ทูลกระหมอมประทานดอกไม้-ปูปลื้ม

Thursday, August 18, 2011

นพดลโต้ ข่าวปล่อย ทักษิณบิน แวะเขมร ก่อนญี่ปุ่น
'ปู'ปลาบ ปลื้มทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานดอกไม้ให้กำลังใจ ยอมรับ'ทักษิณ'มีคิวมาแวะเขมรก่อนไปญี่ปุ่น แต่มาเรื่องส่วนตัวไม่มีเรื่องอื่น 'ขุนค้อน'แจงแค่ให้ความรู้เรื่องแก้รธน. ส่วนจะแก้หรือไม่ขึ้นกับประชาชน 65 ล้านคน 'เสี่ยปึ้ง'ได้ฤกษ์เข้ากระทรวงบัวแก้ว ยอมรับเป็นรมต. ที่แย่ที่สุด ขอให้ผลงานพิสูจน์ตัวเอง สะกิดสังคมรับฟังความจริงอย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือข่าวปล่อย 'มาร์ค'และชาวคณะปชป.เรียงหน้าถล่มตั้งแต่แม้ว มาเขมรยันแก้รธน. เตรียมเอาผิดปึ้ง-ปู ฐานสมรู้ร่วมคิดช่วยแม้วเข้าญี่ปุ่น

'ปู'ซาบซึ้งดอกไม้ประทาน

เมื่อ เวลา 09.05 น.วันที่ 17 ส.ค.ที่ห้องสีงา ช้าง ทำเนียบรัฐบาล นายมนัส โนนุช ผอ.สำนักนโยบายและแผน มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เชิญแจกันดอกไม้ประทาน มามอบให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ดิฉันน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความสำนึกและซาบซึ้งในพระกรุณาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ประทานแจกันดอกไม้ นับเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชนอย่างมุ่งมั่นต่อไป"

จากนั้นนายกฯเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ให้ปธ.สภาดำเนินการแก้รธน.

ที่ รัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) และนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ใหม่ว่า ขอให้เอาหลักการก่อนดีกว่า เพราะหลักการจริงๆ อยากฟังเสียงจากประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญต้องยึดอยู่บนหลักของประชาชนด้วย ส่วนรายละเอียดเป็นหน้าที่ของสภาที่จะทำงานต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแก้ไขให้เสร็จภายใน 3 เดือนอย่างที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาระบุหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่อง นี้เป็นรายละเอียด ต้องให้ประธานสภาเป็นผู้พิจารณา เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยหาเสียงว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่ง ด่วน ทำไมวันนี้ถึงเร่งรัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าจะต้องแก้ใน 3 เดือน แต่เป็นงานที่อยากเอามาพิจารณาร่วมกัน และไม่ได้หมายความว่าสุดท้ายแล้วต้องแก้ให้เสร็จภายใน 1 ปี ทั้งหมดต้องอยู่บนหลักของการให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม เมื่อถามว่าจะทำประชามติหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รายละเอียดให้เป็นหน้าที่ของประธานสภาดีกว่า

ยืนยันข่าว'ทักษิณ'มาเขมร

เมื่อ ถามว่าเรื่องนี้ถูกมองได้ว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พ้นคดี นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ ทุกอย่างเป็นไปตามเสียงส่วนรวม และแก้เพื่อประชาชนส่วนรวม ส่วนจะแก้เพื่อประชาชนส่วนใดบ้างนั้น ยังไม่ได้ คุยในรายละเอียด ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของสภาที่จะพิจารณาร่วมกัน ตนคงไม่เข้าไปยุ่ง เมื่อถามว่าประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่านายกฯไม่ได้ทำเพื่อพี่ชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ให้ดูรายละเอียดก่อน และขอให้ชี้แจงนโยบายก่อน

ผู้ สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมากัมพูชาวันที่ 19-21 ส.ค.นี้ ซึ่งมองว่าอาจเข้าไปสนับสนุนรัฐบาลไทยเรื่องการพัฒนาแหล่งพลังงานร่วมกันกับ กัมพูชา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธว่า "ไม่ใช่ ท่านไปในฐานะส่วนตัว"

'ขุนค้อน'แจงแก้รธน.แค่ให้ความรู้

ด้าน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 แบบใช้ทางด่วน โดยยึดรัฐธรรมนูญ 2540 ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1-3 บททั่วไป พระมหากษัตริย์ และสิทธิเสรี ภาพของชาวไทยว่า เป็นเรื่องของส.ส.และพรรค ซึ่งตนพูดเรื่องดังกล่าวในเชิงวิชาการและกฎหมาย ตนไม่ได้เสนอให้แก้โดยใช้ทางด่วนอย่างที่วิจารณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ประธานพูด แสดงว่าหารือภายในพรรคเพื่อไทยมาก่อน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่ทราบและพรรคยังไม่ได้หารือเรื่องนี้ เมื่อถามว่าชี้ช่องให้เร่งแก้ไขภายใน 3 เดือน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ตนได้ให้ความรู้เชิงวิชาการเท่านั้น ไม่มี เบื้องหลังใดๆ

ต่อข้อถามว่าการเปลี่ยนท่าทีเช่นนี้เพราะกลัวกระแสต่อ ต้านใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีท่าทีใดๆ และในพรรคยังไม่ได้พูดคุยกัน เมื่อถามว่าช่วงนี้เหมาะสมจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แล้วแต่พรรคและสมาชิก ส่วนตัวคิดว่าต้องดูความเหมาะสมและเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ยังมีอะไรที่ขัดกับ หลักประชาธิปไตยอยู่หลายอย่าง ซึ่งเรื่องแก้ รัฐธรรมนูญควรเป็นเรื่องของประชาชน เราโยนให้ประชาชนดีกว่า ด้วยการตั้งส.ส.รขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนประชาชน เพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมจะแก้ไขหรือไม่

ต้องขอความเห็นทั้ง65ล้านคน

เมื่อ ถามว่าหากแก้ไขรัฐธรรมนูญจะส่งผล ถึงเรื่องนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ให้ประชาชนเป็นคนร่าง ไม่เกี่ยวกับนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อถามว่าประชามติของประชาชนหักล้างคำพิพากษาของศาลได้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ อย่างนั้น แต่ถ้าประชาชน 65 ล้านคนมีความเห็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ถือเป็นอำนาจที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ตนขอสรุปว่าหากต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องขอความเห็นประชาชนทั้ง 65 ล้านคน โดยให้ประชาชนยกร่างและแสดงความคิดเห็นอิสระ จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ แม้แต่น้อย

เมื่อถามว่าผลของ การแก้รัฐธรรมนูญอาจส่งผลดีต่อพ.ต.ท.ทักษิณ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผลจะไปกระทบถึงใครเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเป็นความเห็นของประชาชน 65 ล้านคนก็คือกรอบประชาธิปไตย

รัฐบาลพร้อมแถลงนโยบาย

น.พ.สุ รวิทย์ คนสมบูรณ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการกำหนดกรอบเวลาแถลงนโยบายรัฐบาลว่า วิปทั้ง 3 ฝ่าย จะหารือเรื่องเงื่อนไขเวลา ตนในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทยชี้แจงแล้วว่าพร้อมชี้แจงนโยบายรัฐบาลตั้งแต่วัน ที่ 22 ส.ค. ส่วนจะเป็นช่วงใดนั้น ขึ้นกับข้อสรุป จากวิปทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามหากวันแถลงนโยบาย มีจำนวนน้อยวัน อาจเพิ่มเวลาแถลงมากขึ้น เพื่อให้ผู้อภิปรายใช้เวลาได้เต็มที่ เช่น ถ้ากำหนดให้อภิปราย 2 วัน อาจกำหนดเวลาสิ้นสุดแถลงหลังเวลา 21.30 น. แต่ถ้าอภิปราย 3 วัน อาจเสร็จสิ้นในเวลา 21.30 น.ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าวันที่ 25 ส.ค.จะเรียกประชุมส่วนราชการเพื่อมารับทราบนโยบายรัฐบาลแล้วนำไปทำเป็นแผน ปฏิบัติก่อนมารายงานรัฐบาลทราบอีกครั้ง

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมากัมพูชาและพบสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา ว่า ตนทราบจากสื่อว่าวันที่ 19 ส.ค.นี้พ.ต.ท. ทักษิณจะไปกัมพูชา แต่ไม่ทราบว่าไปทำอะไร

เมื่อถามว่ามีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะมาพร้อมนักธุรกิจ เพื่อพูดคุยเรื่องน้ำมันกับกัมพูชา รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนดูแลเรื่องความมั่นคงและปัญหาแนวชายแดน เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในสถานะจะไปเจรจาแทนรัฐบาลได้หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ต้อง ถามนายกฯ ตนไม่เกี่ยว หน้าที่ตนคือวันที่ 19 ส.ค.นี้ จะลงไปกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผบ.ทบ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจดูความเรียบ ร้อยตามแนวชายแดนก่อนไปร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย?กัมพูชา(จีบี ซี) ขณะนี้ตนตอบรับจดหมายของพล.อ.เตีย บัน รองนายกฯและรมว.กลาโหมกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมประชุมจีบีซีเรียบร้อยแล้ว

ต่อข้อถามว่าการเจรจาเรื่อง ประโยชน์ทางทะเล จะต้องแบ่งเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนก่อนพูดคุยซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานความมั่นคงเช่นกัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกระทรวง กลาโหมก็ต้องดู ยืนยันว่าจะไม่ให้เสียเปรียบทางทะเล แต่เรื่องผลประโยชน์ระหว่างชาติ เป็น เรื่องของกระทรวงที่ดูแลเศรษฐกิจ ทั้งนี้จะเริ่มคุยเรื่องอาณาเขตระหว่างไทยกับกัมพูชาสัปดาห์หน้า

เมื่อ ถามว่ารัฐบาลควรแก้ข้อพิพาททางบกก่อนแก้ปัญหาทางทะเลหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า วันที่ 17 ส.ค.เวลา 10.00 น. กระทรวง การต่างประเทศ กองทัพไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเรื่องเขตแดนจะชี้แจงรายละเอียดปัญหาเขตแดนไทย และกัมพูชาให้ทราบเพื่อตีกรอบการทำงานต่อไป

เมื่อถามว่าประชาชนจะ มั่นใจได้อย่างไรว่าการ พูดคุยเรื่องปัญหาเขตแดนไทยและกัมพูชา จะไม่มีเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์บางเรื่องให้กับกัมพูชา พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า "ไม่มี ของผมไม่มี และผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน ทุกข้อตกลงของผมจะต้องเป็นที่พอใจของประชาชน ผมจะไม่ตกลงก่อนถามประชาชน ผมจะประชุมวิสามัญก่อนเพื่อคุยเบื้องต้น เมื่อรัฐบาลและประชาชนเห็นว่าถูกต้อง จะประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ดังนั้นการดำเนินการภายใต้การทำงานที่ผมรับผิดชอบไม่มีเรื่องผลประโยชน์แอบ แฝง"

ต่อข้อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณไปกัมพูชาจริง จะมีผลดีหรือเสียต่อการเจรจาเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลไทยอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า กัมพูชาเป็นเจ้าภาพประชุมจีบีซี ซึ่งตนไปก็ไม่เกี่ยวกับการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ และ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้แจ้งอะไรให้ตนทราบ

'อภิวันท์'ปฏิเสธทุกตำแหน่ง

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า พรรคคงไม่แต่งตั้งประธานส.ส. แต่ตนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมส.ส. พรรคทุกวันอังคาร ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวเหมือนกับตำแหน่งประธานส.ส.พรรคที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่ บำรุง เคยเป็น ซึ่งตนยินดีจะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แต่ไม่จำเป็นต้องตั้งเป็นประธาน ส.ส. เพราะจะขอเป็นส.ส.ธรรมดาเท่านั้น ไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้

ส่วนความคืบหน้าการสรรหาประธานวิปรัฐบาล ซึ่งมีชื่อนายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม และนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร เป็นตัวเก็งนั้น พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า พรรคยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว แต่ทั้ง 3 คนมีความรู้ความสามารถ ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวประธานวิป รัฐบาลภายในสัปดาห์หน้า ที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยทาบทามให้ทำหน้าที่ดังกล่าว แต่ตนปฏิเสธเพราะไม่อยากมีตำแหน่งใดๆ

เมื่อ ถามถึงขอเรียกร้องให้รมต.ลาออกจาก ส.ส. พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นมติพรรค แต่เป็นการหารือของผู้ใหญ่ในพรรค หากมีรมต.บางคนลาออก ยกเว้นบางคน ที่มีบทบาทในสภาอย่างร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย จะทำให้ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมา คาดว่าอาจได้เลื่อนถึงลำดับที่ 70

'บิ๊กโก'อ้างลืมเพิ่งสักการะเจ้าที่

เมื่อ เวลา 10.15 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ ทำพิธีสักการะพระพรหมและศาลพระภูมิเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล หลังจากเข้ามาทำงานในทำเนียบ รัฐบาลแล้ว 7 วัน ทั้งนี้พล.ต.อ.โกวิท กล่าวติดตลกว่า ที่เพิ่งมาไหว้สักการะพระพรหม เพราะลืม ไม่ได้มีฤกษ์ยาม วันแรกที่มาทำงานก็อุ้มพระมาแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่ายังไม่ได้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทำเนียบ


พระนำ - นาย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เดินอุ้มรูปหล่อสมเด็จโต พรหมรังสี นำหน้าเข้ากระทรวง ในการเข้าทำงานวันแรก ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเช้าวันที่ 17 ส.ค.


พล.ต.อ. โกวิท กล่าวถึงกรณีเชิญนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)มาหารือว่า ตนเป็นรองนายกฯ จะต้องรับทราบและพูดคุยเกี่ยวกับงานทั่วไปก่อน ซึ่งได้พูดคุยกันทุกเรื่อง วันนี้ต้องเห็นใจสมช. มีเจ้าหน้าที่อยู่ร้อยกว่าคน แต่งานมากและไม่สามารถเพิ่มคนได้ เมื่อถามว่าจะปรับการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า เลขาธิการสมช.ตั้งใจทำงาน หลังจากนี้จะหาโอกาสไปเยี่ยมสมช.และหารือกันอีกครั้ง

เผย'เฉลิม'ดูกระบวนการยุติธรรม

ผู้ สื่อข่าวถามว่าได้ให้ความมั่นใจกับนายถวิลหรือไม่ว่าจะไม่ปรับเปลี่ยน เลขาธิการสมช. เพราะนายถวิล เคยเป็นเลขานุการศอฉ. พล.ต.อ. โกวิท กล่าวว่า ยังไม่พิจารณาเรื่องนี้ การทำงานของรัฐบาลกับข้าราชการประจำ ถ้ายังทำงานร่วมกันได้ก็ไม่จำเป็นต้องปรับอะไร ถ้าของมันยังใช้ได้กินได้ไม่เสียก็ไม่ต้องไปทิ้ง เมื่อถามว่าแต่บางคนในพรรคเพื่อไทยยังติดใจที่นายถวิลมีบทบาทสำคัญในศอฉ. พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า เรื่องเก่า ลืมเสียบ้าง

เมื่อถามว่าแสดงว่า เลขาธิการสมช.ยังเหมาะสมทำงานที่เดิม พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า เพิ่งได้พบหน้าคุยกัน ต้องทำงานร่วมกันไปก่อน เราเป็นผู้ใหญ่อย่าไปรวบรัด ต้องดูการทำงาน ทั้งนี้การทำงานของรัฐบาลยุคนี้ยอมรับว่าค่อนข้างยากลำบาก เพราะประชาชนคาดหวังสูง ส่วนการแบ่งงานรองนายกฯนั้น นายกฯพูดชัดเจนแล้วว่าจะมอบหมายร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดูแลงานปราบปรามยาเสพติด และกระบวนการยุติ ธรรม

ส.ส.หญิงพท.-ปชป.ปะทะคารม

เมื่อ เวลา 10.15 น.ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรประชุม โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องค้างจากคราวที่แล้ว กำหนดวันและเวลาการประชุมสภา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อมีการปะทะคารมกันระหว่างส.ส.หญิง คือ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กับน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดพาดพิงกันไปมาถึงการทำหน้าที่ส.ส.ทำให้สภาล่มซ้ำซาก แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากนั้นประชุมต่อ โดยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ขอถอนญัตติที่เคยเสนอให้เริ่มประชุมวันพุธ เวลา 13.30 น. วันพฤหัสบดี เวลา 10.00 น. น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติให้เริ่มประชุมวันพุธ เวลา 13.00-21.00 น. และวันพฤหัสบดี เวลา 10.00-18.00 น. โดยให้เหตุผลว่าที่กำหนดเวลาปิดประชุมด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าส.ส.ทำงานไม่น้อยกว่าภาคราชการ

ปชป.ขู่วอล์กเอาต์สู้ข้างมาก

"เหตุ ที่ต้องประชุม 13.00 น. เพื่อให้การประชุมมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนวันพฤหัสบดีที่เริ่ม 10.00 น. เพื่อให้การทำหน้าที่ของส.ส. 7 วันที่มีอยู่ ต้องทำทั้งในและนอกสภา การทำงานในบทบาทกรรมาธิการอาจเป็นวันอังคารและวันศุกร์ด้วย และเราเปิดประชุมสภาในเวลา 13.00 น.มาตลอด เพิ่งมาเปลี่ยนเวลา สมัยรัฐบาลที่แล้ว ปัญหาทุกคนก็รู้กันอยู่ นั่ง ประชุมกรรมาธิการอยู่ต้องลุกมาลงคะแนน ความไม่สอดคล้องกันตรงนี้ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ และเรามีพ.ร.บ.คำสั่งเรียกบังคับใช้แล้ว หากเรียกเจ้าหน้าที่มาแล้ว ประชุมไม่ได้อาจทำให้ถูกฟ้องเองได้ ดังนั้นการเรียกประชุมเหลื่อมเวลาแบบนี้ จะทำให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพขึ้น" น.พ.ชลน่าน กล่าว

ขณะที่ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันญัตติเดิมคือให้เปิดประชุมทั้ง 2 วัน เวลา 09.00-17.00 น. เพราะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการออกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจกับฝ่ายเสียงข้างมาก เราจะใช้กติกาสากลคือการวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เห็นตามญัตติเดิมที่เสนอว่าวันพุธประชุมสภาเวลา 09.00-19.00 น. วันพฤหัสบดีเวลา 09.00-17.00 น. เชื่อว่าสติปัญญาสมอง ของพวกเราจะทำงานได้เต็มกำลัง ประชาชนจะได้ชื่นใจว่าตั้งใจทำงานแต่เช้า ทั้งนี้หลังจากส.ส. อภิปรายสนับสนุนพอสมควรแล้ว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เสนอว่าหากให้แสดงความเห็นก็ไม่ได้ข้อยุติ ขอเสนอให้ปิดอภิปรายและโหวตเลย

โหวตตัดสินเวลาประชุมสภา

จาก นั้นประธานขอมติที่ประชุม ใช้วิธีโหวตตัดสิน ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่ ให้เริ่มประชุมตามญัตติของน.พ.ชลน่าน 273 เสียง ญัตติน.พ.วรงค์ 155 เสียง ญัตตินายศุภชัย 26 เสียง ดังนั้นจึงให้เริ่มประชุมสภา วันพุธเวลา 13.00-21.00 น. วันพฤหัสบดี 10.00-18.00 น. และที่ประชุมยังให้ความเห็นชอบกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.2554 -28 เม.ย.2555 ตามที่นายไพจิตเสนอ และประธานสั่งปิดประชุมทันทีเวลา 11.45 น. ส่วนการกำหนดการประชุมสมัยประชุมสามัญ ทั่วไป เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-28 พ.ย.2554

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ว่าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์หาข้อมูลเตรียมถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ว่า มีการตั้งข้อสังเกตกันไว้ตั้งแต่ทราบชื่อครม.แล้วว่า จะต้องติดตามกระทรวงการต่างประเทศว่ามีวาระลับพิเศษอะไรที่จะให้นายสุรพงษ์ ไปปฏิบัติ ถึงขณะนี้ก็ชัดเจนมากขึ้นว่ามีวาระพิเศษ ส่อให้เห็นว่าสิ่งที่นายกฯพยายามพูดว่าจะไม่ทำเพื่อประโยชน์ของคนๆเดียวแต่ จะทำเพื่อส่วนรวมของประเทศ ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น เพราะงานชิ้นแรกก็ทำเพื่อคนๆเดียว เป็นการพูดอย่างทำอย่าง ดังนั้นเรื่องนี้ต้องถูกติดตามตรวจสอบต่อไปและเชื่อว่าคงไม่มีเท่านี้ นับหนึ่งจากเรื่องวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น แล้วมีเรื่องพาสปอร์ตแดง การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายเดียวกัน คือไม่ใช่ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ซึ่งพรรคได้เตรียมทีมกฎหมายติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าว ถามว่าเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลคือการนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป้าหมายไม่ต่าง กันจากทุกกรณีที่ตั้งข้อสังเกต ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

'มาร์ค'ท้าปูในที่ประชุมสภา

เมื่อ เวลา 12.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชุมกรรม การบริหารพรรคที่รัฐสภา ใช้เวลากว่า 1 ช.ม. จากนั้นนายอภิสิทธิ์แถลงว่า ที่ประชุมวางกรอบการทำงานเกี่ยวกับการอภิปรายการแถลงนโยบาย รัฐบาลในสัปดาห์หน้า ซึ่งรัฐบาลจะส่งร่างนโยบาย ให้รัฐสภาวันที่ 18 ส.ค.นี้ ดังนั้นพรรคจะใช้เวลาวันศุกร์-อาทิตย์นี้ โดยให้ส.ส.แสดงความจำนงขออภิปรายแต่ละด้าน ซึ่งฝ่ายค้านจะให้ความสำคัญเรื่องจัดลำดับนโยบายเร่งด่วน และนโยบายระยะ 3-4 ปี ที่จะเชื่อมโยงถึงนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ด้วย และจะดูนโยบายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ผลัก ดันว่าจะมีความต่อเนื่องหรือไม่ ยืนยันว่าฝ่ายค้านพร้อมอภิปรายครั้งนี้ ส่วนจำนวนวันอภิปราย ทราบว่าจะใช้เวลา 3 วัน รวม 36 ช.ม. หากใช้เวลาเพียง 2 วันคงไม่เพียงพอ

"ผมอยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตอบคำถามในที่ประชุมด้วยตัวเองเพราะถือเป็นผู้นำรัฐบาล และนโยบายไม่ได้เป็นของกระทรวง ใดกระทรวงหนึ่ง โดยเฉพาะประเด็นการตัดสินใจ ผู้นำต้องมีความชัดเจน แต่คงไปบังคับนายกฯ ไม่ได้"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับจุดอ่อนของร่างนโยบายรัฐบาล คิดว่ามีช่องว่างแน่นอน เพราะ หลายเรื่องบอกกับประชาชนว่าทำได้ทันที แต่การบอกต่อสภาอาจทำได้ล่าช้าออกไป รวมทั้งเรื่องที่ให้ฝ่ายกฎหมายพรรคดำเนินการอยู่ กรณีที่บอกว่าจะมุ่งแก้ปัญหาประชาชนมากกว่าพวกพ้อง แต่ไม่เป็นตามนั้น ถือเป็นประเด็นที่ประชาชน สนใจ โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ส่วนจะผูกพัน ถึงรัฐบาลทั้งคณะหรือไม่ ต้องดูว่าใครเป็นตัวแทน ของรัฐบาล เรื่องนี้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส. พัทลุง จะรับผิดชอบดำเนินการ ส่วนแนวทางทางกฎหมายมีหลายแนวทาง อาทิ ร้องต่อป.ป.ช. ซึ่งฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด

ร่ายยาวทักษิณมาเขมรไปญี่ปุ่น

ผู้ สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณเตรียมเดินทางมากัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าไปเจรจาเพื่อธุรกิจตัวเองใช่หรือไม่ แต่เรายืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องประโยชน์สูงสุด ของประเทศ การเจรจาของรัฐบาลไม่ว่าปัญหาทางบกหรือทางทะเลต้องรอบคอบ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงขอให้รัฐบาลตระหนักให้มาก เพราะที่ผ่านมามีข้อครหามาตลอดในเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับผล ประโยชน์ ของคนในรัฐบาล ส่วนการถอนทหารนั้น เห็นว่า ถ้ารัฐบาลเดินตามมติครม.เดิม ต้องถือว่าเรื่องนี้ถูกแขวนเอาไว้

เมื่อ ถามถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่าเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้ เปลี่ยนฐานการผลิตมาไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่จริงเรื่องย้ายฐานการผลิตเราทำมาแล้ว แต่พ.ต.ท. ทักษิณคงไม่ทราบ เพราะตัวเลขผู้มาลงทุนเอส เอ็มอีของญี่ปุ่นในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2554 เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะได้ทำและส่งผลแล้ว แต่เชื่อว่าการเดินทางไปของพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ตัวเอง มากกว่า ทั้งนี้หากรัฐบาลทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ รัฐบาลต้องรับผิดชอบและเราก็ต้องติดตาม

ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับ กับสื่อญี่ปุ่นว่ามีส่วนร่วมจัดทำรายชื่อครม.ด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นความต้องการแสดงอำนาจของตัวเอง และที่ผ่านมาประชาชนเข้าใจดีว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีบทบาทในรัฐบาลอยู่แล้ว แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องเป็นคนรับผิดชอบ ในฐานะนายกฯ ที่มีอำนาจตัดสินใจทุกเรื่อง

ยกส.ส.ไปสัมมนาพิษณุโลก

เมื่อ ถามว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมบรรจุการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในร่างนโยบายที่จะแถลง ต่อรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนหาเสียงพรรคเพื่อไทยบอกว่าต้องทำประชามติถึง 2 ครั้งด้วยซ้ำ คงมีการสอบถามในประเด็นนี้ ส่วนที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ระบุถึงการแก้ไข มาตรา 291 เพื่อนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญนั้น คงหมายถึงกระบวนการเริ่มต้นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขยกร่างกันอีกรอบ แต่หากจะยกรัฐธรรมนูญปี 2540 ทั้งฉบับมาต่อท้ายในหมวด 2 เท่ากับแก้ ทั้งฉบับ ซึ่งที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์บอกแล้วว่าต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนจะมีผลต่อการ นิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถ ตอบได้ แต่ถ้าแก้เพื่อนิรโทษกรรม เราจะคัดค้านถึงที่สุด

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้กำหนด ว่าหลังการแถลงนโยบายรัฐบาล พรรคจะสัมมนา ส.ส.และกรรมการบริหารพรรรค วันที่ 2-4 ก.ย. ที่จ.พิษณุโลก ซึ่งนอกจากจะจัดวางทิศทางของพรรคแล้วจะถือโอกาสตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยปัญหา น้ำท่วมด้วย

เอาผิดคนช่วยทักษิณเข้าญี่ปุ่น

รายงาน ข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า พรรคประเมินว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาในสัปดาห์หน้า นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ ว่าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน จึงส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์มือถือเรียกประชุมส.ส.พรรค ใน วันศุกร์ที่ 19 ส.ค. เพื่อกำหนดผู้อภิปรายและประเด็นที่จะอภิปราย โดยคาดว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายวันที่ 22 ส.ค.นี้

นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมหารือเรื่องการแจ้งข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่เป็นเจ้า หน้าที่ของรัฐทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าญี่ปุ่น คนที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย หากรู้ที่อยู่หรือสนับสนุนให้ผู้ต้องคดีเดินทางไปญี่ปุ่นได้ถือว่าไม่เหมาะ สม ที่ประชุมจึงมีมติมอบหมายนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง และนาย วิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ทีมกฎหมายพรรค ไปศึกษาว่าจะมีใครเข้าข่ายกระทำผิด และให้ส่งคนไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์มอบหมายให้ดูกรณีนายสุรพงษ์ โต วิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นของพ.ต.ท.ทักษิณ เบื้องต้นทีมกฎหมายเห็นว่าน่าจะผิด 2 เรื่อง คือในทางการเมืองรัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา รมต.จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือ ดำเนินการใดๆ ได้ แต่เชื่อว่านายสุรพงษ์คงไม่คิดทำเรื่องนี้โดยลำพัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกฯจะต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะไม่รู้ในข้อกฎหมาย แต่ถือเป็นการกระทำผิดบท บัญญัติรัฐธรรมนูญ สามารถยื่นถอดถอนและดำเนินคดีอาญาได้ แต่อยู่ที่ประธานวุฒิสภาจะรับเรื่องถอดถอนหรือไม่ และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ส่วนจะยื่นเรื่องได้เมื่อไหร่นั้น ต้องรอที่ประชุมใหญ่ของพรรคก่อน โดยทีมกฎ หมายเพียงเสนอความเห็นเบื้องต้น และจะแถลงอีกครั้งวันที่ 18 ส.ค.เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์

'ตาล'ขุดอดีตปึ้งมาประโคม

วัน เดียวกัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ตรัง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ทวิต เตอร์ผ่านเว็บไซต์พรรค กรณีการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าญี่ปุ่นว่า อย่าลืมว่าเจ้านายของนายสุรพงษ์อยู่ในสถานะนักโทษหนีคดี แต่นายสุรพงษ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องทำตามกฎหมาย สมัยเป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยจับงานด้านต่างประเทศเลย ภารกิจตอนนั้นคือตรวจสอบ พ.ต.ท.ทักษิณเรื่องโทรคมนาคม นายสุรพงษ์มีบทบาทต้านพ.ต.ท.ทักษิณแข็งขันมาก เพราะอยู่บริษัทไอบีเอ็มมาก่อน จนถูกฟ้องมีคดี ต้องให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ทีมกฎหมายของพรรคช่วยจึงรอดมาได้ ตอนนั้นเวลานายสุรพงษ์มาพรรคประชาธิปัตย์ มักมาพร้อมคำทำนายต่างๆ เรื่องการหมดอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณ จนคนในพรรคงงจนถึงวันนี้ว่านายสุรพงษ์คนนี้ เป็นคนเดียวกับตอนนั้นหรือเปล่า

นพดลโต้ข่าวปล่อยทักษิณมาเขมร

นาย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่เดินทางมาประเทศกัมพูชาตามที่ปรากฏรายงานข่าว ระหว่าง นี้เข้าใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังพำนักอยู่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากนั้นจะบินตรงจากดูไบไปยัง ประเทศญี่ปุ่นวันที่ 22 ส.ค. ยังไม่มีแผนมากัมพูชาในเวลาอันใกล้นี้ หากพ.ต.ท.ทักษิณจะมาพบผู้นำกัมพูชาก็เป็นเพียงการมาพบในฐานะคนรู้จักกันเป็น การส่วนตัวที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ไม่ได้มีเรื่องผลประโยชน์หรือวาระแอบ แฝงทางธุรกิจแต่อย่างใด พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ลง ทุนทางธุรกิจหรือได้รับสัมปทานใดๆ ในกัมพูชา ตรงกันข้ามการมาพบกับผู้นำกัมพูชาจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ กัมพูชาดีขึ้น

นายวีรภัทร ศรีไชยา ทนายความคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หนึ่งในจำเลยคดีจงใจเลี่ยงภาษี บริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 546 ล้านบาท ที่ศาลอาญามี คำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ให้จำคุก 3 ปี เปิดเผยว่า ทีมทนายยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีดังกล่าวในวันที่ 24 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. โดยศาลนัดจำเลยทั้ง 3 ประกอบด้วย นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานบริษัทชินคอร์ป จำเลยที่ 1 คุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 2 และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 3 ฟังคำพิพากษา ซึ่งจำเลย ทั้ง 3 จะต้องมารับฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง ส่วน คำพิพากษาจะเป็นอย่างไร ขึ้นกับวินิจฉัยของศาล

คลังบี้สรรพากรเก็บภาษีทักษิณ

รายงาน ข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.นางเสาวนีย์ กมลบุตร รองปลัดกระทรวงการคลัง กลุ่มภารกิจด้านรายได้ เรียกผู้บริหารกรมสรรพากรมาชี้แจงเรื่องการไม่เก็บภาษีหุ้น 12,000 ล้านบาท จากพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปตัวจริง โดยสั่งการกรมสรรพากรไปทำความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนว่าสามารถเก็บ ภาษีได้หรือไม่ เพราะเหตุใด และยึดตามกฎหมายมาตราไหน จากนั้นส่งมาคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยภาษีของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน พิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่ามีความเห็นตามที่กรมสรรพากรเสนอ หรือมีความเห็นเป็นอย่างอื่น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด

ทั้ง นี้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษี ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ขณะที่อธิบดีกรมภาษีทั้ง 3 กรม ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เป็นกรรม การ และผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นกรรมการและเลขานุการ

รายงานข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา ว่าจะเก็บภาษีจากพ.ต.ท.ทักษิณได้หรือไม่ เพราะ การดำเนินการในรูปคณะกรรมการ จะทำให้การวินิจฉัยมีความรอบด้าน และเป็นที่ยอมรับมากกว่าให้แต่ละฝ่ายงานพิจารณากันเอง

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานถึงผลการเรียกผู้บริหารกรมสรรพากรมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว

'เสี่ยปึ้ง'ได้ฤกษ์เข้าบัวแก้ว

เมื่อ เวลา 08.20 น.ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เข้ามากระทรวงเป็นวันแรก ด้วยรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีบรอนซ์เงิน ป้ายแดง ทะเบียน ศ 3325 กทม. โดยมีข้าราชการจำนวนมากให้การต้อนรับ ทั้งนี้นายสุนัย จุลพงศธร และนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มาให้กำลังใจด้วย

ต่อมาเวลา 08.30 น. นายสุรพงษ์พร้อมคณะทำงานและข้าราชการระดับสูง นำโดยนายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวง เข้าสักการะพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ พระบิดาแห่งการทูตไทย ด้วยดอกไม้พานพุ่มสีม่วง และพล.ต.พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

จากนั้นนายสุ รพงษ์เดินไปยังห้องรับรอง 7 เพื่ออัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และรูปหล่อสมเด็จ พระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ขึ้นไปไว้ห้องทำงานชั้น 5 ทั้งนี้นายสุรพงษ์มีกำหนดเข้ารับฟังบรรยายสรุปจากคณะข้าราชการระดับสูง พร้อมมอบนโยบายเบื้องต้นเวลา 11.00 น. และมีกำหนดแถลงข่าวเวลา 15.00 น.

ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ประเทศไม่ดี

นาย สุรพงษ์แถลงภายหลังรับฟังบรรยายสรุปจากปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบดีกรมต่างๆ ว่า ยินดีที่ได้มาทำงานเป็นรมว.ต่างประเทศ คนที่ 46 ของไทย วันนี้ได้รับฟังหลายเรื่อง อาทิ ปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา การทำงานเชิงรุกด้านเศรษฐกิจ การส่ง เสริมดูแลสวัสดิภาพและผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ การส่งเสริมภาพลักษณ์ของชาติ เป็นต้น แต่เนื่องจากยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตนจึงมอบแนวทางปฏิบัติงานไว้กว้างๆ เช่น การดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นมิตร และเสริมสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน ดำเนินการแก้ไขปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชาอย่างสันติ โดยยึดผลประโยชน์ร่วมกัน การเตรียมประเทศไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ด้วยการสร้างความตระหนักให้กับประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถแข่งขัน การลงทุนและการแสวงหาตลาดใหม่ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศจะต้องเข้าถึงประชาชนทุกระดับ และสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติเพื่อส่งเสริมการค้า เพราะที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของประเทศดูไม่ดีนัก

ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหา ระหว่างไทยกับกัมพูชา นายสุรพงษ์ กล่าวว่า พรุ่งนี้จะประชุมภายใน 2 เรื่อง คือ ประเด็นพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร และคณะกรรมการมรดกโลก รวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล หรือเอ็มโอยู 2544 โดยได้รับมอบหมายจากนายกฯให้พิจารณาสรุปเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ และนำเสนอต่อครม.หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น

แจกแจงสยบสารพัดข่าวปล่อย

เมื่อ ถามถึงกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมากัมพูชา นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้และยังไม่ได้ตรวจสอบ ส่วนเรื่องที่มาที่ไปของกรณีที่ญี่ปุ่นให้วีซ่าพ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศนั้น นายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยมีความสนิทสนมกับนายสมชาย วงสวัสดิ์ อดีตนายกฯ ต้องการทำความรู้จักตนในฐานะรมว.ต่างประเทศคนใหม่ จึงนัดไปพบกันที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งในตอนท้ายของการสนทนานายโคจิมะถามตนถึงนโยบายของรัฐบาลต่อการเดินทางไป ไหนมาไหนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างแดนว่าเหมือนกับรัฐบาลก่อนหรือไม่ ตนตอบไปว่ารัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายห้ามพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางในต่างแดน โดยตนไม่รู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้ร้องขอวีซ่าจากทางการญี่ปุ่นด้วยฐานะอะไร ตนตอบไปว่าเรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของญี่ปุ่น ดังนั้นญี่ปุ่นจึงต้องพิจารณาเอง ส่วนกระแสข่าวการคืนหนังสือเดินทางการทูตหรือพาสปอร์ตแดงให้ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ไม่ได้มีการพูดถึง และไม่ได้สั่งการใดๆ ยืนยันว่าจะทำทุกอย่างตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อถามว่าพ.ต.ท. ทักษิณเป็นคนเลือกเข้ามาเป็นรมว.ต่างประเทศใช่หรือไม่ และคิดว่าเพราะเหตุใดจึงได้รับตำแหน่งนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นผู้เลือกตนเข้ามา ด้วยประสบการณ์ด้านการค้าระหว่างทำงานบริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย หนึ่งในผู้พัฒนาคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก และ เคยทำการค้า โดยนโยบายของพรรคเพื่อไทยเน้นการค้าขาย จึงถือเป็นมิติใหม่ของการทูตที่ผสมผสานกับการค้า ถือเป็นงานหนัก

ข่าวลือมีมากสังคมต้องฟังความจริง

"ตอน นี้ผมถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่แย่ที่สุดในประเทศไทย แต่จะทำให้ดีที่สุด เพราะคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว ถ้าผมทำได้ดีก็จะมีคะแนน เป็นบวก" รมว.ต่างประเทศกล่าว

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่หนักใจ ผมถือว่ามารับตำแหน่งนี้ ต้องทำให้เต็มที่ คำติติง วิพากษ์วิจารณ์ เป็นอาจารย์ที่สอนให้ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ผู้ สื่อข่าวถามว่ากระทรวงการต่างประเทศจะ แจ้งสถานทูตไทยประจำญี่ปุ่น ให้แจ้งที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณต่อสำนักงานอัยการเพื่อให้ออกหมายจับเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า หากเรื่องนี้ทำได้ก็คงทำไปแล้วตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมา โดยการสั่งสถานทูตไทยทั่วโลกรายงานที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งตนไม่รู้ว่า ขั้นตอนทางกฎหมายต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามรัฐบาลนี้ยึดกฎหมายเป็นหลัก จะดำเนินการอย่างไรต้องระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ตนไม่สบายใจ เช่น กระแสข่าวตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ถอนชื่อพ.ต.ท.ทักษิณออกจากหมายแดง แต่ความจริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยถูกออกหมายแดงโดยตำรวจสากล สังคมไทยต้องฟังเหตุผล และข้อเท็จจริง เพราะข่าวลือมีมากมาย

เมื่อ ถามว่าอัยการสูงสุดระบุว่าอยู่ระหว่างรอกระทรวงการต่างประเทศแจ้งที่อยู่ของ พ.ต.ท. ทักษิณ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นต้องให้อัยการสูงสุดทำหนังสือมาสอบถาม เพราะตนไม่สามารถทำอะไรเกินเลยหน่วยงานที่ติดตามเรื่องนี้

พร้อมช่วยวีระ-ราตรี

ต่อ ข้อถามถึงข้อครหาที่เหมือนกับรัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนปัญหาปากท้องประชาชน นายสุรพงษ์ระบุว่า คงไม่ใช่ เพราะกำหนดเดินทางไปญี่ปุ่นของพ.ต.ท.ทักษิณเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้า มา ส่วนการแก้ไขปัญหาประชาชนจะดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้ทันทีหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เช่น การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม การลดค่าครองชีพด้วยการลดภาษีน้ำมัน

เมื่อ ถามว่าจะไปเยือนประเทศอาเซียนประเทศใดก่อน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไปแน่นอน เป็นวาระเร่งด่วน แต่ยังไม่ทราบว่าจะไปประเทศใด ต้องรอทางกระทรวงเสนอมาก่อน กัมพูชาก็ต้องไป ส่วนการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ยืนยันจะช่วยคนไทยทุกคนที่เดือดร้อนในต่างประเทศ หากตนได้ไปกัมพูชาจะคุยเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวซีซีทีวีของจีนถามว่า เรื่องธุรกิจกับเรื่องค้าขายมีความคล้ายกันตรงไหนบ้าง และจะมีวิธีอย่างไรที่จะพัฒนาตัวเองจากรมต.ที่แย่ที่สุดเป็นรมต.ที่ดีที่สุด นายสุรพงษ์ ตอบว่า จะแสดงผลงานให้รวดเร็วที่สุด วันนี้ตนฟังจากสาธารณ ชนได้คาดหวังไว้หลายเรื่อง ตนจะเอาสิ่งเหล่านี้มาทำให้เร็วที่สุด หลายๆ เรื่องต้องขอเวลาทำงาน เพราะจากที่ฟังมา งานจะเยอะมาก 2-3 เดือนนี้ ซึ่งตนจะสร้างผลงานให้พี่น้องประชาชนได้เห็นโดยเร็วที่สุด

กห.เตรียมจัดประชุมไทย-เขมร

ที่ กระทรวงกลาโหม พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังพล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม เป็นประธาน ประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมว่า ที่ประชุมมอบหมายกองเลขานุการ คณะกรรมการฝ่ายไทยเตรียมจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-กัมพูชา(อาร์บีซี) วันที่ 23-25 ส.ค. ที่จ.นครราชสีมา และจัดเตรียมแนวทางการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี) ซึ่งต้องรอกัมพูชาเป็น ผู้กำหนดวัน ซึ่งการประชุมทั้งสองส่วน เป็นช่องทางคลี่คลายและแก้ปัญหาได้อย่างสันติ ยืนยันว่าการดำเนินการใดๆ จะคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและรมว.กลาโหม กัมพูชา ห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน

พ.อ.ธนาธิป กล่าวอีกว่า วันที่ 19 ส.ค.นี้ รมว.กลาโหมจะเดินทางไปกองกำลังสุรนารีเพื่อรับทราบข้อมูลและปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ รวมทั้งลงพื้นที่ผามออีแดง จ.ศรีสะเกษ เพื่อดูสถาน การณ์ ทั้งนี้ในการประชุมวันนี้พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผบ.ทบ. เข้าร่วมประชุมด้วยในฐานะคณะ ทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านกัมพูชาเพื่อให้ข้อเสนอแนะ คาดว่าจะเข้ามาเป็นที่ปรึกษารมว.กลาโหม

วันแถลงนโยบายรบ. 23-24 ส.ค.

เมื่อ เวลา 15.30 น.ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา เป็นประธานประชุม วิป 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา หารือถึงการแถลงนโยบาลของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยมีผู้เข้าร่วม อาทิ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธาน วุฒิสภา นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ตัวแทนวิปรัฐบาล และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ใช้เวลาหารือกว่า 2 ช.ม.

จากนั้นเวลา 17.50 น.นายสมศักดิ์แถลงว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 2 วัน คือ วันที่ 23-24 ส.ค. เวลา 09.00-24.00 น. แบ่งระยะเวลาอภิปรายทั้ง 3 ฝ่ายเป็น รัฐบาล 11 ช.ม. ฝ่ายค้าน 11 ช.ม. วุฒิสภา 6 ช.ม. หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรครัฐบาล รวมถึงนายกฯ ไม่จำกัดเวลา ขณะที่การอภิปรายใช้รูปแบบชี้แจงโดยภาพรวมทั้งฉบับ ไม่แบ่งเป็นประเด็น ทั้งนี้ไม่กลัวว่าจะยืดเยื้อเวลา แต่ละฝ่ายรับผิดชอบการบริหารเวลาอยู่แล้ว ตนจะประสานช่อง 11 เพื่อให้ถ่ายทอดสด ขอย้ำว่า จะเน้นใช้ข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

พท.-ปชป.งัดข้อเลือกปธ.กมธ.

เมื่อ เวลา 13.00 น. วันที่ 17 ส.ค.ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ 3701 รัฐสภา ตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองร่วมหารือเพื่อจัดสรรสัดส่วนคณะกรรมาธิการสามัญ ประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา เป็นประธานประชุม ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันถึงสัดส่วนประธานกรรมาธิการ โดยพรรคเพื่อไทยได้ 19 คณะ พรรคประชาธิปัตย์ 11 คณะ พรรคภูมิใจไทย 2 คณะ พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คณะ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคมหาชน 1 คณะ พรรคพลังชลและพรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คณะ ส่วนพรรคมาตุภูมิ พรรครักประเทศไทย และพรรครักษ์สันติ ประกาศรวมส.ส.ทั้งหมด 7 เสียง เพื่อขอประธานกรรมาธิการ 1 คณะ แต่มีค่าเฉลี่ยไม่พอเมื่อเทียบกับพรรคอื่น ทำให้ไม่ได้ประธานกรรมาธิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมดำเนินไปกว่า 3 ช.ม.ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องวิธีเลือกประธานกรรมาธิการได้ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์มีความเห็นไม่ตรงกันในการต่อรองสัด ส่วนสิทธิ์ในการเลือกคณะกรรมาธิการ ซึ่งเพื่อไทยเสนอสัดส่วนผลัดกันเลือกแบ่งเป็น 3 รอบคือ 7:6:6 และให้ประชาธิปัตย์ได้สัดส่วน 4:4:3 แต่ประชาธิปัตย์เสนอให้เพื่อไทยได้สัดส่วน 6:6:7 และประชาธิปัตย์ 4:4:3 ทำให้บรรยากาศตึงเครียด

อีกทั้งเมื่อตัวแทนเพื่อไทยเสนอว่าควรให้สัด ส่วนส.ส.ของพรรคที่มีจำนวนเสียงมากที่สุดเป็น ผู้เลือกประธานก่อน ยิ่งทำให้การประชุมไม่ลงรอยกันมากขึ้น ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านพร้อมกับเสนอทางเลือกว่า ให้แต่ละพรรคเขียนประธานคณะที่ต้องการใส่ลงในกระดาษและยื่นต่อที่ประชุม พร้อมกัน หากเสนอไม่ตรงกัน ให้พรรค ที่เสนอได้รับตำแหน่งทันที แต่ถ้าตรงกันก็ให้เจรจากันก่อน ถ้าตกลงกันไม่ได้จึงควรชี้ขาดด้วยการจับสลาก

จาก นั้นนายเจริญสรุปว่า ขอให้แต่ละพรรคนำข้อเสนอของตัวแทนพรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ไปหารือภายใน ถ้าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ให้เสนอที่ประชุมเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งวันที่ 31 ส.ค.เวลา 13.00 น.

'วงศ์ศักดิ์'ประเดิมล้างบาง22คน

เมื่อ วันที่ 17 ส.ค.นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เห็นชอบให้โยกย้ายข้าราชการ ตามที่นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง เสนอ 22 ราย แบ่งเป็นเสนอแต่งตั้งข้าราชการ 12 ราย และแต่งตั้งข้าราชการรักษาราชการในตำแหน่ง 10 ราย ซึ่งนายวงศ์ศักดิ์ให้เหตุผลว่าต้องการใช้คนที่ตัวเองเป็นผู้เลือกมาทำ หน้าที่ และคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกย้ายก่อนหน้านี้ ตนจึงพิจารณาเป็นรายคน อันไหนไม่เห็นด้วยก็เสนอแนะให้แก้ไขและส่งมาใหม่ เมื่อทุกอย่างถูกต้องก็ดำเนินการตามนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งโยกย้ายดังกล่าว เป็นการโยกย้ายสลับระหว่างผู้อำนวยการส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน และได้รับแต่งตั้งช่วงที่นายมงคล สุรสัจจะ เป็นอธิบดีกรมการปกครอง มีรายชื่อดังนี้ 1.นายพรต ภูภักดิ์ นอภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นนอภ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ 2.นายณรงค์ชัย ทิพกนก นอภ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เป็นนอภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ 3.นายวิวัฒน์ ฉันทนานุรักษ์ นอภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี เป็นผอ.ส่วนยุทธการและการข่าว สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปค.

4.นายเทพประสิทธิ์ วงษ์ท่าเรือ ผอ.ส่วนยุทธการและการข่าว สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปค. เป็นนอภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี 5.นายประเสริฐ ศรีพนารัตนกุล ผอ.ส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน เป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาการและระบบเทคโนโลยีการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน(ปฏิบัติหน้าที่ผอ.ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารพัฒนา งานปกครอง)

6.นายวิเชียร ชิตขนกนารถ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีการฝึกอบรม วปค. (ปฏิบัติ หน้าที่รองอธิการวปค.) เป็นผอ.การส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน 7.นายปรีชา พร พิสิฏฐ์โชค นักวิชาการคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาการและระบบเทคโนโลยีการทะเบียน (ปฏิบัติหน้าที่ผอ.ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารพัฒนางานปกครอง) เป็น นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโน โลยีการฝึกอบรมวิทยาลัยการปกครอง วปค. (ปฏิบัติหน้าที่รองอธิการวปค.)

8.นายอุดมเขต ราษฎร์นุ้ย ผอ.การส่วนการข่าว สำนักกิจการความมั่นคงภายใน ปค. เป็นนักทรัพยากรบุคคลกลุ่มวิจัยและพัฒนา กลุ่มงานวางแผนและพัฒนา หลักสูตรการฝึกอบรม วปค. (ปฏิบัติหน้าที่รองอธิการวปค.) 9.นายธนิต กุลสุนทร นักทรัพยากรบุคคล กลุ่มวิจัยและพัฒนา กลุ่มงานวางแผนและพัฒนา หลักสูตรการฝึกอบรม วปค. (ปฏิบัติหน้าที่รองอธิการ วปค.) เป็นผอ. ส่วนการข่าวสำนักกิจการความมั่นคงภายใน ปค.

10.นายพงษ์พันธ์ แสงสุวรรณ นอภ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นผอ.การส่วนปฏิบัติการพิเศษ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปค. 11.นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผอ.การส่วนปฏิบัติการพิเศษ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปค. เป็นผอ.การส่วนกำลังพลและส่งกำลังบำรุง สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปค. 12.นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผอ.การส่วนกำลังพลและส่งกำลังบำรุง สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปค. เป็นนอภ.จอมบึง จ.ราชบุรี

บัญชีเสนอแต่งตั้งให้รักษาราชการแทน 10 ราย

1.นาย สมชัย อมรวัฒนสวัสดิ์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวางแผนและพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม วปค.(ช่วยราชการที่กองวิชาการและแผนงาน ปค.) เป็นผอ.กองวิชาการและแผนงาน ปค. 2.นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ นอภ.ดอนตูม จ.นครปฐม เป็นผอ.กองการเจ้าหน้าที่ ปค. 3.นายเฉลิมศักดิ์ แหงมงาม เลขานุการกรม สำนักงานเลขานุการกรม ปค. เป็นนอภ.ดอนตูม จ.นครปฐม

4.นายพิษณุ เสนาวิน ผอ.โรงเรียนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วปค. (ปฏิบัติหน้าที่รองอธิการวปค.) เป็น เลขานุการกรม สำนักงานเลขานุการกรม ปค. 5.นายวีระเกียรติ รัมฒีย์รัตนากุล นอภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รักษาราชการแทนผอ.กองคลัง ปค. เป็นนอภ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี 6.นายจำเริญ สวนทอง นอภ.หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด เป็นผอ.กองคลัง ปค. 7.นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ ปค. เป็นนอภ.เมือง จ.ชัยนาท 8.นายวิสิษฎ์ พวงเพชร ผอ.กองวิชาการและแผนงาน ปค. เป็นนอภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 9.นายกิตติ แสงประดิษฐ์ นอภ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เป็นนอภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร 10. นายประกาศึก มหาสิงห์ นอภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เป็นนอภ.ฝาง จ.เชียงใหม่

 
Share this article on :

0 comments:

Post a Comment

 
© Copyright 2010-2011 THAI NEWS All Rights Reserved.
Template Design by Herdiansyah Hamzah | Published by Borneo Templates | Powered by Blogger.com.