลือกตั้งดีพอสมควร ทำให้พรรคได้ดูแล 2 กระทรวง ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีพรรคร่วมหลายพรรค เป็นความท้าทายของรัฐบาลและคิดว่ารัฐบาลจะทำงานได้ โดยนโยบายบางเรื่องทำได้ทันที บางเรื่องอาจกำหนดระยะเวลา ส่วนนโยบายรัฐบาลหลายอย่างที่ประกาศไว้ช่วงเลือกตั้ง คิดว่าทำได้แต่บางเรื่องต้องมีเวลา ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกเริ่มขึ้นแล้วเป็น 13,000 บาทต่อเกวียน

เมื่อถามถึงกระแสโจมตีนายสุรพงษ์ ทั้งที่ยังไม่เริ่มแถลงนโยบาย นายบรรหารถอนหายใจและกล่าวว่า "ไม่รู้จะพูดอย่างไร แล้วปรองดองจะหาจากที่ไหน หาจากบนฟ้าดีไหม แต่ท้องฟ้าก็ดูแจ่มใสดี"

จากนั้นนายบรรหารได้สอบถามผู้สื่อข่าวถึง รายละเอียดที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนรมว.ต่างประเทศ ทั้งที่ยังไม่ได้ทำงาน ก่อนจะกล่าวว่า "ทำไมมันง่ายอย่างนั้น บ้านเมืองก็วุ่นวายไปทุกที ให้เขาลงมือทำงานก่อนได้หรือ ไม่ แล้วข่าวนี้ยังเถียงกันไปมา ใครต้นเหตุก็ตอบไม่ได้"

เผยแม้วขอวีซ่าตั้งแต่ 6 เดือนก่อน

เมื่อ ถามว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯก็ยังเคลื่อนไหวที่ต่างประเทศ นายบรรหารกล่าวว่า การเคลื่อนไหวเป็นเรื่องของเขา เราไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง น่ากลุ้มใจ เมื่อถามว่ากังวลเรื่องปัญหาบ้านเมืองหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า กังวล หากผู้วิจารณ์ละเลยเสียบ้าง เหมือนกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯพูดไว้ว่าจะแก้ไขไม่แก้แค้น คำพูดนี้ก็ดี

เมื่อถามว่ามีการ วิจารณ์ว่ารัฐบาลทำเพื่อคนคนเดียว นายบรรหารกล่าวว่า ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ตอบไม่ได้ มันต้องมีหลักฐานพอสมควร ตนไม่ได้แก้ตัวแทน

ผู้สื่อข่าว ถามว่าแต่งานแรกที่ทำคือช่วยพ.ต.ท. ทักษิณ นายบรรหาร กล่าวว่า มันใช่หรือไม่ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ขอวีซ่าไปญี่ปุ่นตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว ซึ่งมาประจวบเหมาะตอนช่วงนี้พอดี

เมื่อถามว่าแต่พรรคประชาธิปัตย์ ใช้หลักฐานการแถลงข่าวของโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นที่ยืนยันว่ารัฐบาลไทยขอวีซ่าให้ นายบรรหารกล่าวว่า ร้องขอมันผิดตรงไหน ขอให้ไปถามรมว.ต่างประเทศเอง เพื่อฟังคำแก้ข้อกล่าวหา

เชื่อยิ่งลักษณ์แถลงสภาฉลุย

ผู้ สื่อข่าวถามถึงฝ่ายค้านเตรียมหยิบหยกเรื่องวีซ่าขึ้นมาอภิปรายในช่วงแถลง นโยบายรัฐบาลว่าทำเพื่อคนเดียว นายบรรหารกล่าวว่า เป็นธรรมดาของฝ่ายค้าน รัฐบาลก็ตอบตามข้อเท็จจริง ไม่น่าห่วง อีกทั้งไม่ต้องลงมติ ทุกรัฐบาลเริ่มแรกก็ต้องโดนแบบนี้

นายบรรหารยังกล่าวถึงน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ว่า นายกฯระมัดระวังคำพูด ไม่ห่วง รัฐมนตรีบางคนเล่าให้ฟังว่าในการประชุมครม. นายกฯพูดดี ขอให้รอดูนายกฯชี้แจง คิดว่านายกฯไม่จำเป็นต้อง ชี้แจงทุกข้อ ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปชี้แจง เช่นด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง นายกฯอาจสรุปรวบยอดเป็นเรื่องๆไป คนบริหารธุรกิจขนาดนี้คงไม่มีปัญหาในการโต้ตอบ นายกฯเป็นผู้หญิงจึงอ่อนน้อมถ่อมตนนิดหน่อย ไม่เหมือนผู้ชายที่ตูมตาม

เมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลนี้ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มีความเห็น แล้วแต่มุมมองแต่ละคน

สมชายห่วงบี้"วีซ่า"กระทบตปท.

ด้าน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกปี พ.ต.ท.ทักษิณ จะให้นำกระเช้ามาอวยพรวันเกิด ซึ่งปีนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ฝากข้อความมาบอกนายบรรหารว่า การได้นายบรรหารมาร่วมงานรัฐบาลกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องน่าดีใจที่มีผู้ใหญ่มาช่วยออกความคิดเห็นในการบริหารบ้านเมือง ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่ง

นายสมชาย กล่าวกรณีพ.ต.ท.ทักษิณเดินไปประเทศต่างๆ ว่า เป็นเรื่องระหว่าง พ.ต.ท. ทักษิณ และประเทศที่ไป ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายสุรพงษ์ กรณีของประเทศญี่ปุ่น ทางญี่ปุ่นเชิญพ.ต.ท.ทักษิณมานานนับเดือนแล้ว การเดินทางเข้าประเทศจำเป็นต้องออกวีซ่า เป็นเรื่องที่ทางการญี่ปุ่นจะเป็นผู้ดูแล

"รัฐบาลที่ผ่านๆ มา อดีตนายกฯเดินทางไปหลายประเทศไม่เห็นเป็นข่าว แต่พอมารัฐบาลชุดใหม่นี้ทำไมถึงมีแต่คนสนใจ การออกวีซ่าของประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องทางการญี่ปุ่น หากมีการพูดอะไรไป อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น ขออย่านำเรื่องนี้ไปโยงกับการ เมืองหรือรัฐบาล ทั้งนี้การเดินทางของพ.ต.ท. ทักษิณ ถือเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ใครจะสั่งห้าม ไม่ได้ รวมถึงรัฐบาลชุดใหม่" นายสมชาย กล่าว

ยันทักษิณไม่มีสิทธิ์เจรจาแทนรบ.

เมื่อ ถามว่าการเดินทางไปประเทศต่างๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลายฝ่ายมองว่าเป็นการนำผลประโยชน์จากทรัพยากรของชาติไปเจรจาเป็นเรื่องส่วน ตัว นายสมชาย กล่าวว่า ทรัพยากรของชาติ คงไม่มีใครนำไปเจรจาได้เพียงลำพัง เพราะมีหลักเกณฑ์บังคับไว้อยู่ ใครทำผิดก็ต้องรับผิด และสิ่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งพูดหรือคิดไปไกล ไม่ได้แก้ตัวแทนพ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่าคนไทยทุกคนคงไม่มีใครไปทำอะไรเพื่อให้ประเทศเสียประโยชน์

"พ.ต.ท .ทักษิณมีเงินมีทอง ทำมาค้าขายได้อยู่ คงไม่ต้องมาหาประโยชน์กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และพ.ต.ท.ทักษิณเป็นประชาชนคนหนึ่ง มีสิทธิ์อะไรที่จะเอาทรัพย์สมบัติของประเทศชาติไปทำอะไร เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างมีกติกาและมีกฎหมายคุ้มครอง รัฐบาลต้องเป็นผู้ดำเนินการ คนธรรมดาทำไม่ได้" นายสมชาย กล่าว

ปชป.เย้ย"ปู 1"ทำนโยบายแก้บน

เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือถึงการ อภิปรายกรอบนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 23-24 ส.ค. ว่า วิปทั้งสามฝ่ายคือ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ได้ตกลงแบ่งเวลาอภิปราย โดยฝ่ายค้านได้ 11 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 11 ชั่วโมง และวุฒิสภา 6 ชั่วโมง โดยไม่นับรวมนายกฯ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคต่างๆ ที่อภิปรายได้ไม่จำกัดเวลา และยังไม่นับรวมเวลาประท้วง ซึ่ง 11 ชั่วโมงของฝ่ายค้านจะจัดสรรตามสัดส่วนส.ส. ฝ่ายค้าน 196 คน ไม่รวมหัวหน้าพรรค โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 8 ชั่วโมง 50 นาที ขณะนี้มีส.ส.แจ้งความจำนงขออภิปรายมาแล้ว 60 คน

นาย จุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนแนวทางการอภิปรายนโยบายรัฐบาลนั้น ผู้อภิปรายหยิบยกหัวข้อใดมาอภิปรายก่อนหรือหลังได้ ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับนโยบาย จะอภิปรายทั้งตัวบุคคลผู้รับผิดชอบและตัวนโยบาย เท่าที่ดูนโยบายเร่งด่วนที่ได้หาเสียงไว้ เมื่อเทียบกับนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหมือนการแก้บน เพราะเมื่อบนหรือสัญญาไว้ก็ต้องแก้บน โดยบรรจุไว้ในร่างนโยบายรัฐบาล แต่ถามว่าจะนำเงินมาจากไหน ใช้เงินเท่าไร ผลกระทบจากนโยบายเป็นอย่างไร ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งถูกบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนนั้น เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนต่อบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ไม่ใช่ประโยชน์ของส่วนรวม และไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องบรรจุไว้ในนโยบายต้องดำเนินการภายใน 1 ปี ถ้าอ้างว่าเป็นเรื่องของสภา แล้วเหตุใดจึงบรรจุไว้เป็นนโยบายรัฐบาล เชื่อว่าเป็นสิ่งที่นำไปสู่ประโยชน์ และมีนัยยะซ่อนเร้นมากกว่า

จัด 70 ขุนพลเตรียมชำแหละ

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมส.ส. พรรค เพื่อวางกรอบและเตรียมพร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 23-24 ส.ค.นี้ ซึ่งใช้เวลา 3 ชั่วโมง จากนั้นนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ว่าที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลว่า ส.ส.พรรคได้แสดงความจำนงจะอภิปราย 70 คน ที่ประชุมจึงมีมติว่าควรกลั่นกรองประเด็นให้เป็นหมวดหมู่ จากนั้นจะแบ่งผู้อภิปรายป็นกลุ่มย่อยเพื่อประชุมและแบ่งหัวข้ออภิปราย หากใครที่มีหัวข้อหรือเนื้อหาคล้ายกันก็อาจจะไม่อภิปรายแต่จะนำข้อมูลที่มี มารวมกัน ดังนั้น อาจมีบางคนที่ต้องถอนตัวเพราะพรรคต้องการให้อภิปรายคนละ 10 นาที โดยผู้อภิปรายจะประชุมย่อยในวันที่ 20-21 ส.ค.นี้ และจะสรุปผลอีกครั้งในวันที่ 22 ส.ค.นี้

นายชวนนท์ กล่าวว่า การวางกรอบอภิปรายจะเน้นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ประกาศไว้และที่เป็นที่ สนใจของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ให้ความไว้วางใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องการเห็นนโยบายเร่งด่วนต่างๆ ถูกผลักดันอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไปดูในร่างนโยบายจะเห็นว่ามีการซ่อนคำพูดและสร้างเงื่อนไขไว้ รวมถึงการใช้ภาษาอาจไม่เป็นไปตามที่สัญญาไว้กับประชาชน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 23-24 ส.ค.นี้ ว่า ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย ดูเพียงผ่านๆ ยังไม่ได้ดูรายละเอียด พอดีมีเรื่องอื่นที่ทำอยู่เลยไม่ได้ดูเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่คิดว่าสมาชิกของพรรคคงใจจดใจจ่อกับเรื่องนี้อยู่แล้ว

วิรัตน์โต้ไม่ได้หมกมุ่น"แม้ว"

นาย วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการล่ารายชื่อส.ส. 1 ใน 4 หรือ 125 คนเพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาให้ถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ ว่า ในวันเดียวกันนี้ (19 ส.ค.) จะเริ่มล่ารายชื่อส.ส.ของพรรค หากครบ จะเข้าสู่กระบวนการปรับคำร้องการยื่นถอดถอนและจะยื่นต่อประธานวุฒิสภาได้ ในวันที่ 22-23 ส.ค.นี้ ซึ่งสาระการถอดถอนคือ มีการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 วรรค 2

นายวิรัตน์ กล่าวว่า ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และนายนพดล ขู่ว่าหากทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ฟ้องเท็จ อาจถูกฟ้องกลับได้นั้น ขอเชิญฟ้องได้เลย เพราะพรรคไม่กลัว เรามั่นใจว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่ใช่นิสัยของพรรค แต่เราทำตามหน้าที่ในการตรวจสอบ ถ้าเราไม่ตรวจสอบจะกลายเป็นการฮั้วกันทางการเมือง และถ้าไม่อยากให้ตรวจสอบก็อย่าทำผิด การที่พรรคเพื่อไทยประกาศว่าทำเพื่อประชาชน แต่ที่ผ่านมาพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าทำเพื่อคนคนเดียว

"พรรคประชา ธิปัตย์ไม่เคยหมกมุ่นเกี่ยวกับการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้าพ.ต.ท. ทักษิณ เดินทางไปไหนโดยไม่อาศัยรัฐบาลและรัฐมนตรีของไทยก็ทำได้ แต่ครั้งนี้มีการอาศัยแนวทางดังกล่าว เชิญทูตมาพบและในที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณก็เข้าประเทศญี่ปุ่นได้ พรรคยืนยันว่าได้ทำเพื่อประชาชนตามหลักนิติรัฐ ไม่ได้สนองคุณนายเล็กหรือนายใหญ่" นายวิรัตน์กล่าว

มาร์คยันไม่เคยมีปัญหากับญี่ปุ่น

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ว่า ทางพรรคได้ดำเนินการทางกฎหมายแล้วขั้นหนึ่ง และขอย้ำว่าขณะที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา งานเร่งด่วนจริง คือ การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และแก้ไขปัญหาของประชาชน รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ทำได้ในเรื่องความจำเป็น แต่รัฐบาลกลับมุ่งในเรื่องเหล่านี้ เป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี

เมื่อ ถามว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุที่ญี่ปุ่นให้วีซ่ากับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับญี่ปุ่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยเป็นผู้ร้องขอ ซึ่งญี่ปุ่นเขาบอกมาเอง ดังนั้นอย่าเบี่ยงเบนประเด็น และรัฐบาลที่แล้วก็มีความสัมพันธ์ อันดีกับญี่ปุ่น ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างดีมาก การลงทุนก็เข้ามามากและรัฐบาลนี้ได้อานิสงส์ไปด้วยจากการย้ายฐานการผลิตมา ไทย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการวางตัวผู้อภิปราย นโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาว่า พรรคจะประชุมส.ส.ที่จะอภิปราย โดยแบ่งหมวดหมู่เพื่อให้การอภิปรายเป็นระบบ และเพิ่งได้เอกสารเมื่อคืนวันที่ 18 ส.ค. ถ้าพิจารณาจากตัวนโยบายเอง จุดแรกที่เห็นชัดคือไม่ตรงกับนโยบายที่ประกาศในช่วงหาเสียง คือการใส่เงื่อนไขต่างๆ ในนโยบายเกือบทุกเรื่อง ซึ่งไม่ตรงกับคำพูดที่ประกาศหาเสียง ดูเหมือนหลายนโยบายจะไม่ตรงกับความคาดหวังของประชาชน ส่วนประเด็นที่จะอภิปรายย้ำคือ ความไว้วางใจของประชาชนที่มอบให้พรรคเพื่อไทยบนความคาดหวังของนโยบายหลาย เรื่องที่ห่วงว่า นโยบายหลายตัวไม่สะท้อนอยู่ในนโยบายที่จะแถลง ต่อรัฐสภา ซึ่งจะอภิปรายรวมทั้งเรื่องที่มีเงื่อนไขด้วย

30 ส.ว.ขออภิปรายนโยบายรบ.

ที่ รัฐสภา นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการ รัฐสภา กล่าวว่า ประธานรัฐสภามีคำสั่งให้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่หนึ่ง (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันอังคารที่ 23 ส.ค. และครั้งที่สอง ในวันพุธที่ 24 ส.ค. เวลา 09.00 น. ที่ตึกรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีจะเข้าบริหารราชาการแผ่นดินได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 176 ของรัฐธรรมนูญ และได้ชี้แจงการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 75 โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ โดยจะงดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 24-25 ส.ค.เนื่องจากมีการประชุมร่วมของรัฐสภา

พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิ กล่าวถึงการจัดสรรเวลาให้ส.ว.ที่จะอภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า จากที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายได้หารือและจัดสรรเวลาให้ฝ่ายวุฒิสภา 6 ชั่วโมง เบื้องต้นกำหนดตัวผู้อภิปรายไว้แล้วคือ ตัวแทนจากคณะกรรมาธิการสามัญประจำ วุฒิสภา 22 คณะๆ ละ 1 คน ให้เวลาคนละ 10 นาที รวมเป็น 220 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 40 นาที ส่วนเวลาที่เหลืออีก 2 ชั่วโมง 20 นาที เปิดโอกาสให้ส.ว.คนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวแทนจากกรรมาธิการได้อภิปราย ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีกี่คน เพราะอยู่ระหว่างการลงชื่อเพื่อแสดงเจตจำนง เมื่อทราบจำนวนที่แน่นอนแล้ว จะนำจำนวนคนมาหารเวลาอภิปรายที่เหลืออีกครั้ง เพื่อสรุปเป็นเวลาที่แต่ละคนได้รับ ส่วนแนวทางการอภิปรายนั้นไม่ได้กำหนดกรอบ เพราะต้องการให้ส.ว.อภิปรายอย่างอิสระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีส.ว.มาลงชื่ออภิปรายนโยบายรัฐบาลเพิ่มเติมจากตัวแทนกรรมาธิการ 22 คนแล้ว 8 คน รวมทั้งหมด 30 คน



นโยบายรัฐบาล8ข้อ-16เรื่องด่วน

วัน ที่ 19 ส.ค. รัฐบาลนำคำแถลงนโยบายที่ผ่านการพิจารณาของครม. แจกสื่อมวลชน มีเนื้อหาโดยสรุประบุ นโยบายของรัฐบาลมีจุดมุ่งหมาย 3 ประการ 1.นำประเทศไทยไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล มีความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น 2.นำประเทศไทยสู่สังคมที่มีความ ปรองดองสมานฉันท์ 3.นำประเทศไทยไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 อย่างสมบูรณ์ โดยกำหนดนโยบายเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปี

1.นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการใน ปีแรก คือ 1) สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เยียวยาและฟื้นฟูทุกฝ่าย เช่น ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงตั้งแต่ช่วงปลายการ ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 สนับสนุนให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ดำเนินการอย่างเป็นอิสระ 2) กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น "วาระแห่งชาติ" 3) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง

4) ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน 5) เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำกระแสพระราชดำรัส "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เป็นหลักปฏิบัติ 6) เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานา ประเทศ

7) แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคา น้ำมันเชื้อเพลิง โดยชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวเพื่อให้ราคาน้ำมัน เชื้อเพลิงลดลงทันที ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน จัดให้มีบัตรเครดิตพลังงานสำหรับผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร สาธารณะ ดูแลราคาสินค้าและการมีรายได้ ป้องกันและแก้ไขการผูกขาดทั้งทางตรงและทางอ้อม

8) ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ พักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อย และผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 500,000 บาท อย่างน้อย 3 ปี และปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ที่มีหนี้เกิน 500,000 บาท ทำให้แรงงานมีรายได้เป็นวันละไม่น้อยกว่า 300 บาท ผู้จบปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท จ่ายเบี้ยสูงอายุแบบขั้นบันได อายุ 60-69 ปี 600 บาท, อายุ 70-79 ปี 700 บาท, อายุ 80-89 ปี 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท ลดภาษีบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก

9) ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือร้อยละ 23 ในปี 2555 และเหลือร้อยละ 20 ในปี 2556 10) ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเพิ่มเงินทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีกแห่งละ 1 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี วงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้วงเงิน 1,000 ล้านบาท ต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการ จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนเอสเอ็มแอล 300,000 400,000 และ 500,000 บาทตามขนาดหมู่บ้าน

11) ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน เริ่มจากการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมมะลิ เกวียนละ 15,000 บาท และ 20,000 บาท จัดทำทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรและการออกบัตรเครดิตสำหรับเกษตรกร 12) เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ โดยประกาศให้ปี 2554-2555 เป็นปี "มหัศจรรย์ไทยแลนด์" และประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมเฉลิมฉลองในพระราช พิธีมหามงคลที่จะมีขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2554-2555 13) สนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน

14) พัฒนาระบบประกันสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค ให้ทุกคนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม 15) จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน เริ่มในโรงเรียนนำร่องแก่นักเรียน ป. 1 ปีการศึกษา 2555 และ 16) เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เป็นอิสระยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประธานเห็นชอบผ่านการออกเสียงประชามติ

ส่วนนโยบายที่จะดำเนิน การภายในช่วงระยะ 4 ปี จะดำเนินนโยบายหลักจากข้อ 2-8 ดังนี้ 2.นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ ที่สำคัญคือ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ น้อมนำพระราชดำริทั้งปวงไว้เหนือ เกล้าเหนือกระหม่อม พร้อมทั้งอัญเชิญไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม

3.นโยบายเศรษฐกิจ กระจายรายได้ที่เป็นธรรม ปรับโครงสร้างภาษีอากรทั้งระบบ มีนโยบายสร้างรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวในเวลา 5 ปี ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอาหาร มีนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ส่วนนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน จะพัฒนาระบบขนส่ง ประปา ไฟฟ้าให้กระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง เพียงพอ ขยายการให้บริการน้ำสะอาดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พัฒนาระบบรถ ไฟทางคู่เชื่อมชานเมือง+หัวเมืองหลัก พัฒนารถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ศึกษาและพัฒนาขยายทางรถไฟสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังชลบุรีและพัฒนา เร่งรัดโครงสร้างรถไฟฟ้า 10 สายทางในกทม.และปริมณฑล ให้เริ่มก่อสร้างได้ครบใน 4 ปี ค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย

4.นโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต กระจายโอกาสทางการศึกษาให้เข้าถึงทุกกลุ่ม จัดโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต ส่งเสริมให้แรงงานเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตำแหน่งว่างงานโดยสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพประกันสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ จนถึงวัยชรา และผู้พิการ สร้างหลักประกันความมั่นคงในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ

5.นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ ทรัพยากรทางทะเล สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ 6.นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และครูวิทยาศาสตร์ให้เพียงพอ ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศมุสลิม และองค์กรอิสลามระหว่างประเทศ

7.นโยบายการต่างประเทศ และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เร่งส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติในองค์กรระหว่างประเทศ 8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พัฒนาระบบราชการ สร้างเสริมมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมา ภิบาล รวมถึงปฏิรูประบบกฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรม ให้ทันสมัย สอดคล้องหลักการประชาธิปไตย เร่งรัดจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติรรม ที่ดำเนินการโดยอิสระ และปรับปรุงระบบการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความเป็นธรรมโดยง่าย ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารจากทางราชการ สื่อสารมวลชนและสื่อสาธารณะ



นักเศรษฐศาสตร์ไม่มั่นใจทีมศก.

วัน ที่ 19 ส.ค. ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจ 78 คน เรื่องความเชื่อมั่นที่มีต่อทีมเศรษฐกิจ ครม.ยิ่งลักษณ์ ระหว่างวันที่ 11-18 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 48.7 ไม่ค่อยเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถของทีมเศรษฐกิจ ซึ่งนำทีมโดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ขณะที่ร้อยละ 28.2 เชื่อมั่นค่อนข้างมาก แต่ร้อยละ 44.9 ยังเชื่อมั่นสามารถบริหารเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ให้ขยายตัวไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ต่อปี ตามที่หาเสียง ขณะที่ร้อยละ 24.4 เชื่อว่าไม่สามารถทำได้

ส่วนเรื่องการบริหารจัดการราคาสินค้าหรือ ภาวะเงินเฟ้อนั้น ร้อยละ 43.6 เชื่อว่าไม่สามารถบริหารจัดการได้ ร้อยละ 35.9 เชื่อว่าบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ ร้อยละ 57.7 เห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่ควรกำหนดกรอบนโยบายงบประมาณให้กลับสู่งบสมดุลภายในปี 2555 รองลงมาร้อยละ 25.6 เห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่ไม่จำเป็นต้องกำหนดกรอบนโยบายงบให้กลับสู่งบสมดุลภายใน ปี 2555 ขณะที่ร้อยละ 11.5 เห็นว่ามีความจำเป็น

สำหรับปัญหาหนี้ สาธารณะที่กำลังบั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศแถบตะวันตกในเวลานี้ ร้อยละ 61.5 เชื่อว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในรอบนี้จะรุนแรงน้อยกว่าเมื่อปลายปี 2551 และร้อยละ 25.6 เชื่อว่าผลกระทบรอบนี้จะรุนแรงว่ารอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์ ต้องการบอกทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ดังนี้ ร้อยละ 33.3 บริหารเศรษฐกิจด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน มีการดำเนินงานที่ชัดเจน ไม่มีคอร์รัปชั่นรวมถึงหวังผลทางการเมือง รอง ลงมา ร้อยละ 28.9 รักษาวินัยการเงินการคลังและบริหารหนี้สาธารณะอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 22.2 รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระยะยาว ป้องกันไม่ให้เกิดเงินเฟ้อ ร้อยละ 6.7 ควรพัฒนาเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และอื่นๆ ร้อยละ 8.9 อาทิ ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับสูง ควรต่อยอดโครงการดีๆ ของรัฐบาลชุดเก่า



"บิ๊กอ๊อด"บินเยี่ยมชายแดนเขมร

วัน ที่ 19 ส.ค. ที่กองบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ก่อนไปพื้นที่ชายแดนเขตเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม นำคณะไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารในพื้นที่ ดูพื้นที่จริงตามแนวชายแดน เนื่อง จากต้องเตรียมการประชุมกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา (อาร์บีซี) ในระดับกองทัพภาค และกระทรวงกลาโหม 2 ประเทศ ซึ่งจะพูดคุยเรื่องกำลังทหาร การเป็นอยู่ตามแนวชายแดน วางกรอบหาทางออกของปัญหาและปรับลดกำลังทหาร ขึ้นอยู่กับกัมพูชาด้วยว่ามีท่าทีอย่างไร

เมื่อถามถึงการขุดเจาะ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เป็นพื้นที่ข้อพิพาท พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องอนาคต ต้องพูดคุยกันอีกมาก ศึกษารายละเอียดเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 ส.ค. กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาออกแถลงการณ์ผ่านเว็บ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เรียกร้องมิตรประเทศ ร่วมตรวจสอบเหตุการณ์เสียงระเบิดลึกลับเหนือน่านฟ้า จ.พระวิหาร เมื่อ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าจากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ พบเศษซากของอากาศยานไร้พลขับเพื่อการลาดตระเวนกว่า 30 ชิ้น กระจัดกระจายอยู่ห่างจากเขตปลอดทหารชั่วคราวของปราสาทพระวิหารซึ่งกำหนดโดย ศาลโลกราว 64 ก.ม. โดยทางการไทยปฏิเสธว่าอากาศยานดังกล่าวไม่ใช่ของไทย กระทรวงกลาโหมกัมพูชาจึงสรุปว่า น่าจะเป็นปฏิบัติการของกลุ่มก่อการร้ายที่อาจมีเจตนาทดสอบอากาศยานดังกล่าว เพื่อสอดแนมข้อมูลวางแผนก่อการร้ายต่อกัมพูชาในอนาคต จึงขอความร่วมมือให้ช่วยกันตรวจสอบ ป้องกันการก่อการร้ายต่อกัมพูชาและพื้นที่อื่นๆ



ให้สรรพากรแจงภาษี"โอ๊ค-เอม"

เมื่อ วันที่ 19 ส.ค. ที่กระทรวงการคลัง นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวถึงการ เตรียมตอบคำถามกรณีภาษีหุ้นบริษัทชินคอร์ป ที่อาจถูกฝ่ายค้านถามในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ไม่แน่ว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาลหรือไม่ แต่การตัดสินใจเรื่องภาษี เป็นอำนาจและหน้าที่ของนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ไม่เกี่ยวกับรมว.คลังหรือรัฐบาล และการตัดสินใจไม่เก็บภาษี 1.2 หมื่นล้านบาทจากนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร มีข้อสรุปก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะให้นายสาธิต แถลงชี้แจงเรื่องการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป

รายงานข่าวจากกระทรวงการ คลัง แจ้งว่า นายธีระชัย ได้ให้นางรวิฐา พงศ์นุชิต หัวหน้าสำนักงานรมว.คลัง ประสานกับผู้บริหารกระทรวงและกรมสรรพากร เพื่อรวบรวมข้อมูลการไม่เก็บภาษีหุ้นจากครอบครัวชินวัตรให้ชัดเจน เพื่อเตรียมพร้อมกรณีรมว.คลัง จะถูกถามเรื่องนี้ในสภาช่วงแถลงนโยบายรัฐบาล

ขณะ นี้ทีมกฎหมายของกรมสรรพากรมีความกังวลข้อกฎหมาย ที่นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ตั้งข้อสังเกตไว้ เช่น ทำไมกรมสรรพากรไม่พยายามต่อสู้ในชั้นศาลภาษีจนทำให้แพ้คดี หลังจากนั้นมีสาเหตุอะไรที่ไม่อุทธรณ์ และสุดท้ายการเก็บภาษีจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้เพราะกฎหมายภาษีมาตราไหนกันแน่

นอกจากนี้ปลัดคลังยังตั้งข้อ สังเกตกับกรมสรรพากรว่า หากเก็บภาษีหุ้นไม่ได้เลย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้กรมสรรพากรมีปัญหาผู้บริหารถูกฟ้องว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่เก็บภาษีหุ้นจากครอบครัวชินวัตร 546 ล้านบาท ซึ่งกรมสรรพากรได้ตั้งคณะกรรมการหาคนรับผิดทางแพ่ง ซึ่งยังหาผู้รับผิดชอบความเสียหายดังกล่าวไม่ได้



สื่อจีนชื่นชม"ปู"โดดเด่นเวทีโลก

เมื่อ วันที่ 19 ส.ค. เวลา 14.00 น. นายอู๋ เซียงหัน บรรณาธิการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายข่าวพิเศษของหนังสือ China Youth Daily ได้นำทีมเจ้าหน้าที่สมาคมและผู้สื่อข่าวระดับอาวุโสของจีน เข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนายอู๋ เซียงหัน ได้แสดงความยินดีและชื่นชมนายกฯว่าเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลกในฐานะนายกฯ หญิงคนแรกของไทย โดยเฉพาะในจีน เป็นที่กล่าวขวัญและชื่นชมอย่างมาก สื่อทุกแขนงของจีนต่างรายงานข่าวการได้รับตำแหน่งนี้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในเว็บไซต์ที่มีภาพนายกฯไทย ก็มีคนจีนเข้าไปชมมากที่สุดในช่วงนี้

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวขอบคุณที่สื่อจีนสนใจติดตามข่าวสารต่างๆ พร้อมแสดงความมุ่งมั่นจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และขอยืนยันว่า รัฐบาลไทยจะมุ่งกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับจีนให้ใกล้ชิดแน่นแฟ้น ยิ่งขึ้นในทุกด้าน และขอเชิญชวนให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การลงทุน และมีนโยบายลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% ในปีนี้ และในปีหน้าจะลดลงอีกเหลือ 20% ซึ่งสื่อมวลชนจีนต่างให้ความสนใจและรับจะเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ ไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า นายกฯจะปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี
Share this article on :

0 comments:

Post a Comment

 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.