ไม่สิ้นลิ้น "ลายมังกร" จริงๆ สำหรับ “มังกรเติ้งเสี่ยวหาร" บรรหาร ศิลป อาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แม้ว่าอายุจะวิ่งแรงแซงทางโค้ง เข้าสู่ยุครุ่นปู่ทุกขณะ แต่ฝีไม้ลายมือฝีปากทางการเมืองยังเชือดเฉือนคมกริบ
โดยเฉพาะในงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 79 ปี ที่บรรดานักการเมืองรุ่นดึกดำบรรพยันรุ่นแรกแย้ม ต่างเดินสายตบเท้าเข้าอวยพร “มังกรการเมือง” กันชนิดท่วมท้น
แต่ที่เซอร์ไพรส์หนักก็เมื่อ “อดีตนายกฯ มาร์คหน้ามน” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ควง “อดีตแม่บ้านคู่ใจแห่งค่ายสะตอ" สุเทพ เทือกสุบรรณ บุกถึงบ้านเข้าอวยพรพร้อมแจกันดอกไม้ช่อใหญ่ หลังจากไม่ได้ปะดะพบเจอกันมานานแสนนาน มีเพียงเสียงกระทบกระเทียบผ่านสื่อเท่านั้น
เมื่อเจอตัวเป็นๆ "เสือหนุ่ม” เจอ “เสือเฒ่า” งานนี้เลยไม่มีใครยอมใคร พอปะหน้ากัน “หนุ่มมาร์ค” ก็กระเซ้าเย้าแหย่ในทันทีว่า “ครบรอบวันเกิด 21 ปี ใช่ไหมท่าน” ด้าน “ผู้เฒ่าเติ้ง” หัวเราะร่า ตอบกลับทันทีว่า “แค่ 19 ปีเท่านั้นแหละ”
พออวยพรกันไปอวยพรกันมา “ผู้เฒ่าเติ้ง” ยังไม่ทิ้งลายปลาไหล โปรยยาหอมสักกะติ๊ดว่า “มีอะไรล่วงเกินก็ขออภัย เป็นเรื่องของการเมืองนิดๆ หน่อยๆ เป็นเรื่องน้ำจิ้ม ยังหวังว่าในอนาคตจะได้ทำงานร่วมกัน” ทำเอา “หนุ่มมาร์ค” ยิ้มกริ่ม
แต่ที่ทำเอาผงะ เมื่อ “ผู้เฒ่าเติ้ง” ทวงสัญญาเดิมว่า “ท่านจะไปเที่ยวที่บึงฉวากกับผมมั้ย” เล่นเอา “หนุ่มมาร์ค” ถึงกับอึ้ง แต่โชว์ฝีปากกลับไปว่า “ผมไม่อยากรับปาก ถ้าไม่ไปกลัวท่านจะน้อยใจอีก”
งานนี้เรียกว่าไม่มีใครยอมใคร แบบนี้ไม่รู้ว่าเข้าสุภาษิตที่ว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ จึงต้องย้ายออกจากถ้ำไปอาศัย "รู" อยู่กับ “ปู” แทน ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
“บุญหรือกรรม”
วันนี้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงทุกกระทรวงทยอยกันเข้าไปทำงานในกระทรวงของตัวเองกันหมดแล้ว
แต่ที่ต่างกันเห็นจะเป็นการรับน้องจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ที่หนักบ้างเบาบ้างแตกต่างกันไป
แต่ที่เห็นอาการหนักสุด ถูกรับน้องซะอาการร่อแร่ไม่เว้นแต่ละวัน คงหนีไม่พ้น “ดอกเตอร์ปึ้ง” สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ
ถึงขนาดท่านรัฐมนตรีเอ่ยปากบ่นกับนักข่าวประจำพรรคเพื่อไทยเองเลยว่า “เมื่อก่อนเคยคิดมาตลอดว่า พื้นเพตัวเองนั้นเกิดที่ ต.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ มาวันนี้ถึงได้
รู้ความจริงว่าตัวเองเข้าใจผิดมาตลอด เพราะจากคำบอกเล่าของเพื่อนรัฐมนตรีและส.ส.ด้วยกันนั้น มันชี้ชัดว่า ผมน่าจะเกิดที่ ต.กระสุนตก มากกว่า”
พูดจบ “ดอกเตอร์ปึ้ง” ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ นักข่าวประจำพรรคเพื่อไทยเลยหยิกแกมหยอกว่า ไม่รู้ว่าได้นั่งเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศหนนี้ จะเป็นบุญหรือว่าเป็นกรรมกันแน่
เอาล่ะสิงานนี้ ! เห็นทีหมอดูประจำตัว “ดอกเตอร์ปึ้ง” จะงานเข้า ต้องหาวิธีแก้เคล็ดมือเป็นระวิง แหงๆ
นารีขี่ม้าขาวตัวจริง!
"นายกฯ ปู" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ตามคำทำนายว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 28 จะมีอักษร "ป" เป็นยุคของ "นารีขี่ม้าขาว" และในที่สุดหลังการเลือกตั้งก็ได้ "นายกฯ" ชื่อเล่นว่า "ปู" มาเป็นนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย
"นายกฯ ปู" ถูกมองว่าเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะมี "พี่ชาย" ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" จากการเข้ามาทำงานการเมืองเพียง 49 วัน ก็ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
แต่เมื่อเข้ามาทำหน้าที่โดยไม่มีประสบการณ์งานการเมือง "นายกฯหญิง" จึงต้องเจอศึกหนักเมื่อเจอ "นักข่าวสาว" ช่างสงสัย เพราะรัฐบาลยังไม่ทันได้ "แถลงนโยบาย" แต่ดูเหมือนหลายเรื่องจะ "เอื้อ" ต่อพี่ชายนายกฯ
ล่าสุด "นายกฯ หญิง" ถูก "นักข่าวสาว" ถามหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ คิดจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติและประชาชนบ้างหรือไม่, โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีที่ดูขี้เหร่กว่านายกฯ, ทำไมจึงแต่งตั้งคนที่มาจากสายการเงินการลงทุนมาเป็นรัฐมนตรีคลัง แล้วจะประสานนโยบายการเงินกับการคลังอย่างไรให้ลงตัว
คำถามเหล่านี้ล้วนทำให้นายกฯ หญิงคนแรกของไทยไปไม่เป็น เมื่อ "นายกฯ ปู" ตอบว่า "รอให้มีการแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาก่อนนะคะ นโยบายทุกด้านจะชัดเจน" นักข่าวสาวช่างสงสัย จึงถามกลับไปอีกว่า "ทำไมต้องรอมีที่ปรึกษา ถ้าไม่มีที่ปรึกษาทุกอย่างจะไม่ชัดเจนหรือคะ"
เมื่อเจอคำถามนี้ "นายกฯ ปู" ถึงกับเดินหนีนักข่าวเป็นครั้งแรก แล้วไปถามคณะติดตามนายกฯ ว่า "ช่วยไปถามหน่อย นักข่าวคนที่ถามนั้น...ชื่ออะไร? อยู่ค่ายไหน?
จึงอดประหลาดใจกับคำทำนายที่ว่า "ยุคนารีขี่ม้าขาว" ความจริงแล้วหมายถึง "นายกฯ หญิง" หรือ "นักข่าวหญิง" กันแน่ !
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

0 comments:
Post a Comment